เรื่องเล่าข่าวชลประทาน

ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำกรมชลประทาน   กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

โทร.สายด่วน 1460 / E- mail : wmsc.1460@gmail.com / http://water.rid.go.th/wmsc

----------------------------------------------------------------------

สถานการณ์น้ำฤดูแล้ง : ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำส่วนใหญ่ลดลงอย่างต่อเนื่อง

ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำกรมชลประทาน เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลาง (26 เม.ย. 53) มีปริมาณน้ำรวมกันทั้งสิ้น 38,534  ล้านลูกบาศก์เมตร(ลบ.ม.) คิดเป็นร้อยละ 52 ของความจุอ่างฯทั้งหมด โดยเขื่อนภูมิพล จ.ตาก มีปริมาตรน้ำในอ่างฯ  4,868  ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 36 ของความจุอ่างฯทั้งหมด เขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์ มีปริมาตรน้ำในอ่างฯ 3,636 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 38 ของความจุอ่างฯทั้งหมด สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำส่วนใหญ่ยังคงลดลงอย่างต่อเนื่อง

สำหรับแผนการจัดสรรน้ำทั่วประเทศ ที่วางแผนใช้น้ำจากอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลาง รวมกันจำนวน 20,720 ล้านลูกบาศก์เมตร ใช้ในกิจกรรมต่างๆตามลำดับดังนี้ เพื่อการอุปโภค-บริโภค 1,836 ล้านลูกบาศก์เมตร เพื่อการรักษาระบบนิเวศน์และอื่นๆ 5,539 ล้านลูกบาศก์เมตร เพื่อการเกษตรกรรม 13,176 ล้านลูกบาศก์เมตร และเพื่อการอุตสาหกรรม 169 ล้านลูกบาศก์เมตร ปัจจุบัน(26 เม.ย. 53) ทั่วประเทศมีการใช้น้ำไปแล้ว 22,008 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 106 ของแผนจัดสรรน้ำ หรือคิดเป็นปริมาณน้ำที่ใช้เกินแผนไปแล้ว 1,288 ล้านลูกบาศก์เมตร  

ทั้งนี้ เฉพาะในเขตลุ่มน้ำเจ้าพระยา ซึ่งใช้น้ำจากเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ รวมกันจำนวน 6,000 ล้านลูกบาศก์เมตร ร่วมกับการใช้น้ำจากเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน จำนวน 400 ล้านลูกบาศก์เมตร เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ อีกจำนวน 600 ล้านลูกบาศก์เมตร และผันน้ำจากลุ่มน้ำแม่กลองอีก 1,000 ล้านลูกบาศก์เมตร รวมเป็นปริมาณน้ำทั้งสิ้น 8,000 ล้านลูกบาศก์เมตร นั้น ล่าสุด(26 เม.ย. 53) มีการใช้น้ำไปแล้ว 10,142 ล้านลูกบาศก์เมตร เกินแผนที่วางไว้ 2,142 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 127 ของแผนการจัดสรรน้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยา

ทั้งนี้ แม้ว่ากรมชลประทาน จะได้ลดการใช้น้ำจากเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ลงเหลือวันละประมาณ 30 ล้านลูกบาศก์เมตร อย่างต่อเนื่องตลอดในช่วงเดือนเมษายนนี้ พร้อมทั้ง ได้แจ้งเตือนและทำความเข้าใจกับเกษตรกรในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาแล้วว่า ในปีนี้ไม่สามารถสนับสนุนน้ำสำหรับการทำนาปรังครั้งที่ 2 ได้เหมือนเช่นปีที่ผ่านๆมา เนื่องจากปริมาณน้ำต้นทุนที่มีอยู่อย่างจำกัด แต่จากการลงพื้นที่สำรวจพบว่า มีเกษตรกรปลูกข้าวนาปรังครั้งที่ 2 ไปแล้วกว่า 1.16 ล้านไร่ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพื้นที่นอกเขตชลประทาน มีความเสี่ยงสูงต่อการขาดแคลนน้ำ อย่างไรก็ตาม กรมชลประทาน ได้ให้โครงการชลประทานทุกโครงการทั่วประเทศ เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์การใช้น้ำในแต่ละพื้นที่อย่างใกล้ชิด พร้อมทั้ง หาแนวทางในการช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบกับปัญหาการขาดแคลนน้ำอีกทางหนึ่งด้วย

อนึ่ง กรมชลประทาน ได้เตรียมเครื่องสูบน้ำ เพื่อสนับสนุนการใช้น้ำในช่วงฤดูแล้งจำนวน 1,200 เครื่อง และรถยนต์บรรทุกน้ำอีกจำนวน 295 คัน ซึ่งกระจายอยู่ทั่วประเทศที่พร้อมจะเข้าไปช่วยเหลือ หากได้รับการร้องขอ ปัจจุบันได้ส่งเครื่องสูบน้ำเข้าไปช่วยเหลือทั่วประเทศแล้ว จำนวน 777 เครื่อง ในพื้นที่ 46 จังหวัด และรถยนต์บรรทุกน้ำ 29 คัน ในพื้นที่ 10 จังหวัด

********************************

26 เมษายน  2553

หมายเหตุ -  แผนการจัดสรรน้ำและการเพาะปลูกพืชในช่วงฤดูแล้ง จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน ถึง 30 เมษายน ของทุกปี