เรื่องเล่าข่าวชลประทาน

ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำกรมชลประทาน   กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

โทร.สายด่วน 1460 / E- mail : wmsc.1460@gmail.com / http://water.rid.go.th/wmsc

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำ : แม้จะมีฝนตกลงมาในระยะนี้ แต่ปริมาณน้ำไหลงลงอ่างฯยังคงน้อย

 

ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำกรมชลประทาน เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลาง  ณ วันที่ 15 มิ.ย. 53 มีปริมาณน้ำรวมกันทั้งสิ้น 34,333 ล้านลูกบาศก์เมตร(ลบ.ม.) คิดเป็นร้อยละ 47 ของความจุอ่างฯทั้งหมด โดยเฉพาะปริมาณน้ำในเขื่อนต่างๆ ในเขตลุ่มน้ำเจ้าพระยา ไม่ว่าจะเป็น เขื่อนภูมิพล จ.ตาก มีปริมาตรน้ำในอ่างฯ  4,170  ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 31 ของความจุอ่างฯทั้งหมด เขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์ มีปริมาตรน้ำในอ่างฯ 3,338  ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 35 ของความจุอ่างฯทั้งหมด เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน จ.พิษณุโลก มีปริมาตรน้ำในอ่างฯ  130  ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 17 ของความจุอ่างฯทั้งหมด และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จ.ลพบุรี มีปริมาตรน้ำในอ่างฯ 87  ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 9 ของความจุอ่างฯทั้งหมด

สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำส่วนใหญ่ยังคงมีปริมาณน้ำลดลง แม้ว่าจะมีฝนตกกระจายในระยะนี้ แต่ฝนที่ตกลงมาส่วนใหญ่จะตกด้านท้ายอ่างเก็บน้ำ ส่งผลให้ปริมาณน้ำไหลลงอ่างฯ ยังคงอยู่ในเกณฑ์น้อย ในขณะเดียวกันยังคงมีความจำเป็นต้องใช้น้ำ เพื่อการอุปโภค-บริโภค และรักษาระบบนิเวศน์อย่างต่อเนื่อง

กรมชลประทานจึงขอให้เกษตรกรในเขตลุ่มน้ำเจ้าพระยา ให้เลื่อนการทำนาปีออกไปก่อน รอจนกว่าฝนจะตกชุกลงมาเป็นปกติ หรือมีปริมาณน้ำท่าเพียงพอที่จะทำการเพาะปลูกได้ ในช่วงประมาณกลางเดือนกรกฎาคม 2553 เป็นต้นไป เพื่อมิให้เกิดผลเสียหายต่อข้าวนาปี  ทั้งนี้ หากสภาวะอากาศมีการเปลี่ยนแปลงไป หรือมีแนวโน้มว่าจะเกิดฝนตกชุกมากขึ้นในระยะต่อจากนี้ไป กระทรวงเกษตรฯ จะได้ออกประกาศให้มีการทำนาปีให้เร็วขึ้นทันทีต่อไปเช่นกัน

ในส่วนของพื้นที่ภาคตะวันออก ซึ่งเป็นเขตอุตสาหกรรมหลักของประเทศ นั้น ในพื้นที่จ.ชลบุรี สภาพน้ำในอ่างเก็บน้ำที่สำคัญ 7 แห่ง มีปริมาตรน้ำรวมกันทั้งสิ้น 74.50 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 42 ของความจุอ่างฯทั้งหมด ส่วนในเขตพื้นที่จ.ระยอง ปริมาตรน้ำในอ่างเก็บน้ำที่สำคัญ 4 แห่งรวมกันมีปริมาตรน้ำทั้งสิ้น 313.80 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 60 ของความจุอ่างฯทั้งหมด สถานการณ์น้ำในเขตพื้นที่ภาคตะวันออกไม่มีปัญหาขาดแคลนน้ำ แม้จะมีปริมาณน้ำลดลงไปบ้าง เนื่องจากปริมาณน้ำที่มีอยู่ กรมชลประทานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้วางแผนและจัดสรรน้ำไว้อย่างเพียงพอ สำหรับทุกกิจกรรมการใช้น้ำ

สำหรับสภาพความเค็มในแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณสถานีสูบน้ำดิบสำแล จังหวัดปทุมธานี ของการประปานครหลวง นั้น ปัจจุบันได้เข้าสู่ภาวะปกติและสามารถสูบน้ำดิบไปผลิตประปาได้แล้ว แต่อย่างไรก็ตาม กรมชลประทาน ยังคงเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ความเค็มในแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง เพื่อมิให้เกิดเหตุการณ์น้ำเค็มรุกล้ำเข้าไปสร้างปัญหาอีก

 

********************************

15  มิถุนายน  2553