เรื่องเล่าข่าวชลประทาน

ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำกรมชลประทาน   กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

โทร.สายด่วน 1460 / E- mail : wmsc.1460@gmail.com / http://water.rid.go.th/wmsc

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

สถานการณ์น้ำท่วม และการคาดการณ์น้ำสูงสุดที่จะไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยา

                ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำ กรมชลประทาน สรุปรายงานสถานการณ์น้ำท่วมล่าสุด(3 ส.ค.) ในพื้นที่ภาคเหนือ ที่จังหวัดเชียงใหม่ ยังคงมีน้ำท่วมขังริมลำน้ำคาว อ.สันทราย โครงการชลประทานเชียงใหม่ เตรียมเครื่องสูบน้ำ 11 เครื่อง ส่งไปช่วยเหลือแล้ว 2 เครื่อง  คาดว่าเข้าสู่ภาวะปกติ 1-2 วันนี้ จังหวัดพิษณุโลก อ.วังทอง แม่น้ำวังทองเอ่อล้นตลิ่งท่วม ต.วังพิกุล ต.แม่ระกา ส่วนที่อ.นครไทย น้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ ต.นครชุม ต.น้ำกุ่ม ต.นาบัว ต.เนินเพิ่ม และที่อ.บางระกำ ระดับน้ำทรงตัว มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โครงการชลประทานพิษณุโลกได้ส่งเครื่องสูบน้ำเพื่อเข้าช่วยเหลือแล้ว จำนวน 13 เครื่อง ที่จังหวัดน่าน  เกิดน้ำป่าไหลหลากจากต.ผาตูบ และต.ผาสิงห์ อ.เมืองน่านเข้ามาทางลำห้วยเสี้ยว มีน้ำท่วมบริเวณตลาดเทศบาล(ตลาดบน) สูงประมาณ 20 - 30 ซม.คาดว่าจะเข้าสู่ภาวะปกติในวันนี้ ที่จังหวัดแพร่ ปริมาณน้ำจากแม่น้ำยม ได้ไหลเข้าท่วมพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอร้องกวาง ต.แม่ยางตาลและเทศบาลตำบลร้องกวาง อำเภอเมืองแพร่ ต.ทุ่งโฮ้ง ต.ป่าแดง ต.กาญจนา ต.เหมืองหม้อ และต.แม่หลาย มีระดับน้ำท่วมขังประมาณ 10 - 30 ซม. แนวโน้มระดับน้ำลดลงอย่างต่อเนื่อง หากไม่มีฝนตกหนักลงมาเพิ่มเติม คาดว่าจะเข้าสู่ภาวะปกติภายในสัปดาห์นี้ ที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ฝนที่ตกหนักทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก ในพื้นที่ 7 อำเภอ ได้แก่ ขุนยวม แม่สะเรียง ปาย ปางมะผ้า แม่ลาน้อย สบเมย และอำเภอเมือง จังหวัดลำปาง  เกิดน้ำท่วมในเขตอำเภอสบปราบ  เนื่องจากน้ำในแม่น้ำวังไหลเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนและไร่นาได้รับความเสียหาย  จำนวน  2  ตำบล  ได้แก่ ตำบลนายาง  หมู่ที่  4  บ้านนายาง  และตำบลสบปราบ  หมู่ที่  1 , 2 , 6 , 7 , 13 และ14 จังหวัดเพชรบูรณ์ ปริมาณน้ำล้นสันฝายศรีจันทร์ สูงประมาณ 3.70 ม.ทำให้เกิดภาวะน้ำล้นตลิ่งและไหลเข้าท่วมพื้นที่ราษฎรและพื้นที่การเกษตรในเขตต.ห้วยไร่ และต.ตาลเดี่ยว อำเภอหล่มสัก และพื้นที่บางส่วนของโครงการฝายฝั่งซ้ายแม่น้ำป่าสัก ปัจจุบันระดับน้ำทรงตัวและยังมีน้ำท่วมขัง

                 จังหวัดสุโขทัย ปริมาณน้ำในแม่น้ำยมตั้งแต่ อ.ศรีสัชนาลัย  ยังคงมีระดับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อเวลา 06.00 น. ของวันนี้(3 ส.ค.) ที่สถานี Y.14  วัดระดับน้ำได้ 11.60 ม.  มีน้ำล้นตลิ่ง 17 ซม.  และมีปริมาณน้ำไหลผ่าน 2,416  ลบ.ม./วินาที  กรมชลประทานได้ลดยอดน้ำที่จะไหลลงสู่ตอนล่างโดยให้  ปตร.หาดสะพานจันทร์ รับน้ำเข้า ปตร.หกบาทเข้าแม่น้ำยมสายเก่า 150 ลบ.ม./วินาที  และรับเข้าคลองยม-น่าน 100 ลบ.ม./วินาที สถานี Y. 3A อ.สวรรคโลก  มีระดับน้ำ 10.83 ม. มีน้ำล้นตลิ่ง  68 ซม.  สถานี Y.33 อ.ศรีสำโรง  ระดับน้ำ  11.10 ม. มีล้นตลิ่ง 1.54 ม.  ปริมาณน้ำไหลผ่าน 1,148 ลบ.ม./วินาที  โดยทั้ง 3 สถานีที่จะยังคงมีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นอย่างช้าๆ  คาดว่าจะสูงสุดในวันนี้  และจะยังคงเอ่อล้นตลิ่งต่อเนื่องไปอีกอย่างน้อย 1 สัปดาห์  สำหรับสถานี  Y.4  อ.เมืองสุโขทัย  มีปริมาณน้ำไหลผ่านสูงสุด 685 ลบ.ม./วินาที  เมื่อเวลา 14.00 น.  ไม่มีน้ำล้นตลิ่งเนื่องจากปริมาณน้ำตอนบนบ่าเข้าท่วมพื้นที่สองฝั่ง  ทำให้น้ำไหลเข้าสู่จังหวัดสุโขทัยเต็มศักยภาพของลำน้ำเท่านั้น               

                จังหวัดอุตรดิตถ์  ปริมาณน้ำในแม่น้ำน่าน ที่อ.ตรอน มีอัตราสูงสุด 1,460  ลบ.ม./วินาที  เมื่อเวลา  13.00 น.  ของวันที่ 2 ส.ค.54 และเริ่มลดลง ณ เวลา 06.00 น. วันนี้  มีอัตราการไหล 1,321  ลบ.ม./วินาที  ยอดน้ำส่วนนี้ได้ไหลถึงเขื่อนนเรศวรเมื่อเวลา  06.00  วันนี้  ทำให้มีปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนนเรศวร  1,043  ลบ.ม./วินาที  และคาดว่าจะมีปริมาณน้ำสูงสุดไหลผ่านเขื่อนนเรศวรในอัตราไม่เกิน 1,100  ลบ.ม./วินาที  ซึ่งกรมชลประทานได้แจ้งเตือนจังหวัดพิษณุโลกให้ปิดท่อระบายน้ำเพื่อป้องกันน้ำไหลย้อนเข้าท่อระบายน้ำเข้าท่วมพื้นที่เขตเทศบาลแล้ว

                อนึ่ง ปริมาณน้ำจากแม่น้ำน่านจะไหลลงมารวมกับแม่น้ำยม และแม่น้ำปิง ที่จังหวัดนครสวรรค์ ก่อนที่จะไหลลงสู่เขื่อนเจ้าพระยา โดยคาดการณ์ว่าจะมียอดน้ำสูงสุดไหลถึงเขื่อนเจ้าพระยาประมาณ  2,500  ลบ.ม./วินาที  ในวันที่  6-7  ส.ค. 54 นี้ เพื่อเป็นการลดปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาไม่ให้สูงมากนัก กรมชลประทานได้ประสานกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ขอลดการระบายจากเขื่อนภูมิพล จากเดิมระบายวันละ 30 ล้าน ลบ.ม./วัน ให้เหลือ 10 ล้าน ลบ.ม./วัน  ซึ่งจะทำให้ปริมาณน้ำที่ไหลลงสู่เขื่อนเจ้าพระยาลดลง  200 - 300 ลบ.ม./วินาที 

                ทั้งนี้ กรมชลประทานจะใช้เขื่อนเจ้าพระยา และระบบชลประทานในการบริหารจัดการน้ำ โดยควบคุมน้ำเข้าระบบชลประทานที่ได้ทำการพร่องน้ำไว้แล้ว และควบคุมน้ำให้ไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาไม่เกิน  2,000  ลบ.ม./วินาที  นอกจากนี้ ยังจะใช้ประโยชน์จากคลองบางแก้วและแม่น้ำลพบุรี ให้รับน้ำอ้อมเมืองอ่างทอง ได้อีกประมาณ  200  ลบ.ม./วินาที  เพื่อที่จะให้น้ำไหลผ่าน จ.อ่างทอง ในอัตราไม่เกิน 1,800 ลบ.ม./วินาที  ช่วยลดปัญหาน้ำเอ่อล้นตลิ่งได้เป็นอย่างมาก

 

***************************

3  สิงหาคม  2554