เรื่องเล่าข่าวชลประทาน

ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำกรมชลประทาน   กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

โทร.สายด่วน 1460 / E- mail : wmsc.1460@gmail.com / http://water.rid.go.th/wmsc

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

สถานการณ์น้ำฤดูฝน : น้ำยมใกล้ถึงนครสวรรค์แล้ว คาดจะไม่ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมทางตอนล่าง

                ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำ กรมชลประทาน รายงานสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ทั้งประเทศ ล่าสุด(5 ก.ค. 54) มีปริมาณน้ำรวมกัน จำนวน 41,431 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 60 ของความจุอ่างฯขนาดใหญ่รวมกันทั้งหมด สามารถรองรับน้ำในช่วงฤดูฝนนี้ได้อีกกว่า 28,000 ล้านลูกบาศก์เมตร  

                สำหรับสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา อาทิ เขื่อนภูมิพล จ.ตาก มีปริมาณน้ำ 7,842 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 58 ของความจุอ่างฯ สามารถรองรับน้ำได้อีกกว่า 5,000 ล้านลูกบาศก์เมตร เขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์ มีปริมาณน้ำ 6,290 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 66 ของความจุอ่างฯสามารถรองรับน้ำได้อีกกว่า 3,000 ล้านลูกบาศก์เมตร เขื่อนกิ่วลม จ.ลำปาง มีปริมาณน้ำ 61 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 54 ของความจุอ่างฯ สามารถรองรับน้ำได้อีกกว่า 50 ล้านลูกบาศก์เมตร เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน จ.พิษณุโลก มีปริมาณน้ำ 405 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 43 ของความจุอ่างฯ สามารถรองรับน้ำได้อีกกว่า 500 ล้านลูกบาศก์เมตร และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จ.ลพบุรี มีปริมาณน้ำ 451 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 57 ของความจุอ่างฯ สามารถรองรับน้ำได้อีกกว่า 300 ล้านลูกบาศก์เมตร

                สถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ล่าสุด(5 ก.ค.) ที่สถานี C.2 อ.เมือง จ.นครสวรรค์(บริเวณต้นแม่น้ำเจ้าพระยา)มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 1,131 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เขื่อนเจ้าพระยามีน้ำไหลผ่าน 454 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที  และเขื่อนพระรามหก มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 94 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

                อนึ่ง ปริมาณน้ำในแม่น้ำยมที่ท่วมในเขตจังหวัดแพร่และจังหวัดสุโขทัย ตลอดในช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะนี้กำลังเคลื่อนตัวไหลผ่านอยู่ในเขตจังหวัดพิษณุโลก และพิจิตร คาดว่าปริมาณน้ำทั้งหมดจะไหลลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณจังหวัดนครสวรรค์ภายในสัปดาห์นี้ ดังนั้น เพื่อเตรียมรับมือกับปริมาณน้ำที่จะไหลหลากลงสู่ทางตอนล่าง กรมชลประทาน ได้บริหารจัดการน้ำบริเวณเหนือเขื่อนเจ้าพระยา โดยใช้ระบบชลประทานทั้งฝั่งซ้ายและฝั่งขวาของแม่น้ำเจ้าพระยา รับน้ำเข้าไปตามศักยภาพของแต่ละคลองที่รับได้ เพื่อลดยอดปริมาณน้ำที่จะไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาให้น้อยลง แต่อย่างไรก็ตามในช่วงนี้พื้นที่การเกษตรส่วนใหญ่ตั้งแต่จังหวัดชัยนาทลงมาถึงจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กำลังต้องการน้ำเพื่อใช้เพาะปลูกตามฤดูกาล จึงคาดว่าปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่างจะไม่สูงมาก ตามที่หลายฝ่ายวิตกว่าจะเกิดปัญหาน้ำท่วมขึ้นในระยะนี้

 

****************************************

5   กรกฎาคม   2554