เรื่องเล่าข่าวชลประทาน

ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำกรมชลประทาน   กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

โทร.สายด่วน 1460 / E- mail : wmsc.1460@gmail.com / http://water.rid.go.th/wmsc

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

สถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา : น้ำเหนือทางตอนบนเจ้าพระยา ลดลงอย่างต่อเนื่อง

 

ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำ กรมชลประทาน รายงานสถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ล่าสุด (31  ต.ค. 53) มีปริมาณน้ำไหลผ่าน ณ จุดสำคัญๆ ดังนี้ จังหวัดนครสวรรค์  2,642 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที(ลดลงจากวานนี้ 50 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที) เขื่อนเจ้าพระยา 3,632 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที(ลดลงจากวานนี้ 59 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที) เขื่อนพระรามหก 699 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที(ลดลงจากวานนี้ 90 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที) และที่อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 3,346 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที(ลดลงจากวานนี้ 215 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที) แนวโน้มปริมาณน้ำเหนือบริเวณตอนบนของลุ่มน้ำเจ้าพระยา ตั้งแต่จังหวัดนครสวรรค์ จนถึงเขื่อนเจ้าพระยา ปริมาณน้ำได้ลดลงอย่างต่อเนื่อง

สำหรับในทุ่งเจ้าพระยาฝั่งตะวันออกตอนล่าง กรมชลประทาน  ได้สูบและระบายน้ำลงสู่แม่น้ำนครนายก จำนวน 1.08 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน สูบและระบายลงแม่น้ำบางปะกง จำนวน 4.22 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน สูบและระบายลงอ่าวไทยผ่านสถานีสูบน้ำคลองชายทะเล 13.30 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน และสถานีสูบน้ำสุวรรณภูมิ 0.80 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน รวมสูบและระบายลงอ่าวไทย จำนวน 14.10 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน

สำหรับผลการตรวจวัดระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาสูงสุด วานนี้ (30 ต.ค.) มีดังนี้ สถานี C.4 สะพานพุทธฯ 1.95 ม.รทก. ต่ำกว่าตลิ่ง 0.55 ม. (ตลิ่ง 2.50 ม.รทก.) เวลา 12.30 น., สถานี C.12 กรมชลประทาน สามเสน วัดได้ 2.14 ม.รทก. ต่ำกว่าตลิ่ง 0.86 ม. (ตลิ่ง 3.00 ม.รทก.) เวลา 13.15 น. และสถานี C.22A ปากเกร็ด วัดได้ 2.47 ม.รทก. สูงกว่าตลิ่ง 0.01 ม.(ตลิ่ง 2.46 ม.รทก.) เวลา 14.00 น.

                สถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ปัจจุบันอยู่ในภาวะน้ำทะเลหนุนไม่สูงมากเหมือนในช่วงวันที่ 24 – 30 ต.ค.    ที่ผ่านมา ส่งผลให้ปริมาณน้ำไหลลงสู่ทะเลได้เร็วขึ้น แต่ยังคงมีปริมาณน้ำเหนือสมทบกับน้ำที่ท่วมขังอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำต่างๆ ไหลลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ลักษณะดังกล่าวนี้ จะยังคงทำให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่างอยู่ในเกณฑ์มากต่อไปอีกระยะหนึ่ง จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ตลอดแนวลำน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาทั้งสองฝั่ง ให้เฝ้าระวังและหมั่นตรวจสอบคันกั้นน้ำให้มีความมั่นคงแข็งแรงอยู่ตลอดเวลา ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สิน พร้อมทั้ง ขอให้ติดตามรายงานสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด โดยกรมชลประทาน จะแจ้งให้ทราบเป็นระยะๆ ต่อไป

               

*********************************

31  ตุลาคม  2553