ข่าวสถานการณ์น้ำกรมชลประทาน

ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำกรมชลประทาน   กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

                                    โทร.สายด่วน 1460 / E- mail : wmsc.1460@gmail.com / http://water.rid.go.th/wmsc

                                         ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

สถานการณ์น้ำ : ผลการใช้น้ำและการเตรียมพร้อมรับมือฤดูน้ำหลากปี 55

                   ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ตามที่กรมชลประทาน ได้วางแผนการจัดสรรน้ำในช่วงฤดูแล้ง ปี 2554/2555 เพื่อสนับสนุนกิจกรรมการใช้น้ำในช่วงฤดูแล้ง โดย ณ วันที่ 1 พ.ย. 54 มีปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางรวม 69,281 ล้านลูกบาศก์เมตร(ลบ.ม.)  หรือคิดเป็น 93% ของความจุอ่างฯรวมกันทั้งหมด เป็นน้ำที่สามารถนำมาใช้การได้ จำนวน 45,328 ล้าน ลบ.ม. นำไปสนับสนุนการใช้น้ำทุกกิจกรรมได้รวม 33,433 ล้าน ลบ.ม. แยกเป็น เพื่อการอุปโภค-บริโภค 1,768 ล้าน ลบ.ม.(5%) เพื่อการรักษาระบบนิเวศน์และอื่นๆ 11,333 ล้าน ลบ.ม. (34%) เพื่อการเกษตร 20,160 ล้าน ลบ.ม. (60%) และเพื่อการอุตสาหกรรม 172 ล้าน ลบ.ม. ( 1%) โดยมีพื้นที่เพาะปลูกพืชฤดูแล้งทั้งประเทศประมาณ 19.23 ล้านไร่ ประกอบด้วย ข้าวนาปรัง 16.70 ล้านไร่ และพืชไร่-พืชผัก 2.53 ล้านไร่ .

ปัจจุบัน(26 เม.ย. 55) ทั่วประเทศได้มีการจัดสรรน้ำไปแล้ว จำนวน 32,637 ล้าน ลบ.ม.(98% ของแผน)  และมีการเพาะปลูกพืชไปแล้วรวม 19.45 ล้านไร่(101%  ของแผน)

                   สภาพน้ำในปัจจุบันปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางมีปริมาณน้ำคงเหลือ 42,510 ล้าน ลบ.ม.(57% ของความจุอ่างฯรวมกัน) ซึ่งส่วนใหญ่จะมีน้ำเพียงพอในการสนับสนุนการใช้น้ำจนถึงต้นฤดูฝนโดยไม่ขาดแคลน

                   สำหรับในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่มีปริมาณน้ำอยู่ในเกณฑ์น้อย กรมชลประทานได้วางแผนจัดสรรน้ำไว้ดังนี้

                   1. เขื่อนแควน้อย มีน้ำต้นทุน 28 % คิดเป็นปริมาณน้ำ 264 ล้าน ลบ.. การส่งน้ำจากอ่างฯจะสนับสนุนการใช้น้ำของลุ่มน้ำเจ้าพระยาใหญ่ ซึ่งมีเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์เป็นแหล่งน้ำต้นทุนหลักและมีน้ำเพียงพอ จึงไม่เป็นปัญหาที่จะเกิดการขาดแคลนน้ำ

                   2. เขื่อนป่าสักฯ มีน้ำต้นทุน 28  % คิดเป็นปริมาณน้ำ 223 ล้าน ลบ.. การส่งน้ำจากอ่างฯจะสนับสนุนการใช้น้ำของลุ่มน้ำเจ้าพระยาใหญ่ ซึ่งมีเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์เป็นแหล่งน้ำต้นทุนหลักและมีน้ำเพียงพอ จึงไม่เป็นปัญหาที่จะเกิดการขาดแคลนน้ำ

                   3. เขื่อนทับเสลา ปัจจุบันมีน้ำ 27 % (43 ล้าน ลบ.. เป็นน้ำใช้การได้ 35 ล้าน ลบ..) ส่งน้ำเพื่อการอุปโภค บริโภค เดือนละ 2.0 ล้าน ลบ.. มีน้ำเพียงพอถึงฤดูฝน สำหรับการปลูกข้าวนาปีจะเริ่มได้ในเดือน มิ.. ซึ่งเป็นช่วงเริ่มฤดูฝนแล้ว

                   4. เขื่อนขุนด่านฯ ปัจจุบันมีน้ำ 16 % (40 ล้าน ลบ.. เป็นน้ำใช้การได้ 36 ล้าน ลบ..) ส่งน้ำเพื่อการปลูกข้าวนาปรังและอุปโภค - บริโภค ถึงสิ้นเดือน เม.. จะใช้น้ำอีกประมาณ 6  ล้าน ลบ..จากนั้นจะส่งน้ำเพื่ออุปโภค - บริโภค การท่องเที่ยว การรักษาระบบนิเวศน์เดือนละ 4.0 ล้าน ลบ.. มีน้ำเพียงพอโดยไม่ขาดแคลนจนถึงฤดูฝน การปลูกข้าวนาปีจะเริ่มในเดือน มิ.. ซึ่งเป็นช่วงเริ่มฤดูฝนของพื้นที่นี้

                   5. เขื่อนห้วยหลวงฯ ปัจจุบันมีน้ำ 18 % (24 ล้าน ลบ.. เป็นน้ำใช้การได้ 17 ล้าน ลบ..) ส่งน้ำเพื่ออุปโภค -  บริโภค ประมาณเดือนละ 2 ล้าน ลบ.. แต่มีปัญหาเมื่อน้ำในอ่างฯคงเหลือต่ำกว่า 20 ล้าน ลบ.. จะต้องสูบน้ำเพื่อการผลิตน้ำประปา ของเทศบาลเมืองอุดรธานี ซึ่งโครงการฯได้ติดตั้งเครื่องสูบน้าไว้พร้อมแล้ว มีน้ำเพียงพอจนถึงฤดูฝน การปลูกข้าวนาปีจะเริ่มปลายเดือน มิ.. ซึ่งเป็นช่วงเริ่มฤดูฝนแล้ว

                   6. เขื่อนปราณบุรี ปัจจุบันมีน้ำ 24 % (85 ล้าน ลบ.. เป็นน้ำใช้การได้  67 ล้าน ลบ..) ส่งน้ำเฉพาะเพื่ออุปโภค - บริโภค เป็นรอบเวณครั้งละ 20 ล้าน ลบ.. โดยส่งน้ำ 14 วัน แล้ว หยุดส่งน้ำ 20 วัน จะสามารถส่งน้ำได้อีก 3 รอบ รอบแรกเริ่มส่งน้ำวันที่ 23 เม..55 เพื่อป้องกันปัญหาโครงการฯ ได้ประสานให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรณรงค์ให้ใช้น้ำอย่างประหยัด และเพื่อเตรียมพร้อมหากฝนตกล่าช้ากว่าปกติ โดยโครงการได้นัดประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้ใช้น้ำทั้งหมดในวันที่ 3 ..55 มีผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานเพื่อสรุปแนวทางการจัดสรรน้าอย่างรอบครอบไม่ให้เกิดปัญหาขาดแคลนน้ำขึ้นได้

                   7.เขื่อนจุฬาภรณ์ ปัจจุบันมีน้ำ 29 % (48  ล้าน ลบ.. เป็นน้ำใช้การได้ 14  ล้าน ลบ..)การจัดการน้ำต้องบูรณาการกับการจัดการน้ำของอ่างเก็บน้ำห้วยกุ่ม ซึ่งปัจจุบันมีน้ำใช้การได้ 4 ล้าน ลบ.. จะส่งน้ำเพื่อการอุปโภค บริโภคสำหรับลำน้ำพรม (น้ำจากเขื่อนจุฬาภรณ์ระบายผ่านOutlet ลงอ่างห้วยกุ่มแล้วส่งน้ำลงลำน้ำพรม) และลำน้ำเชิญ(ใช้น้ำจากการระบายน้ำผ่านเครื่องผลิตกระแสไฟฟ้าของเขื่อนจุฬาภรณ์ลงลำน้ำเชิญ) เดือนละประมาณ 4 ล้าน ลบ..มีน้ำเพียงพอถึงฤดูฝนซึ่งปกติจะเริ่มประมาณกลางเดือน ..โดยไม่ขาดแคลน

                    ในส่วนของพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา  ได้กำหนดแผนการใช้น้ำ จำนวนทั้งสิ้น 14,581 ล้านลูกบาศก์เมตร เพื่อการอุปโภค-บริโภค 1,100 ล้าน ลบ.ม.( 8%)  เพื่อการรักษาระบบนิเวศน์และอื่นๆ 5,021 ล้าน ลบ.ม. (34% ) และเพื่อการเกษตร 8,460 ล้าน ลบ.ม. ( 58% ) โดยมีพื้นที่เพาะปลูกพืชฤดูแล้ง 10 ล้านไร่ เป็นพื้นที่ทำนาปรัง 9.84 ล้านไร่ และพืชไร่-พืชผัก 0.45 ล้านไร่ ปัจจุบันได้จัดสรรน้ำไปแล้ว 14,533 ล้าน ลบ.ม.(100% )  และมีการเพาะปลูกพืชรวม 10.29 ล้านไร่(103% )

                   สำหรับการทำนาปีของลุ่มน้ำเจ้าพระยาในช่วงต้นฤดูฝนปี 2555 นี้ ได้กำหนดให้เริ่มทำการเพาะปลูกนาปีได้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคมนี้เป็นต้นไป ตามแผนการจัดระบบการปลูกข้าวใหม่ที่ได้วางไว้ ซึ่งเขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยฯ และเขื่อนป่าสักฯ มีปริมาณน้ำรวมทั้งสิ้น 12,098 ล้าน ลบ.ม. มีน้ำใช้การได้ 5,402 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งเพียงพอที่จะสนับสนุนการใช้น้ำโดยไม่เกิดการขาดแคลนน้ำ ประกอบด้วย      เขื่อนภูมิพล ปริมาณน้ำจะคงเหลือร้อยละ 51 หรือประมาณ 6,850 ล้านลูกบาศก์เมตร เขื่อนสิริกิติ์ ปริมาณน้ำจะคงเหลือร้อยละ 52 หรือประมาณ 4,945 ล้านลูกบาศก์เมตร เขื่อนแควน้อยฯ ปริมาณน้ำจะคงเหลือร้อยละ 31 หรือประมาณ 291 ล้านลูกบาศก์เมตร   และ เขื่อนป่าสักฯ ปริมาณน้ำจะคงเหลือร้อยละ 27 หรือประมาณ 212 ล้านลูกบาศก์เมตร

                   สำหรับฤดูฝนปี 2555 กรมอุตุนิยมวิทยาได้คาดการณ์ฤดูฝนจะเริ่มประมาณกลางเดือน พ.ค. 2555 ประกอบกับปรากฏการณ์ลานีญาได้เข้าสู่ภาวะปกติแล้ว ปริมาณฝนในปีนี้คาดการณ์ว่าจะอยู่ในเกณฑ์ปกติ ซึ่งอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศส่วนใหญ่มีพื้นที่ว่างพอที่จะรองรับน้ำในฤดูฝนได้ โดยไม่เกิดปัญหาน้ำล้นลงมาท่วมพื้นที่ด้านล่างและทำให้เกิดปัญหาอุทกภัยหนักเหมือนในปีที่ผ่านมา  แต่สิ่งที่ต้องเฝ้าระวังก็คือ หากมีปริมาณน้ำไหลลงในอ่างเก็บน้ำอยู่ในเกณฑ์น้อยจะทำให้น้ำต้นทุนที่จะใช้สนับสนุนการใช้น้ำในฤดูแล้งในปีหน้าอยู่ในเกณฑ์น้อย ซึ่งจะต้องวางแผนการใช้น้ำให้เหมาะสมต่อไป

                   อนึ่ง สำหรับลุ่มน้ำเจ้าพระยา กรมชลประทาน และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ได้วางแผนการบริหารจัดการน้ำในส่วนของเขื่อนภูมิพล และเขื่อนสิริกิติ์ร่วมกัน ตั้งแต่บัดนี้ไปจนสิ้นฤดูฝนปี 2555 ซึ่งกรมอุตุนิยมวิทยา ได้คาดการณ์ว่าปริมาณฝนในปีนี้จะอยู่ในเกณฑ์ปกติ ทำให้คาดการณ์ได้ว่า ณ วันที่ 1 พฤศจิกายน 2555 เขื่อนทั้งสองแห่งจะมีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ 17,200 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็นร้อยละ 75 ของความจุอ่างฯรวมกัน สำหรับเขื่อนแควน้อย  คาดว่าจะมีปริมาณน้ำ 836 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็นร้อยละ 89 ของความจุอ่างฯ ส่วนเขื่อนป่าสักฯ คาดว่าจะมีปริมาณน้ำ 591 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็นร้อยละ 75 ของความจุอ่างฯ

************************************

26  เมษายน  2555