โครงการชลประทานพิจิตร
rid3

โครงการชลประทานพิจิตร


Phichit Provincial Irrigation Office
โครงการชลประทานพิจิตร

ประวัติความเป็นมาของหน่วยงาน

               จากสภาพที่ราบลุ่มบริเวณสองฝั่งแม่น้ำน่าน จากจังหวัดพิษณุโลก ไปจนถึงจังหวัดนครสวรรค์ เดิมน้ำในแม่น้ำน่านฤดูน้ำหลากจะไหลล้นทั้งสองข้างตลิ่งไหลบ่าเข้ามาตามลำคลองธรรมชาติเข้าไปท่วมพื้นที่นาในที่ราบลุ่มเกือบประจำทุกปี การทำนาจึงมักจะได้รับความเสียหายอยู่เสมอ กล่าวคือ ในตอนต้นฤดูฝนน้ำในแม่น้ำน่านจะไหลบ่าเข้าคลองธรรมชาติเข้าท่วมพื้นที่ราบลุ่มทำให้ต้นข้าวบางครั้งขึ้นสูงแล้ว แต่หนีน้ำไม่พ้นทำให้ข้าวถูกน้ำท่วมเสียหาย และหากปีใดฝนตกล่า การทำนาก็จะล่าไปด้วยในตอนปลายฤดูน้ำในแม่น้ำน่านจะลดลงอย่างรวดเร็ว น้ำในทุ่งนาก็จะไหลลงสู่แม่น้ำน่านหมด ต้นข้าวที่กำลังตั้งท้อง หรือเริ่มออกรวงก็จะขาดน้ำหล่อเลี้ยง ทำให้ผลผลิตไม่ได้ผลเท่าที่ควรความเสียหายเช่นนี้มักเกิดเป็นประจำทุกปี เนื่องจากการทำนายังต้องอาศัยน้ำจากธรรมชาติเป็นหลักอยู่ เกษตรกรจึงร้องเรียนขอให้เปิดโครงการชลประทานในจังหวัดพิจิตรขึ้นเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเรื่องดังกล่าว
       กรมชลประทานจึงได้พิจารณาพื้นที่ในเขต จังหวัดพิษณุโลก และจังหวัดนครสวรรค์โดยเริ่มดำเนินการก่อสร้างอาคารบังคับน้ำปลายคลองธรรมชาติสายต่างๆ ที่ไหลลงสู่แม่น้ำน่าน ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๙๓ ถึง พ.ศ. ๒๕๐๘ ได้ก่อสร้างอาคารบังคับน้ำในเขตจังหวัดพิจิตร รวม ๓ แห่ง พื้นที่ได้รับประโยชน์ประมาณ ๔๕,๐๐๐ ไร่ ซึ่งอยู่ในเขตอำเภอเมือง อำเภอตะพานหิน และอำเภอบางมูลนาก เรียกชื่อโครงการว่า “โครงการเก็บกักลุ่มแม่น้ำน่าน” สังกัดกองชลประทานราษฎร “
       ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๐๘ ถึง พ.ศ. ๒๕๑๔ กรมชลประทานได้พิจารณาตามเรื่องร้องเรียน จากจังหวัดให้ช่วยเหลือโดยการก่อสร้างอาคารชลประทานต่างๆ ในคลองธรรมชาติเพิ่มขึ้นอีกจำนวน ๑๒ แห่ง ซึ่งอยู่ในเขต อำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ ๔ แห่ง ในเขตอำเภอบางมูลนาก อำเภอตะพานหิน จังหวัดพิจิตร๘ แห่ง สามารถอำนวยประโยชน์ให้แก่พื้นที่เพาะปลูกประมาณ ๑๑๕,๐๐๐ไร่ โดยเรียกชื่อโครงการว่า ” โครงการช่วยเหลือการเพาะปลูกทุ่งพิจิตร” สังกัดกองชลประทานราษฎร ในปี พ.ศ. ๒๕๑๕ ถึง พ.ศ. ๒๕๑๗ ได้ก่อสร้างอาคารบังคับน้ำในคลองธรรมชาติเพิ่มขึ้นอีก ๓ แห่งและได้ปรับปรุงอาคารบังคับน้ำเดิมขึ้นใหม่อีก ๑ แห่ง รวมพื้นที่ได้รับประโยชน์ ๓๐,๐๐๐ ไร่ เรียกชื่อโครงการนี้ว่า“ โครงการช่วยเหลือการเพาะปลูกท้ายเขื่อนสิริกิติ์”
       ในปี พ.ศ. ๒๕๑๘ ได้โอนโครงการก่อสร้างทั้ง ๓ โครงการนี้ไปสังกัดกองจัดสรรน้ำและบำรุงรักษารวมเรียกชื่อโครงการว่า“โครงการชลประทานพิจิตร” รวมพื้นที่ได้รับประโยชน์ทั้งหมดประมาณ ๑๙๐,๐๐๐ ไร่ ในปี พ.ศ. ๒๕๒๐ ได้จัดพื้นที่โครงการฯ ออกเป็น ๒ ตอน ตามลักษณะพื้นที่ที่ได้รับประโยชน์ คือ ตอนหัวงานและเมืองเก่า ตอนที่ ๑ ( อำเภอเมือง ) ตอนที่ ๒ ( อำเภอบางมูลนาก และอำเภอตะพานหิน )
        ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๒๖ ได้ปรับปรุงแก้ไขพื้นที่รับผิดชอบของโครงการฯ ใหม่โดยแบ่งพื้นที่โครงการออกเป็น ๓ ตอน ตามลักษณะพื้นที่จังหวัดพิจิตร ในขอบเขตอำเภอต่างๆ ที่อยู่เฉพาะในเขตจังหวัดพิจิตร ไม่รวมพื้นที่ในเขตอำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ ตลอดจนไม่รวมพื้นที่ในเขตโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาดงเศรษฐี และโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาท่าบัว จึงเหลือพื้นที่ชลประทานที่อยู่ในความรับผิดชอบของโครงการฯ จำนวน ๑๒๓,๐๐๐ ไร่ อาคารชลประทานขนาดกลาง ๑๒ แห่ง
       ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๒๗ ได้แก้ไข ชื่อเป็น “ โครงการชลประทานพิจิตร” และแบ่งงานส่งน้ำและบำรุงรักษา เป็น ๒ งาน คือ
              ๑. งานส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ ๑ รับผิดชอบในเขตพื้นที่ อำเภอเมือง , อำเภอวังทรายพูน , อำเภอสามง่าม , อำเภอโพธิ์ประทับช้าง และอำเภอทับคล้อ มีอาคารชลประทานขนาดกลาง จำนวน ๓ แห่ง พื้นที่ชลประทาน ๔๓,๕๐๐๐ ไร่               ๒. งานส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ ๒ รับผิดชอบในเขตพื้นที่ อำเภอตะพานหิน , อำเภอบางมูลนากและอำเภอโพทะเล มีอาคารชลประทานขนาดกลาง จำนวน ๙ แห่ง พื้นที่ชลประทาน๗๙,๕๐๐ ไร่

ผู้อำนวยการ
อภิรักษ์ ศรีกุลวงศ์
ผคป.พิจิตร

ค้นหาข้อมลภายนอก

Google

ระบบ BIS

นับจำนวนผู้เข้าชม

วันนี้ 73
เดือนนี้ 5,921
เดือนที่แล้ว 9,581
ปีนี้ 77,023
ปีก่อน 106,182
ตั้งแต่วันที่ 12 กันยายน 2557

เว็บที่เกี่ยวข้อง

ชลประทานงานเพื่อแผนดินไทย
16 มิถุนายน 2559

ผู้รับผิดชอบและพัฒนาเว็บไซต์
ประชาสัมพันธ์ และศูนย์สารสนเทศ สชป.3

สำนักชลประทานที่ 3 204 หมู่ 8 ต.ท่าทอง อ.เมือง จ.พิษณุโลก 65000
โทรศัพท์ 0-5533-3001 ต่อ 200
โทรสาร 0-5533-3021
E-mail pr3_2555@hotmail.com

เข้าสู่ระบบ