เรื่องเล่าข่าวชลประทาน

ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำกรมชลประทาน   กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

โทร.สายด่วน 1460 / E- mail : wmsc.1460@gmail.com / http://water.rid.go.th/wmsc

----------------------------------------------------------------------

ลดการใช้น้ำจากเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ ชป.แจ้งจังหวัดเตือนเกษตรกรให้งดทำนาปรังรอบ 2

                        ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ตามที่กรมชลประทาน ได้วางแผนร่วมกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เพื่อบริหารจัดการน้ำจากเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ในฤดูแล้งปี 52/53 โดยปริมาณน้ำใช้การได้ของเขื่อนทั้งสองแห่ง ณ วันที่ 1 พฤศจิกายน 2552  มีปริมาณน้ำใช้การได้รวมกัน 8,720 ล้านลูกบาศก์เมตร และได้มีการวางแผนนำน้ำมาใช้จากเขื่อนทั้งสองแห่งเป็นจำนวนทั้งสิ้น 6,000 ล้านลูกบาศก์เมตร เริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2552 – 30 เมษายน 2553 ทั้งนี้ ปริมาณน้ำดังกล่าวสามารถสนับสนุนการทำนาปรังทั้งในเขตและนอกเขตชลประทานได้เพียงครั้งเดียว จำนวน 5.95 ล้านไร่ แต่ปัจจุบันกลับพบว่ามีการทำนาปรังไปแล้วรวม 8.53 ล้านไร่ เกินแผนที่วางไว้ 2.58 ล้านไร่ ส่งผลให้มีการใช้น้ำมากขึ้นและเกินแผนการใช้น้ำที่ได้กำหนดไว้

                ทั้งนี้ ล่าสุด(22 มี.ค. 53) มีการใช้น้ำจากเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ ไปแล้ว 6,348 ล้านลูกบาศก์เมตร มากกว่าแผนที่กำหนดไว้ 348 ล้านลูกบาศก์เมตร ในขณะที่ยังเหลือระยะเวลาที่จะต้องส่งน้ำในช่วงฤดูแล้งอีกประมาณ 5 สัปดาห์ ซึ่งกรมชลประทาน ได้ประชาสัมพันธ์และรณรงค์แจ้งเตือนเกษตรกรในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ให้งดทำนาปรังครั้งที่ 2 ตั้งแต่ต้นเดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นมาแล้ว นั้น

                ปัจจุบัน(22 มี.ค. 53) เขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ มีน้ำใช้การได้เหลืออยู่เพียง 3,129 ล้านลูกบาศก์เมตร ถือได้ว่าเป็นปริมาณน้ำที่ค่อนข้างน้อย และจากการติดตามตรวจสอบพื้นที่การเกษตร พบว่าเกษตรกรได้เริ่มเก็บเกี่ยวข้าวนาปรังครั้งที่ 1 ไปบ้างแล้ว  มีบางพื้นที่ที่ข้าวอยู่ในระยะตั้งท้อง และระยะออกรวง ซึ่งเป็นช่วงที่ข้าวจะใช้น้ำน้อย รอระยะเวลาเก็บเกี่ยวภายใน 15 วันเป็นจำนวนมาก ดังนั้น เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำสอดคล้องและเหมาะสมกับปริมาณน้ำที่มีอยู่อย่างจำกัด กรมชลประทาน จึงจำเป็นต้องลดการใช้น้ำจากเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ ตั้งแต่วันที่ 22 – 31 มีนาคม 2553 จากเดิมที่มีการใช้น้ำวันละ 52 ล้านลูกบาศก์เมตร เป็นวันละ 39 ล้านลูกบาศก์เมตร และในเดือนเมษายนนี้ จะลดเหลือวันละ 30 ล้านลูกบาศก์เมตร ลักษณะดังกล่าวจะส่งผลให้ปริมาณน้ำในคลองส่งน้ำสายต่างๆ ลดลงมาก และอาจจะทำให้เกิดปัญหาการแย่งน้ำขึ้นได้

                ดังนั้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาการขาดแคลนน้ำและการแย่งน้ำขึ้น กรมชลประทาน ได้ทำหนังสือแจ้งไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา คือ ตาก กำแพงเพชร สุโขทัย พิษณุโลก พิจิตร นครสวรรค์ ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง ลพบุรี สระบุรี สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี นครปฐม สมุทรปราการ สมุทรสาคร นครนายก ฉะเชิงเทรา และกรุงเทพมหานคร เพื่อให้แจ้งเตือนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งระดับอำเภอ และระดับตำบล ได้รับทราบ พร้อมกับแจ้งข้อมูลแผนลดการใช้น้ำดังกล่าว ให้เกษตรกรที่ทำนาปรังและกำลังเก็บเกี่ยวทราบด้วย เพื่อให้เกษตรกรงดทำนาปรังครั้งที่ 2 นอกจากนี้ ยังได้ให้โครงการชลประทานในพื้นที่วางแผนบริหารจัดการน้ำให้เป็นไปตามแผนที่ได้กำหนดไว้แล้วอย่างเคร่งครัด เพื่อให้มีปริมาณน้ำสำรองไว้ใช้ในช่วงต้นฤดูฝนที่จะถึงนี้ให้มากที่สุด และยังเป็นการลดความเสี่ยงต่อปัญหาการขาดแคลนน้ำที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในอนาคต 

******************************

23  มีนาคม 2553