เรื่องเล่าข่าวชลประทาน

ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำกรมชลประทาน   กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

โทร.สายด่วน 1460 / E- mail : wmsc.1460@gmail.com / http://water.rid.go.th/wmsc

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

น้ำในเขื่อนยังน้อย หวั่นนาปีเสียหาย เตือนเกษตรกรให้เลื่อนไปปลูกต้นเดือนสิงหาคม  

 

ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำกรมชลประทาน เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลาง  ณ วันที่  15  ก.ค. 53 มีปริมาณน้ำรวมกันทั้งสิ้น 32,976 ล้านลูกบาศก์เมตร(ลบ.ม.) คิดเป็นร้อยละ 45 ของความจุอ่างฯทั้งหมด โดยปริมาณน้ำในเขื่อนต่างๆ ในเขตลุ่มน้ำเจ้าพระยา อาทิ เขื่อนภูมิพล จ.ตาก มีปริมาตรน้ำในอ่างฯ  4,040  ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 30 ของความจุอ่างฯทั้งหมด เขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์ มีปริมาตรน้ำในอ่างฯ 3,198  ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 34 ของความจุอ่างฯทั้งหมด เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน จ.พิษณุโลก มีปริมาตรน้ำในอ่างฯ  146  ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 19 ของความจุอ่างฯทั้งหมด และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จ.ลพบุรี มีปริมาตรน้ำในอ่างฯ 74  ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 8 ของความจุอ่างฯทั้งหมด

สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำในพื้นที่ภาคอีสาน ส่วนใหญ่ยังคงมีปริมาณน้ำอยู่ในเกณฑ์น้อย ไม่ว่าจะเป็น เขื่อนห้วยหลวง จ.อุดรธานี มีปริมาตรน้ำในอ่างฯ  25  ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 21 ของความจุอ่างฯทั้งหมด เขื่อนน้ำอูน จ.สกลนคร มีปริมาตรน้ำในอ่างฯ  133  ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 26 ของความจุอ่างฯทั้งหมด เขื่อนลำปาว จ.กาฬสินธุ์ มีปริมาตรน้ำในอ่างฯ  378  ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 26 ของความจุอ่างฯทั้งหมด และเขื่อนลำแซะ จ.นครราชสีมา  มีปริมาตรน้ำในอ่างฯ  113  ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 41 ของความจุอ่างฯทั้งหมด

ในเขตพื้นที่ภาคกลาง ปริมาณน้ำในเขื่อนต่างๆ ยังคงที่และอยู่ในเกณฑ์น้อย อาทิ เขื่อนทับเสลา จ.อุทัยธานี มีปริมาตรน้ำในอ่างฯ  28 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 17 ของความจุอ่างฯทั้งหมด เขื่อนกระเสียว จ.สุพรรณบุรี  มีปริมาตรน้ำในอ่างฯ  82  ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 34 ของความจุอ่างฯทั้งหมด และเขื่อนขุนด่านปราการชล จ.นครนายก มีปริมาตรน้ำในอ่างฯ  28  ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 12 ของความจุอ่างฯทั้งหมด

อนึ่ง จากข้อมูลของกรมอุตุนิยมวิทยาที่ได้คาดการณ์ว่า ในช่วงต้นฤดูฝนพื้นที่ส่วนใหญ่มีฝนตกไม่สม่ำเสมอและมีปริมาณน้อยกว่าปกติ อีกทั้งมีโอกาสที่ฝนจะทิ้งช่วงในเดือนกรกฎาคม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงได้ประเมินสถานการณ์น้ำในเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ พบว่าปัจจุบันทั้งสองเขื่อนยังมีปริมาณน้ำอยู่ในเกณฑ์น้อย ซึ่งไม่เพียงพอที่จะสนับสนุนการทำนาปี  จึงขอให้เกษตรกรในพื้นที่ 22 จังหวัด ที่ใช้น้ำจากเขื่อนทั้งสองแห่งดังกล่าว ประกอบด้วย ตาก กำแพงเพชร อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิจิตร พิษณุโลก นครสวรรค์ ชัยนาท สิงห์บุรี ลพบุรี สระบุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี นครปฐม พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี ฉะเชิงเทรา นครนายก สมุทรปราการ สมุทรสาคร และกรุงเทพมหานคร ให้เลื่อนการทำนาปีออกไปอีกครั้ง จากเดิมที่เคยให้เลื่อนเป็นกลางเดือนกรกฎาคม 53 ออกไปจนถึงต้นเดือนสิงหาคม 53 เพื่อไม่ให้ผลผลิตเสียหายจากการขาดแคลนน้ำ ทั้งนี้ หากสถานการณ์มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรจะแจ้งให้ทราบต่อไป

****************************

15  กรกฎาคม  2553