เรื่องเล่าข่าวชลประทาน

ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำกรมชลประทาน   กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

โทร.สายด่วน 1460 / E- mail : wmsc.1460@gmail.com / http://water.rid.go.th/wmsc

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

สถานการณ์น้ำ :  ฉุดไม่อยู่ นาปรังเจ้าพระยาเพิ่มขึ้นเกินแผน ส่งผลน้ำในเขื่อนลดลงอย่างต่อเนื่อง

ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำ กรมชลประทาน รายงานสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ทั้งประเทศ ล่าสุด(16 ก.พ. 54) มีปริมาณน้ำรวมกัน จำนวน 44,511 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 64 ของความจุอ่างฯขนาดใหญ่รวมกันทั้งหมด ปริมาณน้ำน้อยกว่าปี 2553 จำนวน 2,292 ล้านลูกบาศก์เมตร และเป็นปริมาณน้ำที่สามารถนำมาใช้การได้จำนวนทั้งสิ้น 21,030 ล้านลูกบาศก์เมตร

สำหรับสถานการณ์น้ำในเขื่อนหลักๆ ที่ต้องส่งน้ำไปสนับสนุนการใช้น้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา มีดังนี้ เขื่อนภูมิพล จ.ตาก มีปริมาณน้ำ 6,963 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 52 ของความจุอ่างฯ เขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์ มีปริมาณน้ำ 6,136 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 65 ของความจุอ่างฯ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน จ.พิษณุโลก มีปริมาณน้ำ 454 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 59 ของความจุอ่างฯ และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จ.ลพบุรี  มีปริมาณน้ำ 508 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 53 ของความจุอ่างฯ

ทั้งนี้ เฉพาะในส่วนของพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา  ตั้งแต่ท้ายเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ลงมารวม 23 จังหวัด ได้กำหนดแผนการใช้น้ำจากอ่างเก็บน้ำต่างๆ เพื่อสนับสนุนการใช้น้ำในช่วงฤดูแล้งปี 2553/2554 ดังที่กล่าวมาข้างต้น ตามมาตรการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน และชดเชยพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย เป็นปริมาณน้ำรวมทั้งสิ้น 8,500 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งนำมาจากเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ รวมกันจำนวน 6,800 ล้านลูกบาศก์เมตร จากเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน จำนวน 600 ล้านลูกบาศก์เมตร และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ อีกจำนวน 600  ล้านลูกบาศก์เมตร รวมไปถึงการผันน้ำจากลุ่มน้ำแม่กลองอีกประมาณ 500 ล้านลูกบาศก์เมตร นั้น

ผลการจัดสรรน้ำเพื่อสนับสนุนการใช้น้ำในเขตพื้นที่ชลประทานของลุ่มน้ำเจ้าพระยา ล่าสุด(16 ก.พ.) มีการนำน้ำไปใช้แล้ว 4,980  ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 59 ของแผนการจัดสรรน้ำในช่วงฤดูแล้ง

ส่วนผลการเพาะปลูกพืชฤดูแล้งในเขตพื้นที่ชลประทานลุ่มน้ำเจ้าพระยา ล่าสุด(ณ 11 ก.พ. 54)พบว่ามีการเพาะปลูกพืชฤดูแล้งไปแล้วกว่า 6.02 ล้านไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 114 ของแผนทั้งหมด(แผนกำหนดไว้ 5.26 ล้านไร่) แยกเป็นพื้นที่ทำนาปรัง 5.95 ล้านไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 114 ของแผน(แผนกำหนดไว้ 5.21 ล้านไร่) และพืชไร่-พืชผัก 0.07 ล้านไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 140 ของแผน(แผนกำหนดไว้ 0.05 ล้านไร่)

อนึ่ง จะเห็นได้ว่าปริมาณน้ำในเขื่อนหลักต่างๆ ยังคงลดลงอย่างต่อเนื่องใกล้จะครึ่งอ่างฯแล้ว แต่พื้นที่ทำนาปรังในเขตลุ่มน้ำเจ้าพระยา ก็ยังมีการขยายพื้นที่เพาะปลูกเพิ่มขึ้นอย่างฉุดไม่อยู่ จนเกินแผนที่ได้กำหนดไว้ ทั้งที่ยังเหลือระยะเวลาของฤดูแล้งอีกกว่า 2 เดือน ซึ่งจะส่งผลต่อแผนการใช้น้ำจากเขื่อนต่างๆ อย่างแน่นอน เนื่องจากต้องส่งน้ำเพิ่มมากขึ้น ทำให้การใช้น้ำจะไม่เป็นไปตามแผนที่วางไว้ และย่อมเสี่ยงต่อปัญหาการขาดแคลนน้ำได้ในอนาคต จึงขอให้เกษตรกรให้ความร่วมมือปลูกพืชให้เป็นไปตามแผนที่ได้กำหนดไว้อย่างเคร่งครัดด้วย

16  กุมภาพันธ์  2554

หมายเหตุ –  การจัดสรรน้ำในช่วงฤดูแล้งจะเริ่มตั้งแต่ 1 พ.ย. – 30 เม.ย. ของทุกปี