เรื่องเล่าข่าวชลประทาน

ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำกรมชลประทาน   กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

โทร.สายด่วน 1460 / E- mail : wmsc.1460@gmail.com / http://water.rid.go.th/wmsc

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำ : เขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ น้ำไหลเข้าอ่างฯ อย่างต่อเนื่อง  

 

ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำกรมชลประทาน เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลาง  ณ วันที่ 14  ก.ค. 53 มีปริมาณน้ำรวมกันทั้งสิ้น 32,997 ล้านลูกบาศก์เมตร(ลบ.ม.) คิดเป็นร้อยละ 45 ของความจุอ่างฯทั้งหมด โดยปริมาณน้ำในเขื่อนต่างๆ ในเขตลุ่มน้ำเจ้าพระยา อาทิ เขื่อนภูมิพล จ.ตาก มีปริมาตรน้ำในอ่างฯ  4,050  ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 30 ของความจุอ่างฯทั้งหมด เขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์ มีปริมาตรน้ำในอ่างฯ 3,203  ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 34 ของความจุอ่างฯทั้งหมด เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน จ.พิษณุโลก มีปริมาตรน้ำในอ่างฯ  141  ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 18 ของความจุอ่างฯทั้งหมด และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จ.ลพบุรี มีปริมาตรน้ำในอ่างฯ 74  ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 8 ของความจุอ่างฯทั้งหมด

สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำในพื้นที่ภาคอีสาน ส่วนใหญ่ยังคงมีปริมาณน้ำอยู่ในเกณฑ์น้อย ไม่ว่าจะเป็น เขื่อนห้วยหลวง จ.อุดรธานี มีปริมาตรน้ำในอ่างฯ  25  ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 21 ของความจุอ่างฯทั้งหมด เขื่อนน้ำอูน จ.สกลนคร มีปริมาตรน้ำในอ่างฯ  133  ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 26 ของความจุอ่างฯทั้งหมด เขื่อนลำปาว จ.กาฬสินธุ์ มีปริมาตรน้ำในอ่างฯ  382  ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 27 ของความจุอ่างฯทั้งหมด และเขื่อนลำนางรอง จ.บุรีรัมย์ มีปริมาตรน้ำในอ่างฯ  45  ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 37 ของความจุอ่างฯทั้งหมด

ในเขตพื้นที่ภาคกลาง ปริมาณน้ำในเขื่อนต่างๆ ยังคงที่และอยู่ในเกณฑ์น้อย อาทิ เขื่อนทับเสลา จ.อุทัยธานี มีปริมาตรน้ำในอ่างฯ  27 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 17 ของความจุอ่างฯทั้งหมด เขื่อนกระเสียว จ.สุพรรณบุรี      มีปริมาตรน้ำในอ่างฯ  80  ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 33 ของความจุอ่างฯทั้งหมด และเขื่อนขุนด่านปราการชล จ.นครนายก มีปริมาตรน้ำในอ่างฯ  25  ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 11 ของความจุอ่างฯทั้งหมด

ทั้งนี้ จากการติดตามสภาพน้ำในเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ ตลอดในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา พบว่าเริ่มมีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำอย่างต่อเนื่อง เพราะมีฝนตกบริเวณเหนืออ่างเก็บน้ำมากขึ้น แต่หากจะดูปริมาณน้ำที่เหลืออยู่ในเขื่อนทั้งสองแห่งแล้ว จะเห็นได้ว่ายังคงมีปริมาณน้ำอยู่ในเกณฑ์น้อย เนื่องจากยังมีความจำเป็นต้องใช้น้ำจากเขื่อนทั้งสองแห่ง สำหรับใช้ในการอุปโภค-บริโภค และการรักษาระบบนิเวศน์ในลำน้ำอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น จึงขอให้ช่วยกันใช้น้ำอย่างประหยัด เพื่อให้มีปริมาณน้ำสำรองไว้ใช้ในฤดูแล้งหน้านี้ด้วย

อนึ่ง กรมอุตุนิยมวิทยา ได้คาดการณ์ว่าในช่วงตั้งแต่เดือนสิงหาคม เป็นต้นไป จะมีปริมาณฝนตกเพิ่มมากขึ้น ซึ่งกรมชลประทาน ได้กำชับให้โครงการชลประทานทุกแห่ง เก็บกักน้ำไว้ในอ่างฯให้ได้มากที่สุด พร้อมกับให้เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด รวมทั้งให้ตรวจสอบสภาพความแข็งแรงของอาคารบังคับน้ำ ประตูระบายน้ำ และความมั่นคงแข็งแรงของอ่างเก็บน้ำในพื้นที่ของตน เพื่อให้สามารถรองรับปริมาณน้ำที่จะไหลหลากลงมา รวมทั้งให้วางแนวทางในการป้องกันแก้ไขและบรรเทาปัญหาน้ำท่วมที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในช่วงฤดูฝนของปีนี้

14  กรกฎาคม  2553