เรื่องเล่าข่าวชลประทาน

ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำกรมชลประทาน   กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

โทร.สายด่วน 1460 / E- mail : wmsc.1460@gmail.com / http://water.rid.go.th/wmsc

----------------------------------------------------------------------

สถานการณ์น้ำ : เขื่อนแควน้อยฯ ปีแรกแห่งการส่งน้ำช่วยลดปัญหาภัยแล้งพิษณุโลกและเจ้าพระยาตอนล่าง

ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำกรมชลประทาน เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่(18 ก.พ. 53) มีปริมาตรน้ำรวมกันทั้งหมด 46,498  ล้านลูกบาศก์เมตร(ลบ.ม.) คิดเป็นร้อยละ 67 ของความจุอ่างฯทั้งหมด(69,595 ล้านลูกบาศก์เมตร) โดยเขื่อนภูมิพล จ.ตาก มีปริมาตรน้ำในอ่างฯ 6,935 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 52 ของความจุอ่างฯทั้งหมด เขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์ มีปริมาตรน้ำในอ่างฯ 4,625 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 49 ของความจุอ่างฯทั้งหมด เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน จ.พิษณุโลก มีปริมาตรน้ำในอ่างฯ 410 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 53 ของความจุอ่างฯทั้งหมด  สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำส่วนใหญ่ลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่ยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ

ในส่วนของการเพาะปลูกพืชฤดูแล้งปี 52/53 ในเขตชลประทานทั่วประเทศ นั้น ได้กำหนดพื้นที่เพาะปลูกพืชฤดูแล้งไว้ทั้งหมด 11.92 ล้านไร่ ปัจจุบัน(ณ 12 ก.พ. 53) มีการเพาะปลูกไปแล้ว 11.51 ล้านไร่ คิดเป็นร้อยละ 97 ของแผนการเพาะปลูกพืชฤดูแล้งทั้งหมด เฉพาะในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ได้กำหนดพื้นที่เพาะปลูกพืชฤดูแล้งไว้ทั้งสิ้น 5.54 ล้านไร่ ขณะนี้มีการเพาะปลูกไปแล้ว 5.96 ล้านไร่ คิดเป็นร้อยละ 108 ของแผนการเพาะปลูกพืชฤดูแล้งในลุ่มน้ำเจ้าพระยา

สำหรับแผนการจัดสรรน้ำในเขตลุ่มน้ำเจ้าพระยา ซึ่งใช้น้ำจากเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ รวมกันจำนวน 6,000 ล้านลูกบาศก์เมตร ร่วมกับการใช้น้ำจากเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน จำนวน 400 ล้านลูกบาศก์เมตร เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ อีกจำนวน 600 ล้านลูกบาศก์เมตร และผันน้ำจากลุ่มน้ำแม่กลองอีก 1,000 ล้านลูกบาศก์เมตร รวมเป็นปริมาณน้ำทั้งสิ้น 8,000 ล้านลูกบาศก์เมตร นั้น ปัจจุบัน(18 ก.พ. 53) มีการนำน้ำไปใช้แล้วจำนวน 6,111 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 76 ของแผนจัดสรรน้ำทั้งหมดในลุ่มน้ำเจ้าพระยา คงเหลือปริมาณน้ำที่สามารถจะนำมาใช้ได้ตามแผนการจัดสรรน้ำประมาณ 1,889 ล้านลูกบาศก์เมตร ทั้งที่ฤดูแล้งยังเหลือระยะเวลาอีกกว่า 2 เดือนเศษ หากการใช้น้ำไม่เป็นไปตามแผนที่วางไว้ จะส่งผลให้เกิดปัญหาการขาดแคลนน้ำอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ทั้งนี้ เป็นที่ทราบกันดีว่า ในช่วงฤดูแล้งของทุกปีที่ผ่านมา ในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาจะใช้น้ำจากเขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เป็นหลัก และเนื่องจากปีนี้ปริมาณน้ำต้นทุนในเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ ลดน้อยลงกว่าปีที่ผ่านๆมาค่อนข้างมาก จึงนับได้ว่าเป็นความโชคดีของคนไทยที่เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ สามารถเก็บกักน้ำและส่งน้ำได้เป็นปีแรก เพื่อสนับสนุนการใช้น้ำในช่วงฤดูแล้ง ทั้งในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลกและพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง คิดเป็นปริมาณน้ำกว่า 400 ล้านลูกบาศก์เมตร ชดเชยปริมาณน้ำที่ขาดหายไปจากเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ได้มากพอสมควร แต่อย่างไรก็ตาม ในภาพรวมปริมาณน้ำต้นทุนของปีนี้ก็ยังน้อยกว่าปี 51 จึงต้องช่วยกันประหยัดน้ำ และขอให้งดทำนาปรังครั้งที่ 2 เพื่อลดปัญหาการขาดแคลนน้ำและความขัดแย้งเรื่องน้ำที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในอนาคต

อนึ่ง กรมชลประทาน ได้เตรียมเครื่องสูบน้ำ เพื่อสนับสนุนการใช้น้ำในช่วงฤดูแล้งจำนวน 1,200 เครื่อง และรถยนต์บรรทุกน้ำอีกจำนวน 295 คัน ซึ่งกระจายอยู่ทั่วประเทศที่พร้อมจะเข้าไปช่วยเหลือ หากได้รับการร้องขอ ปัจจุบันได้ส่งเครื่องสูบน้ำเข้าไปช่วยเหลือทั่วประเทศแล้ว จำนวน 575 เครื่อง ในพื้นที่ 36 จังหวัดทั่วประเทศ

18  กุมภาพันธ์  2553

หมายเหตุ -  แผนการจัดสรรน้ำและการเพาะปลูกพืชในช่วงฤดูแล้ง จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน ถึง 30 เมษายน ของทุกปี