ประชุมครั้งที่2/2546

วันที่  21  ตุลาคม  2546

ที่ประชุม  ศาลาโรงธรรม  วัดบางบ่อ  เวลา  10.00  .

เวทีวัดบางบ่อประกอบด้วย   บางบ่อ  เกาะชัย  บางศรีจันทร์  ต้นหาด  บางฉนาก  บางวำ  แพรกจูด

ภาพรวมของตำบล ปากพนังฝั่งตะวันออก

                หมู่บ้านบางบ่อ เป็นหมู่บ้านหนึ่งที่อยู่ใน ตำบลปากพนังฝั่งตะวันออก   มีพื้นที่ทั้งสิ้น ประมาณ 24.870      ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 15544  ไร่ ลักษณะพื้นที่เป็นป่าชายเลนที่ริมทะเล มีคลองโก้งโค้งเป็นคลองสายหลัก   มีอาณาเขตติดต่อดังนี้

                ทางทิศตะวันตก          ติดต่อกับ    อ่าวปากพนัง

                ทางทิศตะวันออก        ติดต่อกับ    ทะเลอ่าวไทย

                ทางทิศเหนือ               ติดต่อกับ    อ่าวปากพนัง  และ แหลมตะลุมพุก

                ทางทิศใต้                    ติดต่อกับ    ตำบลบางพระ

ตำบลปากพนังฝั่งตะวันออก มีลักษณะกายภาพโดยทั่วไป คล้ายคลึงกับตำบลใกล้เคียง คือ เป็นที่ราบลุ่ม    ติดทะเล มีคลองใหญ่น้อยไหลผ่าน  ออกปากอ่าวปากพนัง คลองที่สำคัญได้แก่  คลองปากพนัง      คลองโก้งโค้ง คลองร้อยรู คลองปากกว้าง   ซึ่งมีพื้นที่ลักษณะชุ่มน้ำ และป่าโกงกาง

ตำบลปากพนังฝั่งตะวันออก แบ่งเขตการปกครอง ออกเป็น 7 หมู่บ้าน

หมู่ที่ 1  บ้านชายทะเล

หมู่ที่ 2    บ้านบางฉนาก

หมู่ที่ 3    บ้านเนินสำโรง

หมู่ที่ 4    บ้านโก้งโค้ง

หมู่ที่ 5    บ้านบางวำ

หมู่ที่ 6    บ้านเนินน้ำหัก

หมู่ที่ 7    บ้านเกาะชัย

มีจำนวนประชากรทั้งหมด  8057  คน  เป็นผู้ชาย 4071  คน   ผู้หญิง 3971  คน  ประชากรเกือบทั้งหมดนับถือศาสนาพุทธ 80 เปอร์เซ็นต์ ศาสนาอิสลาม 20 เปอร์เซ็นต์

ทรัพยากรธรรมชาติ และอาชีพ

            ทรัพยากรที่สำคัญของตำบล ปากพนังฝั่งตะวันออก คือ ทรัพยากรชายฝั่งทะเล หรือพื้นที่ลุ่มน้ำ หรือป่าโกงกาง รวมไปถึงลำคลองน้อยใหญ่  นอกจากนี้อาชีพหลักคือการทำประมงพื้นบ้าน ในบริเวณ อ่าวปากพนัง และคลองต่าง ๆ ในบริเวณป่าชายเลน และต่อมาทางกรมป่าไม้ มีนโยบายปลูกป่าโกงกาง ในบริเวณป่าชายเลน จึงมีชาวบ้านเข้าร่วมปลูกป่าและรักษาป่า ครั้งในอดีตความอุดมสมบูรณ์ในอ่าวปากพนัง  และบริเวณป่าชายเลน มีความอุดมสมบูรณ์ ไปด้วย กุ้ง    หอย  ปู และ ปลา มีความอุดมสมบูรณ์มาก แต่ต่อมาปัจจุบัน ความอุดมสมบูรณ์ กลับลดน้อยลง  เกิดจาก ระบบนิเวศทางธรรมชาติ ถูกทำลาย มีการบุกรุกป่าชายเลนเพื่อเลี้ยงกุ้งกุลาดำ  โดยไม่รู้เท่าถึงการ  และมีการปิดประตูระบายน้ำปากพนัง ทำให้ระบบนิเวศวิทยาเปลี่ยนแปลง น้ำไม่ไหลขึ้น ลง ตามปกติ ทำให้คลองตื้นเขิน  

                1.อาชีพของคนต้นหาดคือการประกอบอาชีพประมงเป็นอาชีพหลักในอ่าวหรือประมงทะเลโดยใช้อุปกรณ์ในการจับสัตว์น้ำ ดังนี้

-  เรือรุนหัว

-  อวนลอย

-  ปักแร้ว,  ไซธนู

-  อวน   อื่นๆ

อาชีพอื่น ๆ เช่น  มอเตอร์ไซค์รับจ้าง   ขายของชำ  กรรมกรก่อสร้าง  และการเลี้ยงสัตว์

2.  ปัญหาส่วนใหญ่เป็นปัญหาในการประกอบอาชีพทำการประมงของชาวบ้านจากเดิมที่เคยมี

พันธุ์ปลา  กุ้ง  หอย  ปู  ที่อุดมสมบูรณ์  แต่ขณะนี้ชาวประมงได้รับผลกระทบโดยขณะนี้ทำให้พันธุ์ปลาและสัตว์น้ำน้อยลง  อีกทั้งมีค่าใช้จ่ายสูงในการออกไปจับปลาในแต่ละครั้ง และมีการบุกรุกของป่าชายเลน ของกลุ่มผู้มีผลประโยชน์ เข้าไปทำลายพื้นที่ของป่าชายเลน จึงทำให้ความอุดมสมบูรณ์ลดน้อยลง

   3.  สาเหตุที่ทำให้พันธุ์ปลาลดน้อยลงในบริเวณปากอ่าวไทย

3.1  จากการปิดประตูระบายน้ำอุทกวิภาคประสิทธิ์ทำให้น้ำไม่ไหลขึ้น – ลง ตามธรรมชาติ เป็นเหตุให้ ปลาในลุ่มน้ำปากพนัง ซึ่งปกติขึ้นมาวางไข่  แต่เดี่ยวนี้ไม่สามารถขึ้นมาวางไข่ได้ เพราะมีการปิดประตูระบายน้ำ จึงทำให้ระบบนิเวศของปลาเปลี่ยนแปลง

3.2  พื้นดินในท้องคลองเน่าเสีย  เนื่องจากมีการตกตะกอนของขยะ ที่ถูกทิ้งโดยชุมชน ในพื้นที่สองริมฝั่งคลองของลุ่มน้ำปากพนัง

3.3  โรงงานปลาป่น  และโรงงานอุตสาหกรรมปล่อยน้ำเสียลงไปในคลองโดยไม่ได้บำบัดก่อน

3.4 ตลาดองค์การสะพานปลาและตลาดกุ้งปากพนังปล่อยน้ำเสียลงคลองโดยระบบการบำบัดน้ำเสีย ยังไม่ดีพอ จึงทำให้ คุณภาพน้ำ ยังคงเน่าเสีย

3.5 น้ำเสียจากชุมชนเมืองที่เกือบทุกบ้าน ทิ้งน้ำโดยไม่ได้รับการบำบัด

3.6 มีเรือดูดหอยในบริเวณปากอ่าวไปทำลายระบบนิเวศวิทยา โดยตัดวงจร ในระบบนิเวศ ของหอยมากเกินไป

3.7 เรือประมงและเรือบรรทุกน้ำมัน  ถ่ายน้ำมันเครื่องลงไปในคลองและในทะเล ซึ่งมีการเห็นเป็นประจำ

3.8    ป่าชายเลนถูกทำลาย  จากนายทุน  ซึ่งป่าชายเลนจะเป็นที่วางไข่ของสัตว์น้ำ

3.9 คลองตื้นเขิน เนื่องจากมีการสะสมของการตกตะกอนของขยะ และน้ำไม่ขึ้นลงตามธรรมชาติ จึงทำให้เกิดการตกตะกอนเร็วขึ้น

สาเหตุ เหล่านี้ทำให้เกิดปัญหาน้ำเน่าเสียในบริเวณปากอ่าวของแม่น้ำปากพนัง  จึงทำให้ชาวประมงต้องออกไปทำการประมงไกลประมาณ  10  กิโลเมตร  จึงทำให้เกิดต้นทุนสูงในการประกอบอาชีพและจะไม่ค้มทุนในการทำการประมง  จึงทำให้ฐานะอยากจนลง  และเป็นหนี้สินกันมากในขณะนี้

 

แนวทางการแก้ไขปัญหา

จากปัญหาดังกล่าวดังกล่าวชาวบ้านต้องการให้มีการเปิดประตูระบายน้ำ  อุทกวิภาชประสิทธิ์  เพื่อจะได้ให้ระระบบธรรมชาติกลับคืนมาเหมือนเดิม

1. ให้แต่งตั้งคณะกรรมกรบริหารจัดการลุ่มน้ำปากพนัง  โดยมีทั้งภาครัฐและภาคประชาชนทำหน้าที่บริหารประตูระบายน้ำ  ปิด -  เปิด  ประตูน้ำ

2. ให้องค์การสะพานปลา  และตลาดกุ้ง  สร้างบ่อบำบัดน้ำเสียก่อนทิ้งลงไปในคลองปากพนัง     เพิ่มเติม ส่วนที่มีอยู่แล้ว  ต้องเพิ่มการดูแล และการจัดการ โดยให้มีชาวบ้านเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น

3.ให้มีการปลูกป่าชายเลนทดแทนป่าชายเลนที่ถูกทำลาย  เพื่อเป็นการเพิ่มแหล่งวางไข่  และเป็นแหล่งเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ  เพิ่มจำนวนมากขึ้นมากกว่าเดิม  โดยให้คนในชุมชนเข้าร่วมโครงการ และมีการบริหารการจัดการ จากคนในชุมชน เข้ามามีส่วนร่วม

4.ให้กรมประมงปล่อยพันธุ์ปลาเพิ่มมากขึ้น เพื่อเป็นแหล่งหากินของชาวประมงแทนสัตว์น้ำ  ธรรมชาติ โดยใช้วิธีการเลี้ยงปลาในบ่อกุ้งร้าง  

5.ในกรณีที่ท้องคลองเน่าเสียให้เปิดประตูไล่น้ำเสียออก  เพื่อไม่ให้ท้องคลองเกิดความเน่าเสีย

โครงการในการพัฒนาความเป็นอยู่ของคนในพื้นที่อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาส่งเสริมอาชีพ อยากให้หน่วยงานของรัฐ ได้เข้ามาส่งเสริมอาชีพที่ทำอยู่ในรูปแบบกลุ่ม โดยใช้วัตถุดิบที่มีอยู่ในชุมชน เป็นการทดแทนอาชีพเดิม ที่ต้องสูญเสียไป จากการเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศ ดังนี้

1.  ให้มีการจัดตั้งกลุ่ม  เช่น  กลุ่มเย็บผ้า  ร้านค้าชุมชน  กลุ่มทำขนม  โดยมีการส่งเสริมอุปกรณ์  และวิทยากร  และงบประมาณ  และหาตลาดให้กับชาวบ้านด้วย

2.  ตั้งกลุ่มชมรมท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์โดยให้หน่วยงานของรัฐ สนับสนุน  วิทยากร    กระบวนการ  โดยมีระบบและขั้นตอนที่แน่นชัด  และเป็นระบบแบบชาวบ้านที่เข้าใจง่าย

3.  ตั้งกลุ่มเลี้ยงสัตว์    เช่น  การเลี้ยงเป็ด  ไก่  ปู  ปลา  และเลี้ยงปลากระพงในกระชัง  (นอกอ่าวไทย)

4. ตั้งกลุ่มรับซ่อมเครื่องยนต์  จากเรือประมง  เพื่อเป็นการสร้างรายได้ให้กับชาวประมงด้วยกันเพิ่มรายไดสูงขึ้น

                5.แปรรูปอาหารแห้งจากทะเลโดยเน้นวัตถุดิบจากชุมชนที่มีอยู่  เพื่อเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าที่มีอยู่ในชุมชน