เรื่องเล่าข่าวชลประทาน

ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำกรมชลประทาน   กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

โทร.สายด่วน 1460 / E- mail : wmsc.1460@gmail.com / http://water.rid.go.th/wmsc

----------------------------------------------------------------------

นาปรังฉุดไม่อยู่ หลายพื้นที่เตรียมหว่านกล้าปลูกรอบ 2 แล้ว แม้จะเตือนน้ำไม่พอก็ตาม

ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำกรมชลประทาน เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่(8 มี.ค. 53) มีปริมาตรน้ำรวมกันทั้งหมด 43,732  ล้านลูกบาศก์เมตร(ลบ.ม.) คิดเป็นร้อยละ 63 ของความจุอ่างฯทั้งหมด(69,595 ล้านลูกบาศก์เมตร) โดยเขื่อนภูมิพล จ.ตาก มีปริมาตรน้ำในอ่างฯ 6,260 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 46 ของความจุอ่างฯทั้งหมด เขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์ มีปริมาตรน้ำในอ่างฯ 4,265 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 45 ของความจุอ่างฯทั้งหมด เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน จ.พิษณุโลก มีปริมาตรน้ำในอ่างฯ 351 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 46 ของความจุอ่างฯทั้งหมด  สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำส่วนใหญ่ยังคงลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่ยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ

ในส่วนของการเพาะปลูกพืชฤดูแล้งปี 52/53 ในเขตชลประทานทั่วประเทศ นั้น ได้กำหนดพื้นที่เพาะปลูกพืชฤดูแล้งไว้ทั้งหมด 11.92 ล้านไร่ ปัจจุบัน(ณ 5 มี.ค. 53) มีการเพาะปลูกไปแล้ว 12.43 ล้านไร่ คิดเป็นร้อยละ 104 ของแผนการเพาะปลูกพืชฤดูแล้งทั้งหมด เฉพาะในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ได้กำหนดพื้นที่เพาะปลูกพืชฤดูแล้งไว้ทั้งสิ้น 5.54 ล้านไร่ ขณะนี้มีการเพาะปลูกไปแล้ว 6.30 ล้านไร่ คิดเป็นร้อยละ 114 ของแผนการเพาะปลูกพืชฤดูแล้งในลุ่มน้ำเจ้าพระยา

สำหรับแผนการจัดสรรน้ำในเขตลุ่มน้ำเจ้าพระยา ซึ่งใช้น้ำจากเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ รวมกันจำนวน 6,000 ล้านลูกบาศก์เมตร ร่วมกับการใช้น้ำจากเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน จำนวน 400 ล้านลูกบาศก์เมตร เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ อีกจำนวน 600 ล้านลูกบาศก์เมตร และผันน้ำจากลุ่มน้ำแม่กลองอีก 1,000 ล้านลูกบาศก์เมตร รวมเป็นปริมาณน้ำทั้งสิ้น 8,000 ล้านลูกบาศก์เมตร นั้น ปัจจุบัน(8 มี.ค. 53) มีการนำน้ำไปใช้แล้วจำนวน 7,462 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 93 ของแผนจัดสรรน้ำทั้งหมดในลุ่มน้ำเจ้าพระยา คงเหลือปริมาณน้ำที่สามารถจะนำมาใช้ได้ตามแผนการจัดสรรน้ำประมาณ 538 ล้านลูกบาศก์เมตร ทั้งที่ฤดูแล้งยังเหลือระยะเวลาอีกประมาณ  1 เดือนเศษ จึงมีแนวโน้มว่าการใช้น้ำอาจจะเกินแผนที่ได้กำหนดไว้

ทั้งนี้  จากการติดตามสถานการณ์การปลูกพืชฤดูแล้งอย่างต่อเนื่อง พบว่าเกษตรกรในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา เริ่มมีการหว่านกล้าเพื่อเตรียมทำนาปรังครั้งที่ 2 กันบ้างแล้ว แม้จะมีคำเตือนจากกรมชลประทาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถึงปริมาณน้ำที่จะจัดสรรให้ว่า จะไม่เพียงพอต่อการทำนาปรังครั้งที่ 2 ก็ตาม ปัจจุบันในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา มีการทำนาปรังเกินแผนไปแล้วกว่าร้อยละ 24  และคาดว่าการเพาะปลูกจะไม่หยุดอยู่เพียงเท่านี้ อย่างไรก็ตาม ขอให้เกษตรกรที่จะทำนาปรังครั้งที่ 2 พิจารณาถึงผลกระทบที่จะตามมาให้ดี เนื่องจากปริมาณน้ำที่จัดสรรให้ตามแผนใกล้จะหมดลงแล้วเช่นกัน ทั้งที่ยังเหลือระยะเวลาตามแผนการจัดสรรน้ำอีกกว่า 1 เดือนเศษๆ

อนึ่ง กรมชลประทาน ได้เตรียมเครื่องสูบน้ำ เพื่อสนับสนุนการใช้น้ำในช่วงฤดูแล้งจำนวน 1,200 เครื่อง และรถยนต์บรรทุกน้ำอีกจำนวน 295 คัน ซึ่งกระจายอยู่ทั่วประเทศที่พร้อมจะเข้าไปช่วยเหลือ หากได้รับการร้องขอ ปัจจุบันได้ส่งเครื่องสูบน้ำเข้าไปช่วยเหลือทั่วประเทศแล้ว จำนวน 669 เครื่อง ในพื้นที่ 39 จังหวัด และรถยนต์บรรทุกน้ำ 8 คัน ในพื้นที่ 2 จังหวัด

8  มีนาคม  2553

หมายเหตุ -  แผนการจัดสรรน้ำและการเพาะปลูกพืชในช่วงฤดูแล้ง จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน ถึง 30 เมษายน ของทุกปี