เรื่องเล่าข่าวชลประทาน

ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำกรมชลประทาน   กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

โทร.สายด่วน 1460 / E- mail : wmsc.1460@gmail.com / http://water.rid.go.th/wmsc

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

สถานการณ์น้ำในเขื่อน :  ฤดูแล้งเหลืออีกว่า 3 เดือน แต่ปริมาณน้ำในเขื่อนหลายแห่ง ลดลงเหลือน้อยแล้ว

ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำ กรมชลประทาน รายงานสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ทั้งประเทศ ล่าสุด(24 ม.ค. 54) มีปริมาณน้ำรวมกัน จำนวน 47,569 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 68 ของความจุอ่างฯขนาดใหญ่รวมกันทั้งหมด ปริมาณน้ำน้อยกว่าปี 2553 จำนวน 1,996 ล้านลูกบาศก์เมตร และเป็นปริมาณน้ำที่สามารถนำมาใช้การได้จำนวนทั้งสิ้น 24,046 ล้านลูกบาศก์เมตร

สำหรับสถานการณ์น้ำในเขื่อนหลักๆ ทั่วประเทศ มีดังนี้  ในเขตภาคเหนือ ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์ปกติ แต่บางแห่งมีแนวโน้มลดลง อาทิ เขื่อนภูมิพล จ.ตาก มีปริมาณน้ำ 7,692 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 57 ของความจุอ่างฯ เขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์ มีปริมาณน้ำ 6,824 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 72 ของความจุอ่างฯ เขื่อนแม่กวงอุดมธารา จ.เชียงใหม่ มีปริมาณน้ำ 150 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 57 ของความจุอ่างฯ เขื่อนกิ่วลม จ.ลำปาง มีปริมาณน้ำ 90 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 80 ของความจุอ่างฯ และเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน จ.พิษณุโลก มีปริมาณน้ำ 597 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 78 ของความจุอ่างฯ

ในพื้นที่ภาคอีสาน เขื่อนหลายแห่งปริมาณน้ำลดลงเช่นกัน อาทิ เขื่อนห้วยหลวง จ.อุดรธานี มีปริมาณน้ำ 92 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 78 ของความจุอ่างฯ เขื่อนน้ำอูน จ.สกลนคร มีปริมาณน้ำ 281 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 54 ของความจุอ่างฯ เขื่อนลำปาว จ.กาฬสินธุ์ มีปริมาณน้ำ 1,049 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 73 ของความจุอ่างฯ และเขื่อนลำนางรอง จ.บุรีรัมย์ มีปริมาณน้ำ 82 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 68 ของความจุอ่างฯ

                ส่วนในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออก ปริมาณน้ำในเขื่อนต่างๆ อยู่ในเกณฑ์ปกติ หลายแห่งมีปริมาณน้ำลดลง โดยที่เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จ.ลพบุรี  มีปริมาณน้ำ 644 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 67 ของความจุอ่างฯ เขื่อนทับเสลา จ.อุทัยธานี มีปริมาณน้ำ 101 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 63  ของความจุอ่างฯ เขื่อนขุนด่านปราการชล จ.นครนายก มีปริมาณน้ำ 160 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 71 ของความจุอ่างฯ และเขื่อนบางพระ จ.ชลบุรี มีปริมาณน้ำ 89 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 76 ของความจุอ่างฯ เขื่อนหนองปลาไหล จ.ระยอง มีปริมาณน้ำ 141 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 86 ของความจุอ่างฯ และเขื่อนประแสร์ จ.ระยอง มีปริมาณน้ำ 222 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 90  ของความจุอ่างฯ

                ทั้งนี้ มีแนวโน้มว่าปริมาณน้ำในเขื่อนหลายแห่งมีระดับลดลงอย่างต่อเนื่อง จึงขอให้เกษตรกรที่ใช้น้ำจากเขื่อนต่างๆ ให้ร่วมมือกันใช้น้ำอย่างประหยัดและเกิดประสิทธิภาพสูงสุดด้วย เนื่องจากยังเหลือระยะเวลาของฤดูแล้งอีกกว่า 3 เดือน โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ยังคงต้องขอความร่วมมือให้งดทำนาปรังรอบที่ 2 เพื่อสำรองปริมาณน้ำที่มีอยู่อย่างจำกัด ให้เพียงพอใช้ไปจนถึงต้นฤดูฝนของปีนี้

24  มกราคม  2554

หมายเหตุ –  การจัดสรรน้ำในช่วงฤดูแล้งจะเริ่มตั้งแต่ 1 พ.ย. – 30 เม.ย. ของทุกปี