โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาพลายชุมพล
rid3

โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาพลายชุมพล


Phlai Chumphon Operation and Maintenance Office
โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาพลายชุมพล

ประวัติความเป็นมาของหน่วยงาน

               1. ที่ตั้ง ที่ทำการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาพลายชุมพล ตั้งอยู่เลขที่ 204 ในเขตบ้านจูงนาง หมู่ที่ 8 ตำบลท่าทอง อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก หรือพิกัด 47 QPU 288557 แผนที่ระวาง 5042-IV อยู่ห่างจากตัวเมืองพิษณุโลกไปทางใต้ ตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 117 (พิษณุโลก-นครสวรรค์) เป็นระยะทางประมาณ 8.000 กม. (อยู่ภายในบริเวณเขตรั้วเดียวกันกับสำนักชลประทานที่ 3 ซึ่งมีพื้นที่รวมกันทั้งสิ้น 342-1-30 ไร่ สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2516 สังกัดสำนักชลประทานที่ ๓พื้นที่โครงการ 273,000 ไร่ พื้นที่ชลประทาน 211,476 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของอำเภอพรหมพิราม,อำเภอเมือง,อำเภอบางระกำ,อำเภอบางกระทุ่ม จังหวัดพิษณุโลก และบางส่วนของอำเภอเมือง,อำเภอสามง่าม จังหวัดพิจิตร
       2. ลักษณะทั่วไปของโครงการ
       โดยที่ประเทศไทยเป็นประเทศกสิกรรม กรมชลประทานจึงมีความสำคัญยิ่งต่อการพัฒนาประเทศ รัฐบาลเร่งปรับปรุงการชลประทาน โดยพัฒนาลุ่มน้ำสำคัญ ๆ ซึ่งเป็นแหล่งเพาะปลูกเป็นลำดับไป
       ลำดับแรก ได้แก่ทุ่งราบลุ่มน้ำเจ้าพระยา ซึ่งเป็นแหล่งเพาะปลูกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศ กรมชลประทานได้พัฒนาลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง ตามโครงการเจ้าพระยาใหญ่ด้วยการสร้างเขื่อนเจ้าพระยาพร้อมระบบส่งน้ำเพื่อทดและส่งน้ำให้กับที่ราบลุ่มน้ำนี้ตั้งแต่จังหวัดนครสวรรค์ ลงมาจนจรดชายทะเล เพื่อให้สามารถทำการเกษตรกรรมได้ตลอดปี และได้ผลผลิตต่อไร่สูงขึ้น
เพื่อให้โครงการเจ้าพระยาใหญ่ได้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น กรมชลประทานจึงดำเนินการพัฒนาแควต้นน้ำของแม่น้ำเจ้าพระยาทั้ง 4 สาย เป็นลำดับต่อไป เริ่มจาก
       การสร้างเขื่อนภูมิพลเพื่อเก็บกักน้ำจากแม่น้ำปิงซึ่งเป็นแควสายสำคัญที่สุดณอำเภอสามเงาจังหวัดตาก
       การสร้างเขื่อนเก็บกักน้ำกิ่วลม ที่อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง เพื่อเก็บกักน้ำในแม่น้ำวัง
       การสร้างฝายแม่ยม กั้นแม่น้ำยม ที่อำเภอสอง จังหวัดแพร่
       สำหรับแม่น้ำน่าน กรมชลประทานได้วางแผนที่จะพัฒนาการชลประทานทั้งลุ่มน้ำเพื่อให้การเกษตรกรรมได้ผลโดยสมบูรณ์ เนื่องจากแม่น้ำน่านซึ่งมีต้นน้ำกำเนิดมาจากดอยภูแว ในทิวเขาหลวงพระบาง เป็นเขตพรมแดนไทยกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ในท้องที่อำเภอปัว จังหวัดน่าน ยาวประมาณ 650 กิโลเมตร ไหลมาบรรจบกับแม่น้ำปิงที่ตำบลปากน้ำโพ อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ มีพื้นที่ลุ่มน้ำประมาณ 33,130 ตารางกิโลเมตร ทุ่งราบสองฝั่งแม่น้ำน่าน มีความยาวตามลำน้ำประมาณ 270 กิโลเมตร กว้างประมาณ 20-30 กิโลเมตร มีพื้นที่มากกว่า 3 ล้านไร่ นับเป็นทุ่งราบผืนใหญ่ที่สำคัญแห่งหนึ่ง จึงมีความจำเป็นต้องดำเนินการพัฒนาลุ่มน้ำน่านขึ้น การพัฒนาลุ่มน้ำน่าน ได้แบ่งการดำเนินงานออกเป็น 3 ระยะ
              ระยะที่ 1 โครงการเขื่อนสิริกิติ์ กรมชลประทานได้ก่อสร้างเขื่อนเก็บน้ำขนาดใหญ่กั้นแม่น้ำน่านที่ตำบลผาซ่อม อำเภอท่าปลา จังหวัดอุตรดิตถ์ นับเป็นเขื่อนดินที่สูงที่สุดของประเทศสูงจากท้องน้ำ 113.6 เมตร สันเขื่อนกว้าง 12 เมตร ยาว 800 เมตร เริ่มก่อสร้างเมือ พ.ศ.2511 แล้วเสร็จในปี พ.ศ.2515 ใช้งบประมาณในการก่อสร้างทั้งสิ้น 1,488 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้กรมชลประทานได้โอนเขื่อนนี้ให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย รับไปดำเนินการด้านบำรุงรักษาและติดตั้งเครื่องกำเนิดไฟฟ้า ประโยชน์สำคัญของเขื่อนสิริกิติ์ นอกจากจะผลิตไฟฟ้าพลังน้ำได้ประมาณ 1,000 ล้านยูนิตต่อปีแล้ว ยังสามารถระบายน้ำลงมาเพื่อการเพาะปลูกในฤดูแล้งในเขตพื้นที่โครงการเจ้าพระยาทำให้ได้พื้นที่ชลประทานเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 2,500,000 ไร่ และสามารถขยายพื้นที่ชลประทานในเขตจังหวัดอุตรดิตถ์ พิษณุโลก พิจิตร และนครสวรรค์ ขึ้นใหม่อีกประมาณ 2,327,700 ไร่
              ระยะที่ 2 โครงการพัฒนาเกษตรชลประทานพิษณุโลก โดยการสร้างเขื่อนนเรศวร ซึ่งเป็นเขื่อนทดน้ำกั้นน้ำ แม่น้ำน่านที่บ้านหาดใหญ่ อำเภอพรหมพิราม จังหวัดพิษณุโลก เขื่อนทดน้ำแห่งนี้อยู่ใต้เขื่อนสิริกิติ์ ประมาณ 176 กิโลเมตร พร้อมทั้งสร้างระบบส่งน้ำ ระบบระบายน้ำ และบรรเทาอุทกภัย ระบบชลประทานในแปลงนา พร้อมอาคารประกอบต่าง ๆ เพื่อนำน้ำไปหล่อเลี้ยงพื้นที่เพาะปลูก 2 ฝั่ง แม่น้ำน่าน จำนวน 1,454,700 ไร่ ในบริเวณพื้นที่ในเขตจังหวัดพิษณุโลก จังหวัดพิจิตร และนครสวรรค์ตอนบน ในเขตจังหวัดพิษณุโลก ได้แก่ อำเภอพรหมพิราม อำเภอเมือง อำเภอวังทอง อำเภอบางระกำ และ อำเภอบางกระทุ่ม ในเขตจังหวัดพิจิตร ได้แก่ อำเภอเมือง อำเภอสามง่าม อำเภอตะพานหิน อำเภอโพธิ์ประทับช้าง อำเภอโพทะเล และอำเภอบางมูลนาก ในเขตจังหวัดนครสวรรค์ ได้แก่ อำเภอชุมแสง
              ระยะที่ 3 โครงการอุตรดิตถ์ จะก่อสร้างเขื่อนทดน้ำในแม่น้ำน่านที่บ้านผาจุก อำเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์ เหนือเขื่อนนเรศวรขึ้นไปประมาณ 128 กิโลเมตร พร้อมทั้งสร้างระบบส่งน้ำระบบระบายน้ำและบรรเทาอุทกภัย เพื่อนำน้ำไปหล่อเลี้ยงพื้นที่เพาะปลูกบน 2 ฝั่ง ของแม่น้ำน่าน ประมาณ 873,000 ไร่ ในเขตจังหวัดอุตรดิตถ์ ได้แก่ อำเภอเมือง อำเภอตรอน อำเภอพิชัย และบางส่วนของจังหวัดพิษณุโลก ได้แก่ อำเภอพรหมพิราม อำเภอวัดโบสถ์ อำเภอเมือง และอำเภอวังทอง ซึ่งกรมชลประทานจะได้พิจารณาดำเนินการต่อไปภายหน้า
โครงการพัฒนาเกษตรชลประทานพิษณุโลก แบ่งการดำเนินการงานก่อสร้างออกเป็น 2 ขั้นตอน
       ขั้นแรก ได้แก่ ก่อสร้างเขื่อนทดน้ำนเรศวร ระบบส่งน้ำ ระบบระบายน้ำ และพัฒนาแปลงไร่นา บนพื้นที่ฝั่งขวาของแม่น้ำน่าน จำนวนทั้งสิ้น 606,250 ไร่ และพื้นที่ฝั่งซ้ายตอนบนหรือที่เรียกว่าบริเวณทุ่งสานอีก 94,700 ไร่ ได้เริ่มงานก่อสร้างตั้งแต่ปี พ.ศ.2516 และกำหนดเสร็จสมบูรณ์ในปี พ.ศ.2528
ขั้นที่สอง ดำเนินการก่อสร้างระบบส่งน้ำบนพื้นที่ ฝั่งซ้ายของแม่น้ำน่าน ในเนื้อที่ ประมาณ 338,750 ไร่ และพื้นที่ฝั่งซ้ายตอนล่างอีกประมาณ 415,000 ไร่ รวมเป็นพื้นที่ทั้งหมด จำนวน 758,750 ไร่
โครงการพัฒนาเกษตรชลประทานพิษณุโลก ตามขั้นตอนการก่อสร้างขั้นแรก (พื้นที่ฝั่งขวาแม่น้ำน่าน) เมื่อดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จเรียบร้อย ได้แบ่งเป็นโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษา จำนวน 4 โครงการ คือ
              1. โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเขื่อนนเรศวร
              2. โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาพลายชุมพล
              3. โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาดงเศรษฐี
              4. โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาท่าบัว
       การบริหารจัดการน้ำของโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาพลายชุมพล แบ่งพื้นที่การบริหารจัดการน้ำออกเป็น 3 ฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษา ครอบคลุมพื้นที่ชลประทาน 211,476 ไร่ ได้แก่
       ฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 1 ตั้งอยู่ หมู่ที่ 7 บ้านหนองแขม ตำบลหนองแขม อำเภอพรหมพิราม จังหวัดพิษณุโลก รับผิดชอบพื้นที่ชลประทาน 78,600 ไร่ ในพื้นที่ตำบลหนองแขม ท่าช้าง มะตูม พรหมพิราม อำเภอพรหมพิราม และตำบลไผ่ขอดอน (บางส่วน) อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก
       ฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 2 ตั้งอยู่ หมู่ที่ 5 บ้านจอมทอง ตำบลจอมทอง อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก รับผิดชอบพื้นที่ชลประทาน 70,776 ไร่ ในพื้นที่ตำบลไผ่ขอดอน (บางส่วน) จอมทอง บ้านกร่าง พลายชุมพล บ้านคลอง วัดจันทร์ ท่าทอง ท่าโพธิ์ วัดพริก อำเภอเมือง และตำบลท่านางงาม บางระกำ อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก
       ฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 3 ตั้งอยู่ หมู่ที่ 8 บ้านหาดตะกู ตำบลบ้านไร่ อำเภอบางกระทุ่ม จังหวัดพิษณุโลก รับผิดชอบพื้นที่ชลประทาน 62,100 ไร่ ในพื้นที่ตำบลงิ้วงาม อำเภอเมือง ตำบลวังอิทก อำเภอบางระกำ ตำบลบ้านไร่ โคกสลุด สนามคลี อำเภอบางกระทุ่ม จังหวัดพิษณุโลก และตำบลกำแพงดิน รังนก สามง่าม อำเภอสามง่าม ตำบลย่านยาว อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร

ผู้อำนวยการ
นายมงคล สุภากาย
ผคบ.พลายชุมพล

ค้นหาข้อมลภายนอก

Google

ระบบ BIS

นับจำนวนผู้เข้าชม

วันนี้ 192
เดือนนี้ 6,327
เดือนที่แล้ว 8,846
ปีนี้ 86,275
ปีก่อน 106,182
ตั้งแต่วันที่ 12 กันยายน 2557

เว็บที่เกี่ยวข้อง

ชลประทานงานเพื่อแผนดินไทย
16 มิถุนายน 2559

ผู้รับผิดชอบและพัฒนาเว็บไซต์
ประชาสัมพันธ์ และศูนย์สารสนเทศ สชป.3

สำนักชลประทานที่ 3 204 หมู่ 8 ต.ท่าทอง อ.เมือง จ.พิษณุโลก 65000
โทรศัพท์ 0-5533-3001 ต่อ 200
โทรสาร 0-5533-3021
E-mail pr3_2555@hotmail.com

เข้าสู่ระบบ