ประชาสัมพันธ์ สำนักชลประทานที่ 3 ต.ท่าทอง อ.เมือง จ.พิษณุโลก 65000 โทร 0-5533-3001 ต่อ 200
บัญชีรายชื่อผู้ผ่านการเลือกสรรเพื่อจัดจ้างเป็นพนักงานราชการตำแหน่งต่างๆ สำนักชลประทานที่ 3

   ติดตามสถานการณ์ภัยแล้ง  จังหวัดพิษณุโลก  และจังหวัดพิจิตร

    

             นายบรรดิษฐ์    อินต๊ะ    ผู้อำนวยการโครงการชลประทานพิษณุโลก  ได้เผยถึงสถานการณ์ภัยแล้ง
ภายในเขตจังหวัดพิษณุโลก    เมื่อวันที่  27  กุมภาพันธ์  2552  ว่าพื้นที่เพาะปลูกฤดูแล้งปี  2551 – 2552  จำนวน  31,700  ไร่  ยังไม่ได้รับความเสียหายจากวิกฤตการณ์ภัยแล้งในปีนี้  แต่คาดว่าอีกประมาณ  10  วันข้างหน้า  จะเริ่มได้รับผลกระทบ  สาเหตุเนื่องจากฝนทิ้งช่วง  ทำให้ปริมาณน้ำที่กักเก็บไม่เพียงพอ  ประกอบ กับมีการขยายตัวของพื้นที่เพาะปลูกมากขึ้น พื้นที่ที่คาดว่าจะประสบปัญหาจะอยู่ในพื้นที่ ที่ใช้แหล่งน้ำจากคลอง ชมพู  ได้แก่บริเวณบ้านเนินกุ่ม  ตำบลเนินกุ่ม  อำเภอบางกระทุ่ม  เนื่องจากน้ำที่กักเก็บบริเวณหน้าฝายมีปริมาณลดลง ประกอบกับแหล่งน้ำใต้ดิน  บริเวณนั้นมีไม่เพียงพอ และได้มีการชี้แจงชาวบ้านและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ทราบล่วงหน้าแล้ว  เมื่อวันที่  10  กุมภาพันธ์  2552
                ทั้งนี้ได้เสนอแนวทางแก้ไขไว้เป็นระยะคือ
                       การแก้ไขเร่งด่วน  โดยใช้ฝนหลวง
                       แผนแก้ไขระยะสั้น  โดยการขุดลอกคลองชมพู  และคลองสาขา  เพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บกักน้ำน้ำในลำคลอง
                       แผนแก้ไขระยะกลาง  ปรับปรุงอาคารชลประทานต่างๆ  ในคลองชมพูให้เหมาะสมตามสภาพ  และ
                       ความต้องการของพื้นที่นั้นๆ
                       แผนแก้ไขระยะยาว  โดยการสร้างอ่างเก็บน้ำคลองชมพู

                โครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำคลองชมพู  เป็นโครงการในพระราชดำริ  ที่เคยได้ดำริไว้  เมื่อวันที่  4  มีนาคม 2520 สร้างขึ้นเพื่อเก็บน้ำ ไว้ใช้ส่งช่วยเหลือเกษตรกรในพื้นที่ อำเภอวังทอง อำเภอบางกระทุ่ม  อำเภอเนินมะปราง  จังหวัดพิษณุโลก  ปัจจุบันอยู่ระหว่างสำรวจออกแบบ 

               สำหรับปัญหาภัยแล้ง ที่เกิดในพื้นที่จังหวัดพิจิตร นายเรืองโชค ชัยดำรงค์กุล หัวหน้าฝ่ายจัดสรรน้ำและปรับปรุงระบบชลประทาน โครงการชลประทานพิจิตร ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับพื้นที่ที่กำลังประสบปัญหาอยู่ในขณะนี้ว่า  พื้นที่ได้รับผลกระทบ  ส่วนใหญ่จะอยู่นอกเขตชลประทานที่กระจายไปทั่ว  อำเภอวชิรบารมี  อำเภอสามง่าม  และอำเภอโพธิ์ประทับช้าง  โดยเฉพาะคลองวังบัวที่รับน้ำจากการผันน้ำจากแม่น้ำปิง  จังหวัดกำแพงเพชร  มาเสริมช่วยเหลือเกษตรกร

                จากการที่ได้ลงสำรวจพื้นที่  เมื่อวันที่  27  กุมภาพันธ์  2552  ที่ผ่านมา  นายเรืองโชค  เผยถึงปัญหาว่ามีการปลูกพืชในฤดูแล้งที่เพิ่มขึ้นจากแผนเดิม  เกษตรกรได้แจ้งไว้ประมาณ 1,046,637 ไร่ (รวมพื้นที่เพาะปลูกทั้ง   2  จังหวัด  ได้แก่ จังหวัดกำแพงเพชร และจังหวัดพิจิตร ซึ่งคลองวังบัวส่งน้ำช่วยเหลือเกษตรกร มีพื้นที่คาบเกี่ยวกันทั้ง  2  จังหวัด)  แต่มีการปลูกพืชเพิ่มจากแผนที่ตั้งไว้ ประกอบกับเกษตรกรทั้งจังหวัดกำแพงเพชรและพิจิตร  ปลูกพืชพร้อมกัน   จึงมีความจำเป็นต้องใช้น้ำพร้อมกัน   ทำให้น้ำในลำคลองขาดแคลน   ชาวบ้านที่อยู่เหนือน้ำ   จึงต้องใช้กระสอบทรายมาวางกั้นขวางลำคลองเป็นฝายชั่วคราว   เพื่อกักน้ำไว้ใช้   จึงเกิดผลกระทบกับเกษตรกรผู้ใช้น้ำปลายคลอง   และบางพื้นที่มีการขุดลอกคลองซอยขึ้นมาใหม่   เพื่อผันน้ำสู่พื้นที่การเกษตร   ก่อให้เกิดปัญหาในจัดสรรน้ำในลำคลอง

                สำหรับการแก้ไขปัญหา  ทางโครงการชลประทานพิจิตร  ได้มีการประชุมหารือเกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำในลำคลองกับทางโครงการชลประทานกำแพงเพชรเป็นระยะ   รวมถึงลงพื้นที่สร้างความเข้าใจกับเกษตรผู้ใช้น้ำในลำคลองวังบัว  ให้เกิดความเข้าใจอันดีในการบริหารจัดการน้ำร่วมกัน 

 



 



 



 



 



 



 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

          
สำนักชลประทานที่ 3  204  หมู่  8  ต.ท่าทอง  อ.เมือง  จ.พิษณุโลก  65000
ออกแบบพัฒนาโดย : ประชาสัมพันธ์ สชป.3