เรื่องเล่าข่าวชลประทาน

ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำกรมชลประทาน   กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

โทร.สายด่วน 1460 / E- mail : wmsc.1460@gmail.com / http://water.rid.go.th/wmsc

----------------------------------------------------------------------

สถานการณ์น้ำ : นาปรังส่อเค้าไม่มีหยุด เตือนอย่าเสี่ยงปลูกต่อเนื่อง น้ำเหลือน้อย

ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำกรมชลประทาน เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่(2 มี.ค. 53) มีปริมาตรน้ำรวมกันทั้งหมด 44,698  ล้านลูกบาศก์เมตร(ลบ.ม.) คิดเป็นร้อยละ 64 ของความจุอ่างฯทั้งหมด(69,595 ล้านลูกบาศก์เมตร) โดยเขื่อนภูมิพล จ.ตาก มีปริมาตรน้ำในอ่างฯ 6,476 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 48 ของความจุอ่างฯทั้งหมด เขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์ มีปริมาตรน้ำในอ่างฯ 4,378 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 46 ของความจุอ่างฯทั้งหมด เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน จ.พิษณุโลก มีปริมาตรน้ำในอ่างฯ 372 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 48 ของความจุอ่างฯทั้งหมด  สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำส่วนใหญ่ยังคงลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่ยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ

ในส่วนของการเพาะปลูกพืชฤดูแล้งปี 52/53 ในเขตชลประทานทั่วประเทศ นั้น ได้กำหนดพื้นที่เพาะปลูกพืชฤดูแล้งไว้ทั้งหมด 11.92 ล้านไร่ ปัจจุบัน(ณ 26 ก.พ. 53) มีการเพาะปลูกไปแล้ว 12.30 ล้านไร่ คิดเป็นร้อยละ 103 ของแผนการเพาะปลูกพืชฤดูแล้งทั้งหมด เฉพาะในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ได้กำหนดพื้นที่เพาะปลูกพืชฤดูแล้งไว้ทั้งสิ้น 5.54 ล้านไร่ ขณะนี้มีการเพาะปลูกไปแล้ว 6.27 ล้านไร่ คิดเป็นร้อยละ 113 ของแผนการเพาะปลูกพืชฤดูแล้งในลุ่มน้ำเจ้าพระยา

สำหรับแผนการจัดสรรน้ำในเขตลุ่มน้ำเจ้าพระยา ซึ่งใช้น้ำจากเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ รวมกันจำนวน 6,000 ล้านลูกบาศก์เมตร ร่วมกับการใช้น้ำจากเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน จำนวน 400 ล้านลูกบาศก์เมตร เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ อีกจำนวน 600 ล้านลูกบาศก์เมตร และผันน้ำจากลุ่มน้ำแม่กลองอีก 1,000 ล้านลูกบาศก์เมตร รวมเป็นปริมาณน้ำทั้งสิ้น 8,000 ล้านลูกบาศก์เมตร นั้น ปัจจุบัน(22 ก.พ. 53) มีการนำน้ำไปใช้แล้วจำนวน 7,002 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 88 ของแผนจัดสรรน้ำทั้งหมดในลุ่มน้ำเจ้าพระยา คงเหลือปริมาณน้ำที่สามารถจะนำมาใช้ได้ตามแผนการจัดสรรน้ำประมาณ 998 ล้านลูกบาศก์เมตร ทั้งที่ฤดูแล้งยังเหลือระยะเวลาอีก 2 เดือน หากการใช้น้ำไม่เป็นไปตามแผนที่วางไว้ จะส่งผลให้เกิดปัญหาการขาดแคลนน้ำอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ทั้งนี้  จากการติดตามสถานการณ์การปลูกพืชฤดูแล้งปีนี้ พบว่าเกษตรกรในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา มีแนวโน้มที่จะทำนาปรังอย่างต่อเนื่อง หลังจากเก็บเกี่ยวนาปรังครั้งแรกเสร็จแล้ว ซึ่งจะส่งผลให้มีการใช้น้ำเพิ่มขึ้น และจะกระทบต่อแผนการใช้น้ำที่วางไว้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ปัจจุบันในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา มีการทำนาปรังเกินแผนไปแล้วกว่าร้อยละ 17  แม้ว่ากรมชลประทาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะรณรงค์แจ้งเตือนเกษตรกรถึงผลกระทบที่จะตามมาหากมีการทำนาปรังครั้งที่ 2 แล้วก็ตาม นอกจากนี้ ยังมีแนวโน้มว่าในช่วงต้นฤดูฝนของปีนี้ ฝนจะตกในเกณฑ์น้อย จึงต้องมีการสำรองน้ำไว้ใช้ทำนาปีในช่วงต้นฤดูฝนด้วย ดังนั้น เพื่อลดปัญหาการขาดแคลนน้ำ ขอให้เกษตรกรหันไปปลูกพืชใช้น้ำน้อยทดแทนการทำปรังอย่างต่อเนื่องจะเป็นการดีที่สุด

อนึ่ง กรมชลประทาน ได้เตรียมเครื่องสูบน้ำ เพื่อสนับสนุนการใช้น้ำในช่วงฤดูแล้งจำนวน 1,200 เครื่อง และรถยนต์บรรทุกน้ำอีกจำนวน 295 คัน ซึ่งกระจายอยู่ทั่วประเทศที่พร้อมจะเข้าไปช่วยเหลือ หากได้รับการร้องขอ ปัจจุบันได้ส่งเครื่องสูบน้ำเข้าไปช่วยเหลือทั่วประเทศแล้ว จำนวน 642 เครื่อง ในพื้นที่ 40 จังหวัด และรถยนต์บรรทุกน้ำ 8 คัน ในพื้นที่ 2 จังหวัด

2  มีนาคม  2553

หมายเหตุ -  แผนการจัดสรรน้ำและการเพาะปลูกพืชในช่วงฤดูแล้ง จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน ถึง 30 เมษายน ของทุกปี