เรื่องเล่าข่าวชลประทาน

ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำกรมชลประทาน   กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

โทร.สายด่วน 1460 / E- mail : wmsc.1460@gmail.com / http://water.rid.go.th/wmsc

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำ : คาดการณ์เมื่อสิ้นสุดฤดูฝน อ่างฯส่วนใหญ่จะมีน้ำเกินร้อยละ 50.

ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำกรมชลประทาน เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่  ณ วันที่  31  ส.ค. 53 มีปริมาณน้ำรวมกันทั้งสิ้น 38,632 ล้านลูกบาศก์เมตร(ลบ.ม.) คิดเป็นร้อยละ 56 ของความจุ ยังสามารถรองรับปริมาณน้ำในช่วงฤดูฝนปีนี้ได้อีกกว่า  30,900  ล้านลูกบาศก์เมตร โดยปริมาณน้ำในเขื่อนต่างๆ มีดังนี้ ภาคเหนือ  อ่างเก็บน้ำส่วนใหญ่มีน้ำเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อาทิ เขื่อนภูมิพล จ.ตาก มีปริมาตรน้ำในอ่างฯ  4,983  ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 37 ของความจุอ่างฯทั้งหมด สามารถรองรับน้ำได้อีกกว่า 8,400 ล้านลูกบาศก์เมตร เขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์ มีปริมาตรน้ำในอ่างฯ 5,602 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 59 ของความจุอ่างฯทั้งหมด สามารถรองรับน้ำได้อีกกว่า 3,900 ล้านลูกบาศก์เมตร เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน จ.พิษณุโลก มีปริมาตรน้ำในอ่างฯ  396  ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 51 ของความจุอ่างฯทั้งหมด สามารถรองรับน้ำได้อีกกว่า  300  ล้านลูกบาศก์เมตร

สถานการณ์น้ำในพื้นที่ภาคอีสาน อ่างเก็บน้ำส่วนใหญ่ มีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้น โดยที่ เขื่อนห้วยหลวง จ.อุดรธานี มีปริมาตรน้ำในอ่างฯ  100  ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 84 ของความจุอ่างฯทั้งหมด สามารถรองรับน้ำได้อีก 18 ล้านลูกบาศก์เมตร เขื่อนน้ำอูน จ.สกลนคร มีปริมาตรน้ำในอ่างฯ  277  ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 53 ของความจุอ่างฯทั้งหมด สามารถรองรับน้ำได้อีกกว่า 200 ล้านลูกบาศก์เมตร เขื่อนลำปาว จ.กาฬสินธุ์ มีปริมาตรน้ำในอ่างฯ 1,145  ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 80 ของความจุอ่างฯทั้งหมด สามารถรองรับน้ำได้อีกกว่า 200 ล้านลูกบาศก์เมตร และเขื่อนลำตะคอง จ.นครราชสีมา  มีปริมาตรน้ำในอ่างฯ  113  ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 36 ของความจุอ่างฯทั้งหมด  สามารถรองรับน้ำได้อีกกว่า 200 ล้านลูกบาศก์เมตร

ในเขตพื้นที่ภาคกลาง ปริมาณน้ำในเขื่อนต่างๆ เพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยที่เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จ.ลพบุรี มีปริมาตรน้ำในอ่างฯ 437 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 46 ของความจุอ่างฯทั้งหมด  สามารถรองรับน้ำได้อีกกว่า 500 ล้านลูกบาศก์เมตร เขื่อนทับเสลา จ.อุทัยธานี มีปริมาตรน้ำในอ่างฯ  58 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 36 ของความจุอ่างฯทั้งหมด สามารถรองรับน้ำได้อีกกว่า 100 ล้านลูกบาศก์เมตร เขื่อนกระเสียว จ.สุพรรณบุรี มีปริมาตรน้ำในอ่างฯ  134  ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 56 ของความจุอ่างฯทั้งหมด สามารถรองรับน้ำได้อีกกว่า 100 ล้านลูกบาศก์เมตร และเขื่อนขุนด่านปราการชล จ.นครนายก มีปริมาตรน้ำในอ่างฯ  112  ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 50 ของความจุอ่างฯทั้งหมด สามารถรองรับน้ำได้อีกกว่า 100 ล้านลูกบาศก์เมตร

สำหรับแนวโน้มสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ คาดว่าเมื่อสิ้นสุดฤดูฝนอีกประมาณ 2 เดือนข้างหน้า อ่างเก็บน้ำส่วนใหญ่จะมีน้ำในอ่างฯเกินร้อยละ 50 ของความจุอ่างฯ ซึ่งกรมชลประทาน จะเก็บกักน้ำให้ได้มากที่สุด เพื่อให้มีปริมาณน้ำสำรองไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้งหน้าอย่างเพียงพอ ส่วนการบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูน้ำหลาก จะมีการลดปริมาณน้ำในอ่างฯที่มีน้ำมาก เพื่อให้มีพื้นที่รับน้ำหลากหรือน้ำฝนที่ตกหนักลงมาอีก โดยไม่ให้ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ด้านท้ายอ่างฯ พร้อมๆไปกับการเก็บกักน้ำไว้ในอ่างฯให้มากที่สุดด้วย

31  สิงหาคม  2553