เรื่องเล่าข่าวชลประทาน

ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำกรมชลประทาน   กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

โทร.สายด่วน 1460 / E- mail : wmsc.1460@gmail.com / http://water.rid.go.th/wmsc

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ : ฝนเหนือตกหนัก ส่งผลดีน้ำไหลเข้าอ่างฯมากขึ้น

ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำกรมชลประทาน เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลาง  ณ วันที่  16  ส.ค. 53 มีปริมาณน้ำรวมกันทั้งสิ้น 36,067 ล้านลูกบาศก์เมตร(ลบ.ม.) คิดเป็นร้อยละ 49 ของความจุอ่างฯทั้งหมด มีปริมาณน้ำที่ใช้การได้ 10,643 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยปริมาณน้ำในเขื่อนต่างๆ ในเขตลุ่มน้ำเจ้าพระยา อาทิ เขื่อนภูมิพล จ.ตาก มีปริมาตรน้ำในอ่างฯ  4,279  ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 32 ของความจุอ่างฯทั้งหมด สามารถรองรับน้ำได้อีกกว่า 9,000 ล้านลูกบาศก์เมตร เขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์ มีปริมาตรน้ำในอ่างฯ 4,387  ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 46 ของความจุอ่างฯทั้งหมด สามารถรองรับน้ำได้อีกกว่า 5,000 ล้านลูกบาศก์เมตร เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน จ.พิษณุโลก มีปริมาตรน้ำในอ่างฯ  243  ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 32 ของความจุอ่างฯทั้งหมด สามารถรองรับน้ำได้อีกกว่า 500 ล้านลูกบาศก์เมตร และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จ.ลพบุรี มีปริมาตรน้ำในอ่างฯ 148  ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 15 ของความจุอ่างฯทั้งหมด  สามารถรองรับน้ำได้อีกกว่า 812 ล้านลูกบาศก์เมตร

สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำในพื้นที่ภาคอีสาน แม้ว่าจะมีปริมาณน้ำอยู่ในเกณฑ์น้อย แต่ก็มีน้ำไหลเข้าอ่างฯอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น เขื่อนห้วยหลวง จ.อุดรธานี มีปริมาตรน้ำในอ่างฯ  60  ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 51 ของความจุอ่างฯทั้งหมด สามารถรองรับน้ำได้อีกกว่า 58  ล้านลูกบาศก์เมตร เขื่อนน้ำอูน จ.สกลนคร มีปริมาตรน้ำในอ่างฯ  148  ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 28 ของความจุอ่างฯทั้งหมด สามารถรองรับน้ำได้อีกกว่า 372 ล้านลูกบาศก์เมตร เขื่อนลำปาว จ.กาฬสินธุ์ มีปริมาตรน้ำในอ่างฯ  461  ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 32 ของความจุอ่างฯทั้งหมด สามารถรองรับน้ำได้อีกกว่า 969 ล้านลูกบาศก์เมตร และเขื่อนลำตะคอง จ.นครราชสีมา  มีปริมาตรน้ำในอ่างฯ  91  ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 29 ของความจุอ่างฯทั้งหมด  สามารถรองรับน้ำได้อีกกว่า 223 ล้านลูกบาศก์เมตร

ในเขตพื้นที่ภาคกลาง ปริมาณน้ำในเขื่อนต่างๆ เพิ่มขึ้นต่อเนื่องเช่นกัน โดยที่ เขื่อนทับเสลา จ.อุทัยธานี มีปริมาตรน้ำในอ่างฯ  41 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 26 ของความจุอ่างฯทั้งหมด สามารถรองรับน้ำได้อีกกว่า 119 ล้านลูกบาศก์เมตร เขื่อนกระเสียว จ.สุพรรณบุรี มีปริมาตรน้ำในอ่างฯ  115  ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 48 ของความจุอ่างฯทั้งหมด สามารถรองรับน้ำได้อีกกว่า 125 ล้านลูกบาศก์เมตร และเขื่อนขุนด่านปราการชล จ.นครนายก มีปริมาตรน้ำในอ่างฯ  84  ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 38 ของความจุอ่างฯทั้งหมด สามารถรองรับน้ำได้อีกกว่า 140 ล้านลูกบาศก์เมตร

ทั้งนี้ กรมชลประทาน ได้ให้โครงการชลประทานทุกแห่ง เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด รวมทั้งการเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำบ่าไหลหลากที่อาจจะเกิดขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงภัยภาคเหนือ พร้อมไปกับการเก็บกักน้ำไว้ในอ่างเก็บน้ำต่างๆไว้ให้มากที่สุด โดยให้สอดคล้องกับสภาวะฝนที่ตกลงมาในแต่ละพื้นที่ ซึ่งการเก็บกักน้ำนี้จะไม่ให้ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ทางด้านท้ายน้ำของอ่างฯแต่ละแห่งด้วย

16  สิงหาคม  2553