เรื่องเล่าข่าวชลประทาน

ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำกรมชลประทาน   กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

โทร.สายด่วน 1460 / E- mail : wmsc.1460@gmail.com / http://water.rid.go.th/wmsc

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

สถานการณ์น้ำในเขื่อน :  เขื่อนภูมิพลเหลือน้ำครึ่งอ่างฯแล้ว เตือนงดทำนาปรังรอบที่ 2 อย่างเด็ดขาด

ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำ กรมชลประทาน รายงานสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ทั้งประเทศ ล่าสุด(21 ก.พ. 54) มีปริมาณน้ำรวมกัน จำนวน 43,765 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 63 ของความจุอ่างฯขนาดใหญ่รวมกันทั้งหมด ปริมาณน้ำน้อยกว่าปี 2553 จำนวน 2,302 ล้านลูกบาศก์เมตร และเป็นปริมาณน้ำที่สามารถนำมาใช้การได้จำนวนทั้งสิ้น 20,284 ล้านลูกบาศก์เมตร

สำหรับสถานการณ์น้ำในเขื่อนหลักๆ ทั่วประเทศ มีดังนี้  ในเขตภาคเหนือ ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์ปกติ แต่มีบางแห่งปริมาณน้ำลดลงค่อนข้างมาก เนื่องจากต้องส่งน้ำไปสนับสนุนการใช้น้ำในพื้นที่ด้านท้ายอ่างฯ อาทิ เขื่อนภูมิพล จ.ตาก มีปริมาณน้ำ 6,781 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 50 ของความจุอ่างฯ เขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์ มีปริมาณน้ำ 5,992 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 63 ของความจุอ่างฯ เขื่อนแม่กวงอุดมธารา จ.เชียงใหม่ มีปริมาณน้ำ 133 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 51 ของความจุอ่างฯ เขื่อนกิ่วลม จ.ลำปาง มีปริมาณน้ำ 83 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 74 ของความจุอ่างฯ และเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน จ.พิษณุโลก มีปริมาณน้ำ 427 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 56 ของความจุอ่างฯ

ในพื้นที่ภาคอีสาน เขื่อนหลายแห่งปริมาณน้ำลดลงมากเช่นกัน อาทิ เขื่อนห้วยหลวง จ.อุดรธานี มีปริมาณน้ำ 72 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 61 ของความจุอ่างฯ เขื่อนน้ำอูน จ.สกลนคร มีปริมาณน้ำ 244 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 47 ของความจุอ่างฯ เขื่อนลำปาว จ.กาฬสินธุ์ มีปริมาณน้ำ 910 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 64 ของความจุอ่างฯ และเขื่อนลำนางรอง จ.บุรีรัมย์ มีปริมาณน้ำ 76 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 63 ของความจุอ่างฯ

                ส่วนในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออก ปริมาณน้ำในเขื่อนต่างๆ อยู่ในเกณฑ์ปกติ หลายแห่งมีปริมาณน้ำลดลงต่อเนื่อง อาทิ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จ.ลพบุรี  มีปริมาณน้ำ 476 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 50 ของความจุอ่างฯ เขื่อนทับเสลา จ.อุทัยธานี มีปริมาณน้ำ 41 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 26  ของความจุอ่างฯ เขื่อนขุนด่านปราการชล จ.นครนายก มีปริมาณน้ำ 116 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 52 ของความจุอ่างฯ และเขื่อนบางพระ จ.ชลบุรี มีปริมาณน้ำ 84 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 72 ของความจุอ่างฯ และเขื่อนประแสร์ จ.ระยอง มีปริมาณน้ำ 209 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 84  ของความจุอ่างฯ

                ทั้งนี้ จะเห็นได้ว่าปริมาณน้ำในเขื่อนหลายแห่ง ยังคงมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเขื่อนภูมิพล มีปริมาณน้ำเหลือเพียงครึ่งอ่างฯแล้ว จึงขอให้เกษตรกรร่วมมือกันใช้น้ำอย่างประหยัดและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ขอให้ปลูกพืชตามแผนที่ได้วางไว้ รวมทั้ง ขอความร่วมมือให้งดทำนาปรังรอบที่ 2 อย่างเด็ดขาด เพื่อสำรองปริมาณน้ำที่มีอยู่อย่างจำกัด ให้เพียงพอใช้ไปจนถึงต้นฤดูฝนของปีนี้ และเพื่อให้มีปริมาณน้ำสำรองไว้ใช้ในยามขาดแคลนด้วย

21  กุมภาพันธ์  2554

หมายเหตุ –  การจัดสรรน้ำในช่วงฤดูแล้งจะเริ่มตั้งแต่ 1 พ.ย. – 30 เม.ย. ของทุกปี