เรื่องเด่นข่าวชลประทาน

ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำ  กรมชลประทาน   กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

โทร. 0 2669 2560 / E- mail : wmsc.1460@gmail.com / http://water.rid.go.th/wmsc

----------------------------------------------------------------------

อธิบดีกรมชลฯ ย้ำเตือนต้องใช้น้ำอย่างประหยัด อย่าทำนาปรังเพิ่ม

นายชลิต ดำรงศักดิ์ อธิบดีกรมชลประทาน ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนท้องถิ่น ที่สำนักชลประทานที่ 8 จังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันที่ 30 ม.ค. 53 ก่อนเข้าประชุมผู้บริหารกรมชลประทานสัญจร โดยได้เน้นย้ำการใช้น้ำอย่างประหยัดว่า ตามรอบของฤดูแล้งที่เริ่มนับมาตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. 52 นั้น ขณะนั้นปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลาง จำนวน 400 กว่าแห่ง มีปริมาตรน้ำใช้การได้รวมกันประมาณ 34,000  ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งปริมาณน้ำนี้ได้นำไปใช้ในการวางแผนการจัดสรรน้ำในช่วงฤดูแล้งปี 52/53 ประมาณ 20,700 ล้านลูกบาศก์เมตร ส่วนที่เหลืออีกประมาณ 14,000 ล้านลูกบาศก์เมตร จะกันไว้สำหรับใช้ในช่วงต้นฤดูฝนปีหน้า

ทั้งนี้ ในส่วนของปริมาณน้ำที่ได้จัดสรรไว้ 20,700 ล้านลูกบาศก์เมตร นั้น จะนำไปใช้สำหรับการอุปโภค-บริโภคก่อน ตามด้วยระบบนิเวศวิทยา การเกษตร การอุตสาหกรรมและอื่นๆ เป็นลำดับ โดยในส่วนของภาคการเกษตร ได้จัดสรรน้ำไว้ประมาณ 13,000 ล้านลูกบาศก์เมตร แต่เนื่องจากปีนี้ปริมาณน้ำที่เก็บกักได้ในเขื่อนขนาดใหญ่และขนาดกลาง มีปริมาณน้ำน้อยกว่าปีที่ผ่านมาประมาณ 1,000 ล้านลูกบาศก์เมตร จึงได้กำหนดแผนการปลูกพืชฤดูแล้งไว้ 15.9 ล้านไร่ อย่างไรก็ตาม ยังมีความเป็นห่วงในส่วนของภาคการเกษตร เนื่องจากคาดการณ์ว่าพืชผลการเกษตรจะมีราคาดีขึ้น ทำให้เกษตรกรอยากปลูกเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะข้าวนาปรัง ทำให้ต้องกำหนดเงื่อนไขว่า ขอให้ทำนาปรังเพียงครั้งเดียว ส่วนครั้งที่ 2 ขอให้งดหรือหันไปปลูกพืชใช้น้ำน้อยแทน เพราะถ้าไม่ร่วมมือกันประหยัดน้ำ จะส่งผลให้เกิดปัญหาการขาดแคลนน้ำได้

อธิบดีกรมชลประทาน ได้กล่าวทิ้งท้ายว่า ปัจจุบันได้มีการประเมินสถานการณ์น้ำแล้ว พบว่ายังอยู่ในวิสัยที่พอจะควบคุมให้เป็นไปตามแผนการใช้น้ำได้ แต่ต้องเฝ้าระมัดระวังอย่างมาก ทั้งนี้ ยังยืนยันเหมือนเดิมว่า ขอความร่วมมือให้เกษตรกรงดทำนาปรังครั้งที่ 2 เพื่อให้ปริมาณน้ำที่มีอยู่ สามารถจัดสรรได้อย่างเพียงพอและไม่เกิดปัญหาการขาดแคลนน้ำในอนาคต

ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำ กรมชลประทาน เปิดเผยถึงผลการเพาะปลูกพืชฤดูแล้งปี 52/53 ในเขตพื้นที่ชลประทานทั่วประเทศว่า หลังจากที่ได้กำหนดพื้นที่เพาะปลูกพืชฤดูแล้งไว้รวมกันทั้งหมด 11.92 ล้านไร่ ปัจจุบัน(ณ 29  ม.ค. 53) มีการเพาะปลูกไปแล้ว 10.56 ล้านไร่ คิดเป็นร้อยละ 89 ของแผนการเพาะปลูกพืชฤดูแล้งทั้งหมด เฉพาะในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ได้กำหนดพื้นที่เป้าหมายในการเพาะปลูกพืชฤดูแล้งไว้ 5.54 ล้านไร่ ขณะนี้ได้มีการเพาะปลูกไปแล้ว 5.64 ล้านไร่ คิดเป็นร้อยละ 102 ของแผนการเพาะปลูกพืชฤดูแล้งในลุ่มน้ำเจ้าพระยา

สำหรับแผนการจัดสรรน้ำในเขตลุ่มน้ำเจ้าพระยา ซึ่งวางแผนการใช้น้ำจากเขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยฯ เขื่อนป่าสักฯ และการผันน้ำจากลุ่มน้ำแม่กลองอีกส่วนหนึ่ง รวมกันเป็นจำนวน 8,000 ล้านลูกบาศก์เมตร นั้น ปัจจุบัน(2 ก.พ.53) มีการใช้น้ำไปแล้ว 5,007 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 63 ของแผนจัดสรรน้ำทั้งหมดในลุ่มน้ำเจ้าพระยา คงเหลือปริมาณน้ำที่จะนำมาใช้ได้ตามแผนการจัดสรรน้ำตลอดช่วงฤดูแล้งที่เหลืออีกประมาณ 3 เดือน จำนวน 2,993 ล้านลูกบาศก์ หากการใช้น้ำไม่เป็นไปตามแผนที่วางไว้จะส่งผลให้เกิดความเสี่ยงต่อการขาดแคลนน้ำได้ในอนาคต

2  กุมภาพันธ์  2553

หมายเหตุ -  แผนการจัดสรรน้ำและการเพาะปลูกพืชในช่วงฤดูแล้ง จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน ถึง 30 เมษายน ของทุกปี