เรื่องเล่าข่าวชลประทาน

ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำกรมชลประทาน   กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

โทร.สายด่วน 1460 / E- mail : wmsc.1460@gmail.com / http://water.rid.go.th/wmsc

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

สถานการณ์น้ำและสภาพน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่

 

ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำกรมชลประทาน เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลาง  ณ วันที่ 3 มิ.ย. 53 มีปริมาณน้ำรวมกันทั้งสิ้น 34,921 ล้านลูกบาศก์เมตร(ลบ.ม.) คิดเป็นร้อยละ 47 ของความจุอ่างฯทั้งหมด โดยเฉพาะปริมาณน้ำในเขื่อนต่างๆ ในเขตลุ่มน้ำเจ้าพระยา ไม่ว่าจะเป็น เขื่อนภูมิพล จ.ตาก มีปริมาตรน้ำในอ่างฯ  4,294  ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 32 ของความจุอ่างฯทั้งหมด เขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์ มีปริมาตรน้ำในอ่างฯ 3,412  ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 36 ของความจุอ่างฯทั้งหมด เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน จ.พิษณุโลก มีปริมาตรน้ำในอ่างฯ  131  ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 17 ของความจุอ่างฯทั้งหมด และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จ.ลพบุรี มีปริมาตรน้ำในอ่างฯ 87  ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 9 ของความจุอ่างฯทั้งหมด สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำส่วนใหญ่ยังคงมีปริมาณน้ำลดลง

สำหรับในพื้นที่ภาคตะวันออก ซึ่งเป็นเขตอุตสาหกรรมหลักของประเทศ นั้น ในพื้นที่จ.ชลบุรี สภาพน้ำในอ่างเก็บน้ำที่สำคัญ 7 แห่ง มีปริมาตรน้ำรวมกันทั้งสิ้น 74.40 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 42 ของความจุอ่างฯทั้งหมด ส่วนในเขตพื้นที่จ.ระยอง ปริมาตรน้ำในอ่างเก็บน้ำที่สำคัญ 4 แห่งรวมกันมีปริมาตรน้ำทั้งสิ้น 336.90 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 64 ของความจุอ่างฯทั้งหมด สถานการณ์น้ำในเขตพื้นที่ภาคตะวันออกไม่มีปัญหาแต่อย่างใด เนื่องจากปริมาณน้ำที่มีอยู่ กรมชลประทานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้วางแผนและจัดสรรน้ำไว้อย่างเพียงพอ สำหรับทุกกิจกรรมการใช้น้ำ

อนึ่ง เมื่อวันที่ 21 พ.ค. 53 ที่ผ่านมา กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ออกประกาศ เรื่อง ขอให้เลื่อนการทำนาปีในเขตโครงการชลประทานทุกโครงการที่รับน้ำจากเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ ในภาคเหนือตอนล่างและในเขตโครงการชลประทานเจ้าพระยาใหญ่  เนื่องจากกรมอุตุนิยมวิทยาได้คาดการณ์ว่า ในช่วงต้นฤดูฝนปีนี้จะมีฝนตกในเกณฑ์น้อย จากอิทธิพลของปรากฏการณ์ “เอลนีโญ”  กอรปกับปริมาณน้ำในเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ อยู่ในเกณฑ์น้อยมาก แต่ยังจำเป็นต้องใช้น้ำจากเขื่อนทั้ง 2 แห่ง ในการอุปโภค-บริโภค และรักษาระบบนิเวศน์ในลำน้ำอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ว่าในระยะนี้จะมีฝนตกลงบ้างในหลายพื้นที่ แต่ปริมาณน้ำที่ไหลลงอ่างฯยังอยู่ในเกณฑ์น้อย นอกจากนี้ ยังได้รับรายงานจากกรมอุตุนิยมวิทยาเพิ่มเติมอีกว่า ในช่วงกลางเดือนมิถุนายนถึงกลางเดือนกรกฎาคม 53 จะมีปริมาณฝนลดลงหรือที่เรียกว่าภาวะฝนทิ้งช่วง ซึ่งอาจจะส่งผลให้เกิดปัญหาการขาดแคลนน้ำได้ในช่วงระยะเวลาดังกล่าว จึงขอให้เกษตรกรในเขตลุ่มน้ำเจ้าพระยา ให้เลื่อนการทำนาปีออกไปก่อน รอจนกว่าฝนจะตกชุกลงมาเป็นปกติ หรือมีปริมาณน้ำท่าเพียงพอที่จะทำการเพาะปลูกได้ ในช่วงประมาณกลางเดือนกรกฎาคม 2553 เป็นต้นไป เพื่อมิให้เกิดผลเสียหายต่อข้าวนาปีอย่างไรก็ตาม หากสภาวะอากาศมีการเปลี่ยนแปลงไป หรือมีแนวโน้มว่าจะเกิดฝนตกชุกมากขึ้นในระยะต่อจากนี้ไป กระทรวงเกษตรฯ จะได้ออกประกาศให้มีการทำนาปีให้เร็วขึ้นทันทีต่อไปเช่นกัน

 

********************************

4  มิถุนายน  2553