เรื่องเล่าข่าวชลประทาน

ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำกรมชลประทาน   กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

โทร.สายด่วน 1460 / E- mail : wmsc.1460@gmail.com / http://water.rid.go.th/wmsc

----------------------------------------------------------------------

สถานการณ์น้ำฤดูแล้ง : เตือนงดทำนาปรังครั้งที่ 2 หากยังดื้อทำเจอปัญหาขาดแคลนน้ำแน่นอน

ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำกรมชลประทาน เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลาง (30 มี.ค. 53) มีปริมาณน้ำรวมกันทั้งสิ้น 42,252  ล้านลูกบาศก์เมตร(ลบ.ม.) คิดเป็นร้อยละ 57 ของความจุอ่างฯทั้งหมด โดยเขื่อนภูมิพล จ.ตาก มีปริมาตรน้ำในอ่างฯ 5,513 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 41 ของความจุอ่างฯทั้งหมด เขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์ มีปริมาตรน้ำในอ่างฯ 3,932 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 41 ของความจุอ่างฯทั้งหมด สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำส่วนใหญ่ยังคงลดลงอย่างต่อเนื่อง

สำหรับแผนการจัดสรรน้ำทั่วประเทศ ที่วางแผนใช้น้ำจากอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลาง รวมกันจำนวน 20,720 ล้านลูกบาศก์เมตร ใช้ในกิจกรรมต่างๆตามลำดับดังนี้ เพื่อการอุปโภค-บริโภค 1,836 ล้านลูกบาศก์เมตร เพื่อการรักษาระบบนิเวศน์และอื่นๆ 5,539 ล้านลูกบาศก์เมตร เพื่อการเกษตรกรรม 13,176 ล้านลูกบาศก์เมตร และเพื่อการอุตสาหกรรม 169 ล้านลูกบาศก์เมตร ปัจจุบัน(30 มี.ค. 53) มีการใช้น้ำไปแล้ว 18,622 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 90 ของแผนจัดสรรน้ำ ยังเหลือปริมาณน้ำที่ใช้ได้ตามแผน 2,098 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 10

ทั้งนี้ เฉพาะในเขตลุ่มน้ำเจ้าพระยา ซึ่งใช้น้ำจากเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ รวมกันจำนวน 6,000 ล้านลูกบาศก์เมตร ร่วมกับการใช้น้ำจากเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน จำนวน 400 ล้านลูกบาศก์เมตร เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ อีกจำนวน 600 ล้านลูกบาศก์เมตร และผันน้ำจากลุ่มน้ำแม่กลองอีก 1,000 ล้านลูกบาศก์เมตร รวมเป็นปริมาณน้ำทั้งสิ้น 8,000 ล้านลูกบาศก์เมตร นั้น ล่าสุด(30 มี.ค. 53) มีการใช้น้ำไปแล้ว 8,824 ล้านลูกบาศก์เมตร เกินแผนที่วางไว้ 824 ล้านลูกบาศก์เมตร อย่างไรก็ตาม กรมชลประทาน ได้ปรับลดการใช้น้ำจากเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ลงแล้ว ตั้งแต่วันที่ 22 มี.ค. 53 เป็นต้นมา เพื่อสำรองน้ำไว้ใช้ในช่วงต้นฤดูฝนให้มากที่สุด ส่งผลให้ปริมาณน้ำในคลองส่งน้ำต่าง ๆ ในเขตลุ่มน้ำเจ้าพระยามีปริมาณน้ำลดลง ทั้งนี้ ยังคงยืนยันว่าปริมาณน้ำสำหรับการทำนาปรังครั้งที่ 2 นั้น กรมชลประทาน ไม่สามารถจะสนับสนุนได้ จึงขอให้พี่น้องเกษตรกรที่เก็บเกี่ยวนาปรังครั้งที่ 1 ไปแล้ว ให้งดทำนาปรังครั้งที่ 2 โดยขอให้อดใจรอไว้ทำนาปีจะได้ผลผลิตที่ดีกว่า เพราะหากทำนาปรังครั้งที่ 2 แนวโน้มที่จะเจอกับปัญหาการขาดแคลนน้ำในการทำนาอยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างสูงมาก

อนึ่ง กรมชลประทาน ได้เตรียมเครื่องสูบน้ำ เพื่อสนับสนุนการใช้น้ำในช่วงฤดูแล้งจำนวน 1,200 เครื่อง และรถยนต์บรรทุกน้ำอีกจำนวน 295 คัน ซึ่งกระจายอยู่ทั่วประเทศที่พร้อมจะเข้าไปช่วยเหลือ หากได้รับการร้องขอ ปัจจุบันได้ส่งเครื่องสูบน้ำเข้าไปช่วยเหลือทั่วประเทศแล้ว จำนวน 698 เครื่อง ในพื้นที่ 40 จังหวัด และรถยนต์บรรทุกน้ำ 12 คัน ในพื้นที่ 3 จังหวัด

 

********************************

30  มีนาคม  2553

หมายเหตุ -  แผนการจัดสรรน้ำและการเพาะปลูกพืชในช่วงฤดูแล้ง จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน ถึง 30 เมษายน ของทุกปี