เรื่องเล่าข่าวชลประทาน

ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำกรมชลประทาน   กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

โทร.สายด่วน 1460 / E- mail : wmsc.1460@gmail.com / http://water.rid.go.th/wmsc

----------------------------------------------------------------------

สถานการณ์น้ำ : นาปรังเจ้าพระยาปลูกเกินเป้าแล้วร้อยละ 13 เตือนอย่าเสี่ยงปลูกเพิ่มต่อเนื่อง อาจขาดน้ำได้

ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำกรมชลประทาน เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่(22 ก.พ. 53) มีปริมาตรน้ำรวมกันทั้งหมด 45,936  ล้านลูกบาศก์เมตร(ลบ.ม.) คิดเป็นร้อยละ 66 ของความจุอ่างฯทั้งหมด(69,595 ล้านลูกบาศก์เมตร) โดยเขื่อนภูมิพล จ.ตาก มีปริมาตรน้ำในอ่างฯ 6,800 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 51 ของความจุอ่างฯทั้งหมด เขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์ มีปริมาตรน้ำในอ่างฯ 4,538 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 48 ของความจุอ่างฯทั้งหมด เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน จ.พิษณุโลก มีปริมาตรน้ำในอ่างฯ 401 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 52 ของความจุอ่างฯทั้งหมด  สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำส่วนใหญ่ยังคงลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่ยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ

ในส่วนของการเพาะปลูกพืชฤดูแล้งปี 52/53 ในเขตชลประทานทั่วประเทศ นั้น ได้กำหนดพื้นที่เพาะปลูกพืชฤดูแล้งไว้ทั้งหมด 11.92 ล้านไร่ ปัจจุบัน(ณ 19 ก.พ. 53) มีการเพาะปลูกไปแล้ว 11.84 ล้านไร่ คิดเป็นร้อยละ 99 ของแผนการเพาะปลูกพืชฤดูแล้งทั้งหมด เฉพาะในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ได้กำหนดพื้นที่เพาะปลูกพืชฤดูแล้งไว้ทั้งสิ้น 5.54 ล้านไร่ ขณะนี้มีการเพาะปลูกไปแล้ว 6.08 ล้านไร่ คิดเป็นร้อยละ 110 ของแผนการเพาะปลูกพืชฤดูแล้งในลุ่มน้ำเจ้าพระยา

สำหรับแผนการจัดสรรน้ำในเขตลุ่มน้ำเจ้าพระยา ซึ่งใช้น้ำจากเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ รวมกันจำนวน 6,000 ล้านลูกบาศก์เมตร ร่วมกับการใช้น้ำจากเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน จำนวน 400 ล้านลูกบาศก์เมตร เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ อีกจำนวน 600 ล้านลูกบาศก์เมตร และผันน้ำจากลุ่มน้ำแม่กลองอีก 1,000 ล้านลูกบาศก์เมตร รวมเป็นปริมาณน้ำทั้งสิ้น 8,000 ล้านลูกบาศก์เมตร นั้น ปัจจุบัน(22 ก.พ. 53) มีการนำน้ำไปใช้แล้วจำนวน 6,393 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 80 ของแผนจัดสรรน้ำทั้งหมดในลุ่มน้ำเจ้าพระยา คงเหลือปริมาณน้ำที่สามารถจะนำมาใช้ได้ตามแผนการจัดสรรน้ำประมาณ 1,607 ล้านลูกบาศก์เมตร ทั้งที่ฤดูแล้งยังเหลือระยะเวลาอีกกว่า 2 เดือนเศษ หากการใช้น้ำไม่เป็นไปตามแผนที่วางไว้ จะส่งผลให้เกิดปัญหาการขาดแคลนน้ำอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ทั้งนี้  ในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา มีการทำนาปรังเกินแผนไปแล้วกว่าร้อยละ 13 และมีแนวโน้มว่าจะมีการทำนาปรังครั้งที่ 2 อย่างต่อเนื่องเพิ่มขึ้นอีก ซึ่งผลกระทบที่จะตามมาก็คือ ปัญหาการขาดแคลนน้ำและความขัดแย้งเรื่องน้ำที่จะเกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และเกษตรกรเองจะได้รับผลกระทบโดยตรงจากปัญหาดังกล่าวนี้ ฉะนั้น จึงขอให้งดทำนาปรังครั้งที่ 2 หรือหันไปปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อยแทน  อีกทั้ง ขอให้ช่วยกันประหยัดน้ำอย่างจริงจัง เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการขาดแคลนน้ำ และเพื่อให้มีน้ำสำรองไว้ใช้สำหรับทำนาปีในช่วงต้นฤดูฝนของปีนี้ด้วย 

อนึ่ง กรมชลประทาน ได้เตรียมเครื่องสูบน้ำ เพื่อสนับสนุนการใช้น้ำในช่วงฤดูแล้งจำนวน 1,200 เครื่อง และรถยนต์บรรทุกน้ำอีกจำนวน 295 คัน ซึ่งกระจายอยู่ทั่วประเทศที่พร้อมจะเข้าไปช่วยเหลือ หากได้รับการร้องขอ ปัจจุบันได้ส่งเครื่องสูบน้ำเข้าไปช่วยเหลือทั่วประเทศแล้ว จำนวน 575 เครื่อง ในพื้นที่ 36 จังหวัดทั่วประเทศ และรถยนต์บรรทุกน้ำ 6 คัน ในพื้นที่ 2 จังหวัด

22  กุมภาพันธ์  2553

หมายเหตุ -  แผนการจัดสรรน้ำและการเพาะปลูกพืชในช่วงฤดูแล้ง จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน ถึง 30 เมษายน ของทุกปี