เรื่องเล่าข่าวชลประทาน

ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำกรมชลประทาน   กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

โทร.สายด่วน 1460 / E- mail : wmsc.1460@gmail.com / http://water.rid.go.th/wmsc

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

กรมชลฯ ให้ทุกโครงการฯ วางมาตรการ เตรียมพร้อมรับมือปัญหาน้ำท่วมในช่วงฤดูน้ำหลากนี้

กรมชลประทาน ให้โครงการชลประทานทุกโครงการ วางมาตรการเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำบ่าไหลหลากในช่วงฤดูฝนนี้ เน้นบริหารจัดการน้ำในอ่างเก็บน้ำให้สอดคล้องกับสภาวะฝนที่ตกลงมา โดยไม่ให้ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ทางด้านท้ายอ่างฯ

นายวีระ  วงศ์แสงนาค รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ณ วันที่  23  ส.ค. 53 มีปริมาณน้ำรวมกันทั้งสิ้น 35,778 ล้านลูกบาศก์เมตร(ลบ.ม.) คิดเป็นร้อยละ 51 ของความจุอ่างฯทั้งหมด โดยปริมาณน้ำในเขื่อนต่างๆ ที่สำคัญ อาทิ เขื่อนภูมิพล จ.ตาก มีปริมาตรน้ำในอ่างฯ  4,575  ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 34 ของความจุอ่างฯทั้งหมด สามารถรองรับน้ำได้อีกกว่า 8,800 ล้านลูกบาศก์เมตร เขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์ มีปริมาตรน้ำในอ่างฯ 4,849  ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 51 ของความจุอ่างฯทั้งหมด สามารถรองรับน้ำได้อีกกว่า 4,600 ล้านลูกบาศก์เมตร เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน จ.พิษณุโลก มีปริมาตรน้ำในอ่างฯ  294  ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 38 ของความจุอ่างฯทั้งหมด สามารถรองรับน้ำได้อีกกว่า  400  ล้านลูกบาศก์เมตร และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จ.ลพบุรี มีปริมาตรน้ำในอ่างฯ 261 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 27 ของความจุอ่างฯทั้งหมด  สามารถรองรับน้ำได้อีกกว่า 600 ล้านลูกบาศก์เมตร

ในพื้นที่ภาคอีสาน แม้ปริมาณน้ำจะอยู่ในเกณฑ์น้อย แต่ก็มีน้ำไหลเข้าอ่างฯเพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น เขื่อนน้ำอูน   จ.สกลนคร มีปริมาตรน้ำในอ่างฯ  167  ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 32 ของความจุอ่างฯทั้งหมด สามารถรองรับน้ำได้อีกกว่า 300 ล้านลูกบาศก์เมตร เขื่อนลำปาว จ.กาฬสินธุ์ มีปริมาตรน้ำในอ่างฯ  645  ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 45 ของความจุอ่างฯทั้งหมด สามารถรองรับน้ำได้อีกกว่า 700 ล้านลูกบาศก์เมตร และเขื่อนลำตะคอง จ.นครราชสีมา  มีปริมาตรน้ำในอ่างฯ  102  ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 32 ของความจุอ่างฯทั้งหมด  รองรับน้ำได้อีกกว่า 200 ล้านลูกบาศก์เมตร

ส่วนภาคกลาง ปริมาณน้ำในเขื่อนต่างๆ เพิ่มขึ้น โดยที่ เขื่อนทับเสลา จ.อุทัยธานี มีปริมาตรน้ำในอ่างฯ  53 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 33 ของความจุอ่างฯทั้งหมด สามารถรองรับน้ำได้อีกกว่า 100 ล้านลูกบาศก์เมตร เขื่อนกระเสียว จ.สุพรรณบุรี มีปริมาตรน้ำในอ่างฯ  130  ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 54 ของความจุอ่างฯทั้งหมด สามารถรองรับน้ำได้อีกกว่า 100 ล้านลูกบาศก์เมตร และเขื่อนขุนด่านปราการชล จ.นครนายก มีปริมาตรน้ำในอ่างฯ  90  ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 40 ของความจุอ่างฯทั้งหมด สามารถรองรับน้ำได้อีกกว่า 130 ล้านลูกบาศก์เมตร

อนึ่ง กรมชลประทาน ได้ให้โครงการชลประทานทุกแห่ง วางมาตรการในการรับมือกับสภาวะน้ำบ่าไหลหลาก ด้วยการลดปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำให้มีที่ว่างพอที่จะรองรับน้ำฝนหรือน้ำที่ไหลหลากลงมาจากตอนบน ซึ่งจะต้องไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ทางด้านท้ายอ่างฯ รวมทั้งให้พร่องน้ำในแม่น้ำสายหลัก และคลองระบายน้ำต่างๆ ให้น้ำสามารถไหลผ่านได้สะดวกมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังให้เตรียมความพร้อมในด้านของเจ้าหน้าที่ เครื่องจักรกล เครื่องมือ และเครื่องสูบน้ำ ที่สามารถเข้าไปสนับสนุนช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมได้อย่างทันท่วงที พร้อมไปกับการรายงานข้อมูลสถานการณ์น้ำท่าหรือปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำต่างๆ ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบอย่างต่อเนื่อง เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการแจ้งเตือนให้ประชาชนได้รับทราบ  และสามารถรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างทันต่อเหตุการณ์

24  สิงหาคม  2553