เรื่องเล่าข่าวชลประทาน

ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำกรมชลประทาน   กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

โทร.สายด่วน 1460 / E- mail : wmsc.1460@gmail.com / http://water.rid.go.th/wmsc

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำ : เหนือและอีสานฝนลดน้อยลง เร่งเก็บกักน้ำให้เต็มที่ สำรองไว้ใช้หน้าแล้ง

ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำกรมชลประทาน เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่  ณ วันที่  8  ต.ค. 53 มีปริมาณน้ำรวมกันทั้งสิ้น 46,988 ล้านลูกบาศก์เมตร(ลบ.ม.) คิดเป็นร้อยละ 68 ของความจุ ยังสามารถรองรับปริมาณน้ำในช่วงฤดูฝนปีนี้ได้อีกกว่า  22,000  ล้านลูกบาศก์เมตร โดยปริมาณน้ำในเขื่อนต่างๆ มีดังนี้ ภาคเหนือ  อ่างเก็บน้ำส่วนใหญ่มีน้ำเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อาทิ เขื่อนภูมิพล จ.ตาก มีปริมาตรน้ำในอ่างฯ  6,674  ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 50 ของความจุอ่างฯทั้งหมด เขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์ มีปริมาตรน้ำในอ่างฯ 7,534 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 79 ของความจุอ่างฯทั้งหมด เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน จ.พิษณุโลก มีปริมาตรน้ำในอ่างฯ  686  ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 89 ของความจุอ่างฯทั้งหมด

สถานการณ์น้ำในพื้นที่ภาคอีสาน อ่างเก็บน้ำส่วนใหญ่ มีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้น โดยที่เขื่อนน้ำอูน จ.สกลนคร มีปริมาตรน้ำในอ่างฯ  374  ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 72 ของความจุอ่างฯทั้งหมด เขื่อนลำปาว จ.กาฬสินธุ์ มีปริมาตรน้ำในอ่างฯ 1,276 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 89 ของความจุอ่างฯทั้งหมด และเขื่อนลำตะคอง จ.นครราชสีมา  มีปริมาตรน้ำในอ่างฯ  220  ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 70 ของความจุอ่างฯทั้งหมด 

ในเขตพื้นที่ภาคกลาง ปริมาณน้ำในเขื่อนต่างๆ เพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยที่เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จ.ลพบุรี มีปริมาตรน้ำในอ่างฯ 897 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 93 ของความจุอ่างฯทั้งหมด  เขื่อนทับเสลา จ.อุทัยธานี  มีปริมาตรน้ำในอ่างฯ 121  ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 76 ของความจุอ่างฯทั้งหมด และเขื่อนขุนด่านปราการชล จ.นครนายก มีปริมาตรน้ำในอ่างฯ  176  ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 79 ของความจุอ่างฯทั้งหมด

สถานการณ์ฝนในพื้นที่ภาคเหนือและอีสาน เริ่มมีปริมาณฝนตกลดน้อยลง เนื่องจากย่างเข้าสู่ฤดูหนาวแล้ว กรมชลประทาน ได้ให้ทุกโครงการฯที่มีอ่างเก็บน้ำในพื้นที่ ทำการเก็บกักน้ำอย่างเต็มศักยภาพ เพื่อให้มีปริมาณน้ำสำรองไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้งหน้านี้อย่างเพียงพอ

สำหรับสถานการณ์น้ำทะเลหนุนในแม่น้ำเจ้าพระยา วานนี้(7 ต.ค. ) ระดับน้ำขึ้นสูงสุดตามสถานีต่างๆ มีดังนี้ สถานี C.4 สะพานพุทธฯ วัดได้ 1.88 ม.รทก. ต่ำกว่าตลิ่ง 0.62 ม.(ตลิ่ง 2.50 ม.รทก.)เวลา 17.30 น., สถานี C.22A     ปากเกร็ด วัดได้ 2.01 ม.รทก. ต่ำกว่าตลิ่ง 0.45 ม.(ตลิ่ง 2.46 ม.รทก.)เวลา 17.45 น. และสถานี C.55 ปทุมธานี วัดได้ 2.19 ม.รทก. ต่ำกว่าตลิ่ง 0.65 ม. (ตลิ่ง 2.84 ม.รทก.) เวลา 22.15 น.

ส่วนการคาดการณ์น้ำทะเลหนุนสูงสุดวันนี้(8 ต.ค.) ที่สถานี C.4 สะพานพุทธฯ คาดว่าจะสูงสุดที่ระดับ 1.81 ม.รทก. เวลา 18.30 น., สถานี C.22 A ปากเกร็ด คาดว่าจะสูงสุดที่ระดับ 2.09 ม.รทก. เวลา 20.15 น. และ สถานี C.55 ปทุมธานี คาดว่าจะสูงสุดที่ระดับ 2.22 ม.รทก. เวลา 21.15 น.

ทั้งนี้ ในช่วงระหว่างวันที่ 7 – 12 ต.ค. นี้ จะเป็นช่วงที่เกิดน้ำทะเลหนุนสูง ซึ่งจะส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาสูงขึ้น และอาจจะทำให้มีน้ำท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำเจ้าพระยา นอกเขตคันกั้นน้ำบางแห่งได้ จึงขอให้ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดด้วย หากเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงไปอย่างไร จะแจ้งให้ทราบต่อไป

 

******************************

8  ตุลาคม  2553