เรื่องเล่าข่าวชลประทาน

ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำกรมชลประทาน   กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

โทร.สายด่วน 1460 / E- mail : wmsc.1460@gmail.com / http://water.rid.go.th/wmsc

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำ :  ต้นปีใหม่ น้ำในเขื่อนส่วนใหญ่ยังอยู่ในเกณฑ์ดี แต่หลายแห่งเริ่มลดลง

ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำ กรมชลประทาน รายงานสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำ ล่าสุด(4 ม.ค. 54) สภาพน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ รวมกันมีปริมาณน้ำ จำนวน 52,951 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 72 ของความจุอ่างฯขนาดใหญ่และขนาดกลางรวมกันทั้งหมด เป็นปริมาณน้ำที่สามารถนำมาใช้การได้จำนวนทั้งสิ้น 29,110 ล้านลูกบาศก์เมตร

ในส่วนของสภาพน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ทั้งประเทศ(4 ม.ค. 54) มีปริมาณรวมกัน 49,625 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 71 ของความจุอ่างฯขนาดใหญ่ทั้งหมด โดย ในเขตภาคเหนือ ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์ดี แต่บางแห่งเริ่มลดลง อาทิ เขื่อนภูมิพล จ.ตาก มีปริมาณน้ำ 8,250 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 61 ของความจุอ่างฯ เขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์ มีปริมาณน้ำ 7,377 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 78 ของความจุอ่างฯ เขื่อนแม่กวงอุดมธารา จ.เชียงใหม่ มีปริมาณน้ำ 160 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 61 ของความจุอ่างฯ เขื่อนกิ่วลม จ.ลำปาง มีปริมาณน้ำ 101 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 90 ของความจุอ่างฯ และเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน จ.พิษณุโลก มีปริมาณน้ำ 674 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 88 ของความจุอ่างฯ

สำหรับในพื้นที่ภาคอีสาน เขื่อนหลายแห่งปริมาณน้ำเริ่มลดลงเช่นกัน อาทิ เขื่อนห้วยหลวง จ.อุดรธานี มีปริมาณน้ำ 104 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 88 ของความจุอ่างฯ เขื่อนน้ำอูน จ.สกลนคร มีปริมาณน้ำ 307 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 59 ของความจุอ่างฯ เขื่อนลำปาว จ.กาฬสินธุ์ มีปริมาณน้ำ 1,152 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 81 ของความจุอ่างฯ และเขื่อนลำพระเพลิง จ.นครราชสีมา มีปริมาณน้ำ 106 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 96 ของความจุอ่างฯ

                ส่วนในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออก ปริมาณน้ำในเขื่อนต่างๆ อยู่ในเกณฑ์ดี โดยที่เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จ.ลพบุรี  มีปริมาณน้ำ 757 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 79 ของความจุอ่างฯ เขื่อนทับเสลา จ.อุทัยธานี มีปริมาณน้ำ 102 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 64  ของความจุอ่างฯ เขื่อนขุนด่านปราการชล จ.นครนายก มีปริมาณน้ำ 193 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 86 ของความจุอ่างฯ และเขื่อนบางพระ จ.ชลบุรี มีปริมาณน้ำ 93 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 79 ของความจุอ่างฯ เขื่อนหนองปลาไหล จ.ระยอง มีปริมาณน้ำ 151 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 92 ของความจุอ่างฯ และเขื่อนประแสร์ จ.ระยอง มีปริมาณน้ำ 230 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 93  ของความจุอ่างฯ

ทั้งนี้ จะเห็นได้ว่าปริมาณน้ำในเขื่อนหลายแห่งเริ่มลดลง เนื่องจากได้มีการส่งน้ำจากเขื่อนต่างๆ ทั่วประเทศ เพื่อสนับสนุนกิจกรรมการใช้น้ำในเขตชลประทาน ในช่วงฤดูแล้งตามแผนที่ได้วางไว้ อย่างไรก็ตาม กรมชลประทานได้ขอความร่วมมือจากเกษตรกรและประชาชนทั่วไป ให้ใช้น้ำอย่างประหยัดและเกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อให้มีปริมาณน้ำสำรองน้ำไว้ใช้ในยามขาดแคลน รวมทั้งเพื่อลดความขัดแย้งในเรื่องการใช้น้ำร่วมกันด้วย

4  มกราคม  2554