สำนักชลประทานที่ 10

1.  การแบ่งส่วนราชการของกรมชลประทาน

2.  การแบ่งส่วนราชการของสำนักชลประทานที่ 10 และอัตรากำลัง

3. ขอบเขตพื้นที่ความรับผิดชอบของสำนักชลประทานที่ 10

 

1. การแบ่งส่วนราชการของกรมชลประทาน
          กรมชลประทานได้แบ่งส่วนราชการในส่วนภูมิภาคออกเป็น 17 สำนักชลประทาน เพื่อรับผิดชอบพื้นที่ลุ่มน้ำหลักต่าง ๆ ของประเทศ โดยสำนักชลประทานที่ 10 เป็น 1 ในจำนวนดังกล่าวซึ่งรับผิดชอบพื้นที่บริเวณลุ่มน้ำป่าสักทั้งหมดและลุ่มน้ำเจ้าพระยาบางส่วน ประกอบด้วยพื้นที่ จ.เพชรบูรณ์ ลพบุรี และสระบุรี รวมทั้งพื้นที่บางส่วนของ จ.นครสวรรค์ ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง และ จ.พระนครศรีอยุธยา มีที่ทำการตั้งอยู่ท้องที่ ต.เขาพระงาม อ.เมือง จ.ลพบุรี ซึ่งมีระยะทางห่างจากกรุงเทพมหานครไปตามทางหลวงหมายเลข 1 หรือถนนพหลโยธินประมาณ 168 กิโลเมตร และยังสามารถเดินทางมายังสำนักชลประทานที่ 10 โดยรถไฟสายเหนือได้อีกทางหนึ่ง

2.  การแบ่งส่วนราชการของสำนักชลประทานที่ 10 และอัตรากำลัง
          2.1  ในส่วนกลางของสำนักชลประทานที่ 10 ประกอบด้วย 4 ส่วน กับอีก 1 ฝ่าย ได้แก่   
                 - ฝ่ายบริหารทั่วไป รับผิดชอบงานด้านธุรการ การเจ้าหน้าที่และนิติการ บัญชีการเงิน พัสดุ อาคารสถานที่และรักษาความปลอดภัย งานประชาสัมพันธ์และสารสนเทศ
                 - ส่วนวิศวกรรมบริหาร รับผิดชอบงานด้านพิจารณาโครงการ สำรวจปฐพีและธรณีวิทยา สำรวจภูมิประเทศ ออกแบบ จัดการความปลอดภัยเขื่อน งานตรวจสอบและวิเคราะห์ด้านวิศวกรรม
                 - ส่วนจัดสรรน้ำและบำรุงรักษา รับผิดชอบงานด้านบริหารและจัดการน้ำ วางแผนปรับปรุงและบำรุงรักษาโครงการชลประทาน แผนงานและงบประมาณด้านจัดสรรน้ำ ส่งเสริมการใช้น้ำ ปรับปรุงและบำรุงรักษาทางชลประทาน และวางแผนและแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำ
                 - ส่วนปฏิบัติการ รับผิดชอบงานด้านแผนงานและงบประมาณด้านก่อสร้าง ปรับปรุงแหล่งน้ำธรรมชาติและโครงการพิเศษ
                 - ส่วนเครื่องจักรกล รับผิดชอบงานด้านวิศวกรรมเครื่องกล ปฏิบัติการช่างกล ปฏิบัติการเครื่องจักรกลงานดิน ปฏิบัติการสูบน้ำ และสื่อสาร

          2.2 การแบ่งส่วนการบริหารงานในเขตพื้นที่ความรับผิดชอบด้านส่งน้ำและบำรุงรักษา มีจำนวนรวม 14 โครงการ ประกอบด้วย
                 - โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษา จำนวน 10 โครงการ มีหน้าที่รับผิดชอบด้านจัดสรรน้ำ บำรุงรักษาและปรับปรุงระบบชลประทานในบริเวณพื้นที่ ซึ่งอยู่ในเขตชลประทานทั้งหมดประมาณ 2.43 ล้านไร่ ได้แก่
                   1) โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษามโนรมย์ ตั้งอยู่ที่ ต.วัดโคก อ.มโนรมย์ จ.ชัยนาท
                   2) โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาช่องแค ตั้งอยู่ที่ ต.พรหมนิมิต อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์
                   3) โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาโคกกะเทียม ตั้งอยู่ที่ ต.เขาพระงาม อ.เมือง จ.ลพบุรี
                   4) โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเริงราง ตั้งอยู่ที่ ต.สร่างโศก อ.บ้านหมอ จ.สระบุรี
                   5) โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษามหาราช ตั้งอยู่ที่ ต.ม่วงหมู่ อ.เมือง จ.สิงห์บุรี
                   6) โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาคลองเพรียว-เสาไห้ ตั้งอยู่ที่ ต.ปากเพรียว อ.เมือง จ.สระบุรี
                   7) โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาป่าสักใต้ ตั้งอยูที่ ต.ท่าหลวง อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา
                   8) โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษานครหลวง ตั้งอยู่ที่ ต.ลำไทร อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา
                   9) โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ตั้งอยู่ที่ ต.หนองบัว อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี
                   10) โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาบางบาล ตั้งอยู่ที่ ต.บ้านป้อม อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา
                 - โครงการชลประทาน (จังหวัด) มีจำนวน 4 โครงการ พื้นที่ทั้งหมดประมาณ 13.80 ล้านไร่ ได้แก่
                   1) โครงการชลประทานเพชรบูรณ์ ตั้งอยู่ที่ ต.ป่าเลา อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์
                   2) โครงการชลประทานลพบุรี ตั้งอยู่ที่ ต.เขาพระงาม อ.เมือง จ.ลพบุรี
                   3) โครงการชลประทานสระบุรี ตั้งอยู่ที่ ต.ปากเพรียว อ.เมือง จ.สระบุรี
                   4) โครงการชลประทานพระนครศรีอยุธยา ตั้งอยู่ที่ ต.หันตรา อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา

           2.3 การแบ่งส่วนการบริหารงานในเขตพื้นที่ความรับผิดชอบด้านการก่อสร้าง มีจำนวน 1 โครงการ ได้แก่
                 1) โครงการก่อสร้าง 10 มีที่ทำการตั้งอยู่บริเวณหัวงานเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ต.หนองบัว อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี รับผิดชอบวางแผนและพิจารณาจัดทำรายงานศึกษาความเหมาะสมเบื้องต้นในด้านวิศวกรรมของโครงการชลประทานขนาดเล็ก และโครงการพิเศษต่าง ๆ ในโครงการที่มีระยะเวลาก่อสร้างไม่เกิน 1 ปี และไม่มีการจัดซื้อที่ดิน ดำเนินการวางแผนควบคุมบริหารงานด้านก่อสร้างให้แล้วเสร็จตามแผน ตรวจสอบ วิเคราะห์ ติดตามประเมินลงานก่อสร้างให้เป็นไปตามมาตรฐานถูกต้องตามหลักวิชาการ ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน จัดการข้อร้องเรียนและข้อเสนอแนะของประชาชน
                    นอกจากนี้ยังมีหน่วยงาน ซึ่งสังกัดสำนักและกองต่าง ๆ ในส่วนกลางของกรมชลประทานมาปฏิบัติงานในพื้นที่สำนักชลประทานที่ 10 ได้แก่ ศูนย์ปฏิบัตการเครื่องจักรกลที่ 5 ฝ่ายสำรวจทำแผนที่ทางพื้นดิน 10 ฝ่ายสำรวจกันเขตภาคกลาง และฝ่ายจัดหาที่ดิน 10

           2.4 อัตรากำลัง
                 สำนักชลประทานที่ 10 มีอัตรากำลังตามกรอบอัตรากำลัง รวมทั้งสิ้นจำนวน 1,341 คน ประกอบด้วย
                 - ข้าราชการ จำนวน 218 คน
                 - ลูกจ้างประจำ จำนวน 1,052 คน
                 - พนักงานราชการ จำนวน 71 คน

                อนึ่ง ยังมีการจ้างลูกจ้างชั่วคราว เพื่อช่วยปฏิบัติงานด้านก่อสร้าง และปรับปรุงซ่อมแซมระบบชลประทานตามความจำเป็น และเหมาะสมกับแผนงาน และงบประมาณที่ได้รับอนุมัติในแต่ละปีอีกด้วย

3. ขอบเขตพื้นที่ความรับผิดชอบของสำนักชลประทานที่ 10
            สำนักชลประทานที่ 10 มีภารกิจในการบริหารจัดการน้ำ บำรุงรักษาและปรับปรุงระบบชลประทาน การพัฒนาแหล่งน้ำขนาดเล็ก ขนาดกลาง และโครงการพิเศษ รวมทั้งงานก่อสร้างระบบคันคูน้ำ ตลอดจนการป้องกันน้ำท่วมพื้นที่ในเขตชลประทาน นอกจากนี้ยังรับผิดชอบในการศึกษา และจัดทำรายงานเบื้องต้นของโครงการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดกลาง และขนาดใหญ่ในบริเวณพื้นที่นอกเขตชลประทาน
            พื้นที่ในเขตความรับผิดชอบของสำนักชลประทานที่ 10 มีทั้งหมดประมาณ 16,231,200 ไร่ ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ในเขตลุ่มน้ำป่าสัก และอยู่ทางฝั่งซ้ายหรือฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา จำนวน 16,078,900 ไร่ และพื้นที่ฝั่งขวาหรือฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา ในเขตโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาบางบาล จำนวน 152,300 ไร่ โดยครอบคลุมพื้นที่ทั้งจังหวัด จำนวน 3 จังหวัด คือ เพชรบูรณ์ ลพบุรี และสระบุรี รวมทั้งพื้นที่บางส่วนของอีก 5 จังหวัด ได้แก่ นครสวรรค์ ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง และพระนครศรีอยุธยา พื้นที่ดังกล่าวแยกออกเป็น 2 ส่วน ดังนี้
            - พื้นที่ในเขตชลประทาน (Project Area) คือ พื้นที่ซึ่งมีระบบส่งน้ำ ระบบระบายน้ำ ระบบป้องกันน้ำท่วม และทางชลประทานหรือเส้นทางลำเลียงผลผลิตทั้งในเขตโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษา และโครงกาครชลประทาน (จังหวัด) มีประมาณ 2,609,100 ไร่ แต่เป็นพื้นที่ชลประทาน (Irrigable Area) หรือพื้นที่ส่งน้ำ จำนวน 2,259,370 ไร่ โดยเป็นพื้นที่ในเขตโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษา 10 โครงการ จำนวน 2,124,042 ไร่ และในเขตโครงการชลประทาน (จังหวัด) 3 โครงการ จำนวน 135,328 ไร่
            - พื้นที่นอกเขตชลประทานมีอยู่ประมาณ 13,622,100 ไร่ ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของโครงการชลประทาน (จังหวัด) จำนวน 4 โครงการ

แหล่งน้ำต้นทุน มี 2 แหล่งใหญ่ ได้แก่
            4.1 แม่น้ำเจ้าพระยา รวมทั้งอ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล ซึ่งมีความจุ 13,462 ล้าน ลบ.ม. และอ่างเก็บน้ำเขื่อนสิริกิติ์ ความจุ 9,510 ล้าน ลบ.ม. ด้วย โดยมีเขื่อนเจ้าพระยา ซึ่งตั้งอยู่ที่ อ.สรรพยา จ.ชัยนาท ทำหน้าที่ทดน้ำเพื่อส่งน้ำเข้าคลองส่งน้ำสายใหญ่ ซึ่งเป็นคลองส่งน้ำสายหลักของสำนัก จำนวน 2 สาย ได้แก่
                
 1)
คลองชัยนาท-อยุธยา มีความยาวประมาณ 120 กม. รับน้ำผ่านประตูระบายน้ำปากคลอง ที่บริเวณด้านหน้าเขื่อนเจ้าพระยา มีปริมาณน้ำสูงสุด 65 ลบ.ม./วินาที และปลายคลองอยู่ในท้องที่ อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา ทำหน้าที่ส่งน้ำให้แก่โครงการส่งน้ำและบำรุงมหาราช คิดเป็นพื้นที่ 404,660 ไร่
                 2) คลองชัยนาท-ป่าสัก มีความยาวประมาณ 132 กม. รับน้ำผ่านประตูระบายน้ำมโนรมย์ ที่ อ.มโนรมย์ จ.ชัยนาท ซึ่งมีปริมาณน้ำสูงสุด 210 ลบ.ม./วินาที แล้วส่งน้ำให้แก่โครงการตอนบน ได้แก่ โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษามโนรมย์ ช่องแค โคกกะเทียม และโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเริงราง รวมพื้นที่ประมาณ 774,000 ไร่ และยังส่งน้ำส่วนหนึ่งผ่านประตูระบายน้ำเริงรางลงสู่แม่น้ำป่าสัก บริเวณหน้าเขื่อนพระรามหก อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อช่วยเหลือพื้นที่โครงการตอนล่างอีกด้วย
            นอกจากนี้ ยังมีสถานีสูบน้ำถาวร จำนวน 12 สถานี ที่สูบน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาโดยตรง และลำน้ำสาขา เพื่อส่งน้ำให้แก่พื้นที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาบางบาล ซึ่งมีพื้นที่อยู่ทางฝั่งขวาหรือฝั่งตะวันตก ของแม่น้ำเจ้าพระยา ประมาณ 130,810 ไร่
            4.2 แม่น้ำป่าสัก ซึ่งมีอ่างเก็บน้ำเขื่นป่าสักชลสิทธิ์เป็นแหล่งน้ำต้นทุน ตั้งอยู่ระหว่าง อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี และ อ.วังม่วง จ.สระบุรี สามารถเก็บกักน้ำได้สูงสุด 960 ล้าน ลบ.ม. และได้ก่อสร้างระบบชลประทาน ประกอบด้วย 4 โครงการ ได้แก่ โครงการสูบน้ำพัฒนานิคม พัฒนานิคม-แก่งคอย โครงการสูบน้ำแก่งคอย-บ้านหมอ มีพื้นที่ชลประทาน รวมประมาณ 144,500 ไร่ และโครงการจัดหาน้ำเพื่อการเกษตรจังหวัดลพบุรี เพื่อสูบน้ำจากอ่างเก็บน้ำเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ส่งไปตามระบบท่อเพื่อช่วยพื้นที่ อ.โคกสำโรง อ.สระโบสถ์ และ อ.โคกเจริญ จ.ลพบุรี จำนวน 30,000 ไร่ อีกด้วย นอกจากนี้ยังระบายน้ำจากเขื่อนลงสู่ลำน้ำเดิม โดยอาศัยการทดน้ำของเขื่อนพระรามหก ที่ ต.ท่าหลวง อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยาส่งเข้าคลองระพีพัฒน์ ซึ่งสามารถรับน้ำได้สูงสุด 210 ลบ.ม./วินาที ทั้งนี้รวมกับปริมาณน้ำต้นทุนส่งนหนึ่งที่มาจากแม่น้ำเจ้าพระยาโดยผ่านคลองชัยนาท-ป่าสัก แล้วส่งน้ำให้แก่พื้นที่โครงการตอนล่างทั้งหมด ได้แก่ โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาป่าสักใต้ และนครหลวง จำนวนประมาณ 423,998 ไร่ รวมทั้งโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาในเขตสำนักชลประทานที่ 11 อีก 4 โครงการ รวมพื้นที่ประมาณ 1,508,600 ไร่ ประกอบด้วย โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษารังสิตเหนือ รังสิตใต้ คลองด่าน และพระองค์ไชยานุชิต สำหรับคลองระพีพัฒน์ มีความยาวประมาณ 32 กม. ถึง อ.หนองแค จ.สระบุรี จะแยกออกเป็น 2 สาย คือ คลองระพีพัฒน์แยกตกและแยกใต้ มีความยาวประมาณ 37 กม. และ 30 กม. ตามลำดับ
            อนึ่ง ยังมีสถานีสูบน้ำเสาไห้ที่สูบน้ำจากแม่น้ำป่าสัก และประตูระบายคลองเพรียวที่ทดน้ำในคลองเพรียว ซึ่งเป็นลำน้ำสาขาของแม่น้ำป่าสัก เพื่อส่งน้ำให้แก่พื้นที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาคลองเพรียว-เสาไห้ ประมาณ 135,300 ไร่