การเพาะเห็ดหลินจือ

เห็ดหลินจือ 

               
จัดเป็นเห็ดกระด้างที่มีโครงสร้างคล้ายเนื้อไม้  พบอยู่ทั่วไปตามต้นไม้ผุที่มีความชื้นสูงพอสมควร  เห็ดจือเป็นที่รู้จักกันอย่างดีในหมู่คนจีนมานาน  นับเป็นพันปีมาแล้ว  เห็ดหลินจือมีชื่อดั้งเดิมในประเทศจีนว่า  หญ้านางฟ้า  เป็นเห็ดที่มีคุณภาพสูงในการใช้เป็นสมุนไพรรักษาโรค  การแพทย์แผนปัจจุบันพิสูจน์แล้วว่า  เห็ดหลินจือมีผลต่อการบรรเทาโรคบางชนิด  เช่น  ทางสมอง  หัวใจ  ทางเดินหายใจ  หลอดลม  กระเพาะลำไส้  หืดหอบ  เป็นต้น  และมีผลงานวิจัยแสดงให้เห็นว่าธาตุอาหารที่หายากชนิดหนึ่ง  คือ  Germanium  (GE)  ที่มีอยู่ในเห็ดหลินจือ  เป็นธาตุอาหารที่สำคัญมากต่อมนุษย์  มีคุณสมบัติในทางช่วยเร่งเมตตาโบลิซึมของร่างกาย  ทำให้แก่ช้าลงและยังมี  Polysaccharide   บางชนิดซึ่งช่วยเสริมสร้างความต้านทานโรคต่าง ๆ โดยเฉพาะโรคมะเร็ง

  ลักษณะทั่วไปของเห็ดหลินจือ
                เห็ดหลินจือเป็นเชื้อราชนิดหนึ่งที่ขึ้นอยู่ตามต้นไม้ที่เน่าเปื่อย  ผุพัง  พบอยู่ทั่วไป  ระดับความสูงตั้งแต่ระดับน้ำทะเลจนำระทั่งสูงกว่า  1,000  เมตร  อุณหภูมิระหว่าง  8 – 38 องศาเซลเซียส  ต่ำกว่า  0  องศาเซลเซียส  เส้นใยและดอกยังสามารถมีชีวิตอยู่ได้แต่ไม่เจริญเติบโต  เมื่ออากาศเริ่มอุ่นขึ้นก็สามารถเจริญเติบโตต่อไปได้  เห็ดหลินจือมีชื่อเรียกแตกต่างกันไปตามภาษาเรียก  ประเทศจีนเรียกว่า  หลิงชิง  หรือหลินจือ  แปลว่า  สุดยอดของต้นไม้วิเศษ  สำหรับประเทศไทยเรียกว่า  เห็ดกระด้าง  เห็ดหั้งขอ  เห็ดนางกวัก  เห็ดแม่เบี้ยงูเห่า  เห็ดจวักงู  เห็ดมะพร้าว  แล้วยังแบ่งแยกไปตามชนิดของเห็ด  ได้แก่

ส่วนประกอบของเห็ดหลินจือ
1.  เส้นใย  เป็นเส้นละเอียดสีขาว  ถ้าเห็นเส้นใยไว้นาน ๆ จะเปลี่ยนสีเหลืองและน้ำตาล เมื่อส่องดูใต้กล้องจุลทรรศน์  เส้นใยหนึ่ง ๆ ประกอบไปด้วย  เซลล์หลายเซลล์  มีการแตกสาขาและมีผนังกั้น
2.  ดอกเห็ด  ประกอบด้วยส่วนของหมวกเห็ดและก้าน  หมวกเห็ดมีรูปร่างกลมหรือรูปโต  โดยทั่วไปมีขนาด  10 – 12 ซม.  บางครั้งจะใหญ่ได้ถึง  20  ซม.  ผิวด้านนอกมีผิวเป็นสีแดงหรือน้ำตาลแล้วแต่สายพันธุ์  มีแถบเป็นวงกลม  ซึ่งมีความกว้างของแถบวงไม่สม่ำเสมอ  บางครั้งด้านในของหมวกเห็ดจะมีสีเหลือง  เนื้อเห็ดมีสีขาวหรือขาวนวล  ด้านใต้ของหมวกเห็ดจะมีลักษณะเป็นหลอดดูคล้ายรูฟองน้ำก้านเห็ดมีลักษณะกลมอยู่ติดกับหมวกเห็ดทางด้านในยาว  10 ซม.  กว้าง  3 – 4 ซม.  มีสีเดียวกับหมวกเห็ด
3.  สปอร์  สปอร์มีลักษณะเป็นรูปไข่  เป็นรูเล็กอยู่ใต้หมวกดอก  เมื่อดอกมีขนาดเล็กอยู่บริเวณนี้  จะอัดแน่นติดอยู่ด้วยกัน  มีสีแตกต่างกันไปแล้วแต่ชนิดหรือสายพันธุ์

การวิเคราะห์ส่วนประกอบทางเคมี
                จากการวิเคราะห์ส่วนประกอบทางเคมีของเห็ดหลินจือ  พบว่ามีส่วนประกอบหลักดังนี้คือ


ส่วประกอบ

ปริมาณที่ตรวจพบเป็นหน่วย

น้ำ  (Water  content)

6.9 %

โปรตีน (Protein)

26.4%

ไขมัน  (Fat)

4.5 %

เส้นใย  (Fiber)

0.1 %

เถ้า  (Ash)

19.0 %

คาร์โบไฮเดรต (Carbohydrate)

43.1 %

โพลีแชคคาไรด์ (Polysaecharide)

11.4 %

แคลเซียม (Calcium,Cal)

832 มก/เห็ด 100 กรัม

ฟอสฟอรัส (Phosphorus,P)

1,030  มก/เห็ด 100 กรัม

เหล็ก  (Lion,Fe)

82.6 มก/เห็ด 100 กรัม

แมกนีเซียม  (Magneslum,Mg)

1,030 มก/เห็ด 100 กรัม

โซเดียม  (Sodium<Mg)

375 มก/เห็ด  100 กรัม

โปรแตสเซียม (Potassium,K)

3,590 มก/เห็ด 100 กรัม

วิตามิน บี 1 (vitamin B1)

3.49 มก/เห็ด 100 กรัม

วิตามิน บี 2 (vitamin B2)

17.1 มก/เห็ด 100

ส่วนประกอบ

ปริมาณที่ตรวจพบเป็นหน่วย

วิตามินบี 6 (vitamin B6)

0.71 มก/เห็ด 100 กรัม

โคลีน  (Coline)

1,150 มก/เห็ด 100 กรัม

ไนอาซิน  (Niazin)

61.9 มก/เห็ด 100 กรัม

อินโนซิตอล (Inositol)

307.0 มก/เห็ด 100 กรัม


คุณสมบัติทางยาของเห็ดหลินจือ
                คุณสมบัติที่น่าสนใจ  คือ  คุณสมบัติในด้านการบำรุงร่างกายและทางยาเท่านั้นเพราะตัวของเห็ดเองมีลักษณะแข็งแบบเนื้อไม้  ไม่มีกลิ่น  บางชนิดยังมีรสขม  หวานหรือเปรี้ยว  หรือไม่มีรส  ชาวจีนนับว่าเป็นชาติแรกที่รู้จักวิธีการใช้เห็ดหลินจือเป็นยาอายุวัฒนะ  ป้องกันและรักษาโรคมากมายหลายชนิด
                ปัจจุบันได้มีการวิจัยทางคุณสมบัติของเห็ดหลินจือ  พบว่า  เห็ดหลินจือมีสารประกอบหลายชนิดที่มีคุณสมบัติทางยา  อาทิเช่น
                สาร  Ganoderic & Lucidic Acid (Polysaecharideof Pentose)  สารชนิดนี้เป็นสารที่มีโมเลกุลใหญ่ของน้ำตาลแพนโตส  มีรสขม  เป็นสารที่มีอยู่ในเห็ดหลินจือ  และเห็ดทั่วไป  มีส่วนกระตุ้นให้ร่างกายสร้างสารอินเตอร์เฟรอน  สารชนิดนี้จะไปกระตุ้นให้เกิดภูมิคุ้มกันการเข้าทำลายเนื้องอก  หรือยับยั้งการเจริญเติบโตของเนื้องอกยางชนิดได้  รวมทั้งโรคไวรัสที่ทำให้เกิดโรคไข้หวัดใหญ่
                เนื่องจากสาร Ganoderic & Lucidic Acid เป็นสารที่มีโมเลกุลขนาดใหญ่ร่างกายนำเอาไปใช้ลำบาก  แต่สารแดสคอร์บิก  แอซิด  หรือวิตามินซี  จะช่วยลดขนาดของสาร  Ganoderic & Lucidic Acid  ลงทำให้ร่างกายดูดเอาไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น  ดังนั้นในการรับประทานนิยมใส่วิตามินซีเข้าไปในปริมาณ  100  มิลลิกรัม ต่อ เห็ด 5 – 10 กรัม

สารอิริตาดีนีน  (Eritadenine)
                สารชนิดนี้มีอยู่ในเห็ดต่าง ๆ ทั่วไปแต่มีอยู่ในเห็ดหลินจือกับเห็ดฟางเป็นจำนวนมาก  สารอิริตาดินีน  มีคุณสมบัติในการละลายไขมันในเส้นเลือด

สารเจอมาเนียม Gemanium (Ge)
                เป็นสารที่สำคัญที่สุดที่มีอยู่ในโสมราคาแพง  เป็นสารที่ช่วยบำรุงร่างกาย  ทำให้ระบบเลือดหมุนเวียนได้สะดวก  ทำให้เม็ดเลือดแดงดูดซึมเอากาซออกซิเจน  อย่างมีประสิทธิ  ช่วยสร้างภูมิต้านทานของร่างกาย  ช่วยให้หายจากการอ่อนเพลียได้เร็ว  บำรุงประสาท  ไม่เครียดง่าย  เป็นยาอายุวัฒนะ  ปริมาณของสารมาเนียในเห็ด  หลินจือจะมีสารเจอมาเนียอยู่ระหว่าง 800 – 2,000 ส่วนในล้านมีมากกว่าในโสมหลายเท่า

ความต้องการสภาพต่าง ๆ เพื่อการเจริญเติบโต
                1.  ความต้องการธาตุอาหาร  เห็ดหลินจือเป็นเห็ดที่ขึ้นบนไม้ผุ  ในสภาพธรรมชาติ  เมื่อทำการเพาะเลี้ยงใส่อาหารบางอย่างลงไปในอาหารด้วย  เช่น  คาร์บอน  ไบโตรเจน  ธาตุอาหาร  ไวตามินที่ต้องการดังนี้
                1.1  คาร์บอน คาร์บอนรวมถึงน้ำตาล  แป้ง  ขี้เลื่อย  เส้นใยและวัตถุกึ่งเส้นใย
                1.2  ไนโตรเจน รวมถึงกรดอะมิโน  ยูเรีย  แอมโมเนีย  โปรตีน  ก่อนใช้ละลายน้ำก่อน
                1.3  ธาตุอาหารรอง  ต้องใส่ธาตุอาหารรองประมาณ 10 ชนิด  ลงไปในอาหาร  เช่น  โปรแตสเซียม  โซเดียม  แคลเซียม  แมกนีเซียม  ฟอสฟอรัส  ซัลเฟอร์และสักะสีเป็นต้น
                1.4 ไวตามินต้องใส่ไวตามิน   B1, B2  และ B3
                2.  สภาพอุณหภูมิ  อุณหภูมิที่ต้องการสำหรับการเติบโตของเส้นใย  20  องศา – 35 องศา  โดยมีอุณหภูมิที่เหมาะสมที่สุดอยู่ในช่วง  25  องศา – 28 องศา  และอุณหภูมิที่ดีที่สุดคือ  28  องศา
                3. ความต้องการความชื้นและความชื้นในบรรยากาศ  เช่นเดียวกับเห็ดนางฟ้า  นางรมและเห็ดหอม  เห็ดหลินจือต้องการความชื้นและความชื้นในอากาศค่อนข้างจำเพาะในอาหารเลี้ยงจะต้องมีความชื้น  60 – 65 %   ในระยะที่มีการเจริญเติบโตของเส้นใยความชื้นในบรรยากาศจะต้องเป็น 60 % ถ้ามากกว่า 60 %  จะทำให้เกิดการปนเปื้อนในถุงเลี้ยงในระยะที่ดอกเห็ดมีการเติบโตจะต้องการความชื้นสัมพันธ์ในบรรยากาศ 58 – 95 % ถ้าต่ำกว่า  85 % ดอกเห็ดจะโตช้าและต่ำกว่า  60 % ดอกเห็ดจะไม่แตกดอกหรือตายไป
                4.  ความต้องการระบายอากาศเห็ดหลินจือต้องการออกซิเจนในปริมาณที่มากพอ
                5. สภาพของแสง  ในระยะที่มีการเติบโตของเส้นใยจะไม่ต้องการแสง  แต่ในระยะที่มีเติบโตของดอกเห็ดต้องการแสงตามธรรมชาติ  ดอกเห็ดชอบแสงมันจะเติบโตเข้าทางแสง
                6. สภาพความเป็นกรดเป็นด่าง  เห็ดหลินจือชอบอาหารเลี้ยงที่เป็นกรดเล็กน้อย  ในระยะเส้นใน  pH ของอาหารเลี้ยงควรจะอยู่ระหว่าง 5.0 – 6.0

การเพาะเห็ดหลินจือ
                การเพาะเลี้ยงเชื้อเห็ดบริสุทธิ์
                การเลี้ยงเชื้อเห็ดหลินจือ  เลี้ยงได้บนอาหารชนิดเดียวกับเห็ดนางฟ้า  นางรม  อาหารที่ใช้เลี้ยงจะต้องเป็นอาหารที่เหมาะสมและปราศจากเชื้อจุลินทรีย์ทุกชนิด  ในการเตรียมอาหารเลี้ยงเชื้อบริสุทธิ์จะต้องมีขั้นตอนที่สำคัญ 2  ประการ คือสูตรอาหารที่เหมาะสมและวิธีการเตรียมที่ถูกต้อง

สูตรอาหาร  P.D.A
สูตร 1.                    มันฝรั่ง                                                                                   200        กรัม
                                รำละเอียด                                                                             50          กรัม
                                น้ำตาลคลูโคส                                                                      20          กรัม
                                วุ้น                                                                                         20          กรัม
                                วิตามิน                                                                                 10           มิลลิกรัม
                                โปรแตสเซียมไฮโดรเจนฟอสแฟต  (KH PO  )                      1           กรัม
                                แมกนีเซียมซัลเฟต  (ดีเกลือ)  MgS04                                 0.5           กรัม
                                น้ำสะอาด                                                                              1            ลิตร

สูตร 2.                    มันฝรั่ง                                                                                   200         กรัม
                                น้ำตาลกลูโคส                                                                       20          กรัม
                                วุ้น                                                                                          20         กรัม
                                น้ำสะอาด                                                                                1          ลิตร

การเตรียมอาหาร
                ล้างมันฝรั่งให้สะอาด  ปอกเปลือกหั่นเป็นแผ่นบาง  ๆ นำไปต้มกับรำละเอียดนาน  20 นาที  จากนั้นนำมากรองแล้วตวงให้ครบตามที่ต้องการ  นำไปต้มอีกครั้งหนึ่งใส่วุ้นน้ำตาลกลูโคส  ส่วนวิตามินบี 1 โปรแตสเซียมไฮโครเจนฟอสเฟตและแมกนีเซียมซัลเฟต  ผสมน้ำจนละลายดี เทใส่ในน้ำต้มมันฝรั่ง  หลังจากนั้นนำส่วนผสมนี้เทลงในหลอดทดลองหรือขวดแบน  ประมาณ  1 ใน 5 ของหลอด    หรือประมาณ  1 – 2 เซนติเมตร  สูงจากก้นขวด  ปิดจุกด้วยสำลีแล้วนำไปนึ่งในหม้อนึ่งความดัน  (Autoclave)  ใช้ความดัน 15  ปอนด์ต่อตารางนิ้วนาน  30  นาที  แล้วจึงนำหลอดมาเอียงประมาณ 10 – 15 องศา  ทิ้งไว้ให้เย็นจึงเขี่ยเนื้อเยื่อจากดอกเห็ดลงบนอาหารเย็น  แล้วนำไปเลี้ยงที่อุณหภูมิ  25 – 28 องศา  ประมาณ 7 – 10 วัน  เส้นใยเห็ดก็จะเจริญเติบโตเต็มอาหารวุ้น
                การถ่ายเชื้อเพื่อการเลี้ยงเชื้อควรจะทำเป็นระยะ ๆ ไม่เก็บไว้ใช้  แต่ถ้าจำเป็นจะต้องเก็บเชื้อที่เลี้ยงแล้วไว้จะต้องเก็บไว้ในตู้เย็นที่มีอุณหภูมิประมาณ 4 องศา  นาน 1 – 2 เดือน

การทำหัวเชื้อเห็ดหลินจือ
                เมล็ดธัญพืชที่นิยมใช้ทำหัวเชื้อ  คือ เมล็ดข้าวฟ่าง  เพราะมีลักษณะกลม  สะดวกแก่การนำไปใช้มีราคาถูก  หาง่าย
                การเตรียมหัวเชื้อจากเมล็ดข้าวฟ่าง  นำเมล็ดข้าวฟ่างมาแช่น้ำนาน  12  ชั่วโมง  จากนั้นนำไปต้มนาน  20 – 3 0  นาที  แล้วนำไปผึ่งให้สะเด็ดน้ำ  ใส่ผงยิบซั่ม  1 %  แคลเซียมคาร์บอเนต  2 %   ต่อข้าวฟ่าง  1  กิโลกรัม  แล้วผสมให้เข้ากัน  จากนั้นนำมากรองใส่ขวดแบน  2 ใน 3 ส่วนของขวด  ปิดปากขวดด้วยสำลีหุ้มด้วยกระดาษ  แล้วนำไปนึ่งด้วยหม้อนึ่งความดันที่ความดัน  15  ปอนด์ต่อตารางนิ้ว  นาน  30 นาที  จากนั้นทิ้งไว้ให้เย็น  เพื่อรอการเขี่ยเชื้อ

การเขี่ยเชื้อ  อาหารวุ้น  1  หลอดสามารถเพาะเลี้ยงเชื้อเห็ดได้  10 – 12 ขวด  เชื้อเห็ดจะใช้เวลาในการเจริญเติบโตเต็มอาหารเลี้ยงเชื้อประมาณ 10 – 15 วัน

การเพาะเห็ดหลินจือในถุงขี้เลื่อย
                การเตรียมวัสดุเพาะและสูตรอาหาร

การเตรียมอาหาร
                ชั่งส่วนต่าง ๆ ตามส่วนแล้วผสมคลุกเคล้าให้เข้ากัน  ส่วนน้ำตาลทรายกับดีเกลือละลายน้ำรดให้ทั่ว  จากนั้นเติมน้ำผสมให้เข้ากันจะสังเกตได้จากเมื่อบีบแล้วน้ำจะไม่ไหลผ่านร่องนิ้วมือ  บรรจุกอ้นในถุงพลาสติกอัดให้แน่น  สวมคอขวดดึงให้ตึง  รัดยางให้แน่น  อุดด้วยสำลีแล้วนำไปนึ่งฆ่าเชื้อด้วยถังนึ่งไม่อัดความดัน  อุณหภูมิ  90 – 100  องศาเซลเซียส  สม่ำเสมอนาน  3  ชั่วโมง  จากนั้นทิ้งให้เย็น

การเขี่ยเชื้อเห็ด
                การเขี่ยเชื้อเห็ดในห้องที่สะอาดและไม่มีลมโกรก  หัวเชื้อ  1  ขวดสามารถเขื่ยใส่ในก้อนได้ประมาณ 40 – 50 ก้อน  หลังการเขี่ยเชื้อลงในถุงอาหารแล้วนำไปเก็บยังโรงบ่มเส้นใยหรือในห้องที่มีอุณหภูมิที่คงที่  25 – 28 องศา  ตามปกติเส้นใยจะใช้เวลา  1.5 – 2 เดือน  จึงจะเจริญเต็มวัสดุเพาะ

การเปิดดอกและการดูแลรักษา
                เมื่อเส้นใยเดินเต็มถุงจากนั้นก็ขนย้ายก้อนเชื้อไปยังโรงเปิดดอก  โดยวางช้อนกันแล้วเปิดฝาครอบปากถุงออก  รดน้ำที่พื้นโรงเรือน  ความชื้นในโรงเรือนประมาณ 85 – 95 % หลังจากเส้นใยเดินเต็มถุงภายใน  10 – 15 วัน  จะเห็นดอกเห็ดผุดขึ้นมา  ส่วนปลายจะเป็นสีขาวหรือสีเหลืองอ่อน  นับตั้งแต่ดอกเห็ดปรากฏออกมาให้เห็น  จนกระทั่งดอกเห็ดเจริญเติบโตพร้อมที่จะเก็บเกี่ยวได้นั้นจะใช้เวลาประมาณ  1 – 1.5 เดือน แล้วแต่ความสมบูรณ์ของอาหารและสภาพแวดล้อม  โดยปกติแลวผลผลิตของดอกเห็ดครั้งแรก  มักจะเกิดเป็นดอกเดี่ยวจะมีน้ำหนักประมาณ 30 – 70 กรัม  ดอกเห็ดรุ่น 2  จะมีน้ำหนักประมาณ  20 – 40 กรัม ปกติแล้วจะทำการเก็บเกี่ยวไม่เกิน  2  ครั้ง

การแปรรูป
                โดยทั่วไปเห็ดหลินจือจะจำหน่ายในรูปของเห็ดแห้ง  โดยตัดส่วนด้านที่มีเศษวัสดุเพาะออกทิ้งแล้วทำความสะอาดดอกเห็ด  นำดอกเห็ดมาหั่นเป็นชิ้นบาง ๆ  แล้วนำไปตากแดด 1 – 3 วัน  หรืออบในตู้อับที่อุณภูมิ  55 – 60 องศา  นานประมาณ 4 – 5 ชั่วโมง  ดอกเห็ดก็จะแห้งสนิท  ดอกเห็ดที่ทำการอบแห้งได้ที่แล้ว  ถ้าต้องการที่จะเก็บไว้นาน ๆ จะต้องการไว้ในภาชนะที่ปิดมิดชิด  อากาศและความชื้นเข้าไม่ได้

การจำหน่าย
                การจำหน่ายจะบรรจุกล่องพลาสติก  น้ำหนักประมาณ  35 กรัม  กล่องละ  100  บาทหรือกิโลกรัมละ 2,000 – 2, 500  บาท