ฝายต้นน้ำลำธาร

รูปแบบฝายเก็บกักต้นน้ำลำธาร

พระราชดำริ

              พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  ได้พระราชทานพระราชดำริ  เมื่อ วันที่ 3 กุมภาพันธ์  2527 “...ควรพิจารณาสร้างฝายเก็บกักน้ำสาขาของห้วยฮ่องไคร้โดยสร้างเป็นฝายแบบง่าย ๆ เช่น ฝายหินทิ้งและฝายชาวบ้าน  โดยดำเนินการก่อสร้างเป็นช่วง ๆ ทั้งในเขตพื้นที่ที่พัฒนาป่าไม้ด้วยระบบน้ำชลประทาน  และพื้นที่ที่พัฒนาป่าไม้ด้วยน้ำฝน  เพื่อสนับสนุนการพัฒนาป่าไม้ให้ได้ผลอย่างสมบูรณ์ต่อไป  ควรเร่งการดำเนินงานในปี  พ.ศ. 2527  บางส่วนและดำเนินภายในปีต่อ ๆ ไป ตามความเหมาะสม...”

วัตถุประสงค์

                ก่อสร้างฝายเก็บกักต้นน้ำลำธาร  เพื่อเพิ่มและชะลอความชุ่มชื้นในลำห้วยเพิ่มพื้นที่ความชุ่มชื้นบนผิวดิน  และในดินฟื้นฟูสภาพป่าต้นน้ำลำธาร  เพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพและความหนาแน่นของพรรณพืช  ลดความรุนแรงของกระแสน้ำในลำห้วย  ลดการพังทลายของดิน  และกระจายความชุ่มชื้นในดินและสร้างระบบการควบคุมไฟป่าด้วยแนวป้องกันไฟป่าเปียก

ประโยชน์ของการก่อสร้างฝายเก็บกักต้นน้ำลำธาร

1. ช่วยเก็บกักน้ำ ชะลอน้ำให้อยู่บนพื้นผิวดินและซึมลงในดินมากขึ้น  เพื่อดินจะได้เก็บอุ้มน้ำไว้
2. เพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ  และเพิ่มความความหนาแน่นของพรรณพืช
3. กระจายความชุ่มชื้น  เพื่อสร้างระบบการควบคุมไฟป่าด้วยแนวป้องกันไฟป่าเปียก  (wet fire-break)
4. ช่วยลดการพังทลายของดิน  และลดความรุนแรงของกระแสน้ำในลำห้วย

แนวคิดและหลักการ

                 พัฒนาแหล่งน้ำในบริเวณพื้นที่ต้นน้ำลำธารโดยการชะลอความเร็วของกระแสน้ำ  ด้วยวิธีการเก็บน้ำไว้ตามลำธารและลำห้วยธรรมชาติเป็นช่วง ๆ เพื่อที่น้ำจะได้มีโอกาสไหลซึมลงไปสะสมอยู่ในดินให้มากที่สุด  โดยการสร้างฝายปิดกั้นร่องน้ำและลำธารเป็นช่วง ๆ เพื่อใช้ทดและเก็บน้ำที่ไหลลงมาไว้ในลำน้ำคล้ายอ่างเก็บน้ำขนาดเล็กให้กระจายอยู่ทั่วไป  ตามบริเวณพื้นที่ต้นน้ำลำธาร  น้ำที่เก็บกักนี้จะซึมเข้าไปในดินตามตลิ่งและท้องน้ำเข้าไป  เก็บอยู่ในช่องว่างระหว่างเม็ดดิน  ทำให้ดินในบริเวณต้นน้ำลำธารเกิดความชุ่มชื้นและมีน้ำไหลออกจากดินหล่อเลี้ยงลำธารตลอดปี

                ฝายเก็บกักน้ำลำธาร  ส่วนใหญ่เป็นฝายที่มีความสูงไม่มากนัก  มีรูปร่างคล้ายสี่เหลี่ยมคางหมู  ฝายที่สร้างขึ้นในแต่ละท้องที่มีความมั่นคงแข็งแรง  และมีอายุการใช้งานมากน้อยต่างกันขึ้นอยู่กับวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้าง  ฝายบางแห่งมีอายุการใช้งานไม่ยาวนานนัก  เพราะใช้วัสดุราคาถูกและหาได้ง่ายในท้องถิ่น  เช่น กิ่งไม้ ใบไม้ ไม้ไผ่  เสาไม้ ทรายและกรวด  เป็นต้น
                การวางเลาไม้ต่อกันยาวและสลับตามลำน้ำให้เป็นแถวตลอดความกว้างของลำน้ำ  ในลักษณะเป็นคอกสูง ลึก ลดหลั่นกันเป็นรูปฝายตามที่ต้องการ  ใส่หินขนาดต่าง ๆ พร้อมทั้งกรวดและทราย  ลงไปในคอกจนเต็ม  จะทำให้ฝายลักษณะนี้มีความแข็งแรงยิ่งขึ้น
                ฝายที่ใช้วัสดุที่มีความทนถาวรเป็นหลัก  ได้แก่  หิน ซีเมนต์  คอนกรีตเสริมเหล็ก  จะต้องคำนวณ  ออกแบบกำหนดสัดส่วนของฝายให้เหมาะสมกับสภาพภูมิประเทศและปริมาณน้ำที่จะมีมากที่สุดในลำน้ำให้ผ่านไปได้โดยปลอดภัย

              1. ฝายไม้  ใช้วัสดุราคาถูก  และหาได้ง่ายในท้องถิ่น  เช่น กิ่งไม้  เสาไม้  วางเสาไม้ต่อกัน  ยาวตามลำห้วยให้เป็นแนวตลอดความกว้างของลำห้วย  วางเสาไม้ดังกล่าวในแนวสลับก่อเป็น  คอกสูง  ลึก ลดหลั่นกัน  มักสร้างฝายชนิดนี้กับลำห้วยขนาดเล็กในบริเวณที่เป็นต้นน้ำหรือพื้นที่มีความลาดชันต่ำ

 

              2. ฝายหินก่อ  วัสดุที่ใช้เป็นหิน  และกรวดทราย  ก่อตัวหินขึ้นด้วยปูนซีเมนต์เป็นรูปฝาย  มีรูปร่างคล้ายสี่เหลี่ยมคางหมู  เพิ่มหินก่อพื้นท้ายน้ำเพื่อป้องกันการกัดเซาะหิน  ซึ่งจะช่วยให้ท้องน้ำด้านท้ายน้ำแข็งแรงขึ้น  มักสร้างฝายชนิดนี้สลับกับฝายหินเรียงแกนดินเหนียว  เพื่อกั้นห้วย  ลำธารขนาดเล็ก  ในบริเวณที่เป็นต้นน้ำหรือพื้นที่ที่มีความลาดชันปานกลางถึงสูง



              3. ฝายหินเรียงแกนดินเหนียว  ตัวฝายประกอบด้วยแกนดินเหนียวบดอัดแน่นให้มั่นคง  แข็งแรง  มีหินทิ้งขนาดกลางเรียงต่อกันบนแกนดินเหนียวก่อให้เป็นรูปฝายที่มีรูปร่างคล้ายหลังเต่า  มักสร้างฝายชนิดนี้สลับกับฝายหินก่อ  เพื่อกั้นห้วยลำธารขนาดเล็กในบริเวณที่เป็นต้นน้ำหรือ พื้นที่ที่มีความลาดชันปานกลางถึงสูง



              4.  ฝายหินเรียงแกน คสล.  ฝายชนิดนี้เป็นฝายคอนกรีตเสริมเหล็กชั้นเดียว  วัสดุที่ใช้ก่อเป็นฝายประกอบด้วยหิน  กรวด  ทราย  และซีเมนต์ก่อตัวฝายชั้นในลักษณะกำแพงตั้งรูปสี่เหลี่ยม  ผืนผ้า  ฝังตัวฐานฝายลงในพื้นลำห้วยป้องกันด้านหน้าและท้ายฝาย  โดยการวางหินเรียงทั้งด้านหน้าและท้ายฝาย  ใช้กั้นลำห้วยหรือลำธารขนาดเล็ก  ในบริเวณที่เป็นต้นน้ำหรือที่ที่มีความลาดชันปานกลางถึงสูง



ข้อคิดในการสร้างฝายเก็บกักต้นน้ำลำธารให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่

                การสร้างฝายเก็บกักน้ำในพื้นที่ต้นน้ำลำธาร  ก่อนสร้างควรสำรวจพื้นที่ก่อน  เพื่อหาข้อมูลเกี่ยวกับร่องน้ำลำห้วยในพื้นที่ที่มีปัญหาการพังทลายของดิน  หรือปัญหาพื้นที่ขาดความชุ่มชื้น  โดยพิจารณาถึงความลาดชันของร่องน้ำ  และปริมาณน้ำไหลในร่องน้ำมาใช้  ประกอบการเลือกตำแหน่งที่  สร้างฝายโดยมีข้อควรพิจารณาดังนี้
                1.  ในพื้นที่ลาดชันสูง  ถ้าลำห้วยกว้างไม่เกิน  2  เมตร  ควรสร้างฝายผสมโดยใช้วัสดุธรรมชาติ  เช่น  ไม้ท่อน  หิน  และถุงบรรจุดินหรือทราย  แต่ถ้าลำห้วยกว้างเกิน 2 เมตร และมีน้ำมากควรเพิ่มความแข็งแรงให้กับโครงสร้างของฝายเป็นแบบคอกหมูที่มีโครงสร้างหลายระดับมากน้อยตามปริมาณน้ำ
                2. ในพื้นที่ลาดชันปานกลาง   ควรสร้างฝายแบบคอกหมู  หรือฝายแบบท้องถิ่นของชาวบ้าน  ถ้าใช้แบบคอกหมูให้ใช้หินเรียงหรือกระสอบทรายผสมซีเมนต์ขนานโครงสร้าง
                3. ในพื้นที่ลาดชันต่ำ  ควรสร้างฝายหินก่อหรือฝายคอนกรีตแต่ถ้าลำห้วยกว้างไม่เกิน 2 เมตร และมีน้ำไม่มาก  อาจใช้กระสอบใส่ทรายผสมซีเมนต์ได้

 

ข้อควรคำนึงในการสร้างฝายเก็บกักต้นน้ำลำธาร 

                1. ควรสำรวจสภาพพื้นที่  วัสดุก่อสร้าง และเลือกใช้รูปแบบของฝายที่เหมาะสมกับ   ภูมิประเทศมากที่สุด
                2. ควรก่อสร้างฝายในพื้นที่ที่มีช่องลำห้วยลาดชันต่ำ  เพื่อจะได้ฝายที่เก็บกักน้ำในขนาดไม่เล็กเกินไป
                3. วัสดุก่อสร้างประเภท  กิ่งไม้  ท่อนไม้ ควรใช้เฉพาะไม้ล้มขอนนอนไพรเป็นอันดับแรก  ไม่ควรใช้กิ่งไม้และท่อนไม้จากการริดโดยไม่จำเป็น
                4.  ควรสร้างฝายหลังฤดูฝน  หรือหลังน้ำหลากและทุกปีควรมีการบำรุงรักษา  ขุดลอกตะกอนและซ่อมแซมอยู่เป็นประจำ