เรื่องเด่นข่าวชลประทาน

ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำ  กรมชลประทาน   กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

โทร. 0 2669 2560 / E- mail : wmsc.1460@gmail.com / http://water.rid.go.th/wmsc

----------------------------------------------------------------------

กรมชลฯแถลงข่าว “ฝ่าวิกฤตภัยแล้งปี 2553”  เตือนต้องใช้น้ำอย่างประหยัดและงดทำนาปรังครั้งที่ 2

วันนี้(28 ม.ค. 53) กรมชลประทาน จัดแถลงข่าวสถานการณ์น้ำในช่วงฤดูแล้ง เตือนทุกภาคส่วนให้ร่วมมือกันใช้น้ำอย่างประหยัด เพื่อลดปัญหาการขาดแคลนน้ำและความขัดแย้งเรื่องน้ำที่มีแนวโน้มจะเกิดขึ้นได้ในอนาคต

นายชลิต ดำรงศักดิ์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลาง(27 ม.ค. 53) มีปริมาตรน้ำรวมกันทั้งหมด 51,987 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 71 ของความจุอ่างฯทั้งหมด(73,555 ล้านลูกบาศก์เมตร)  ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่ส่วนใหญ่ยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ

สำหรับการเพาะปลูกพืชฤดูแล้งปี 52/53 ในเขตพื้นที่ชลประทานทั่วประเทศ นั้น ได้กำหนดพื้นที่เพาะปลูกพืชฤดูแล้งไว้รวมกันทั้งหมด 15.92 ล้านไร่ ปัจจุบัน(ณ 22  ม.ค. 53) มีการเพาะปลูกไปแล้ว 11.72 ล้านไร่ คิดเป็นร้อยละ 83 ของแผนการเพาะปลูกพืชฤดูแล้งทั้งหมด เฉพาะในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ได้กำหนดพื้นที่เป้าหมายในการเพาะปลูกพืชฤดูแล้งไว้ 7.40 ล้านไร่ ขณะนี้ได้มีการเพาะปลูกไปแล้ว 6.15 ล้านไร่ คิดเป็นร้อยละ 83 ของแผนการเพาะปลูกพืชฤดูแล้งในลุ่มน้ำเจ้าพระยา

ในส่วนของปริมาณน้ำต้นทุนที่เก็บกักได้ในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั้งประเทศ ณ วันที่ 1 พ.ย. 52 มีปริมาณน้ำรวมกันทั้งหมด 58,726 ล้านลูกบาศก์เมตร น้อยกว่าปี 51 (59,640 ล้านลูกบาศก์เมตร) ประมาณ 900 ล้านลูกบาศก์เมตร กรมชลประทาน ได้วางแผนการจัดสรรน้ำในเขตพื้นที่ชลประทานทั้งประเทศ เป็นจำนวนทั้งสิ้น 20,720 ล้านลูกบาศก์เมตร  ปัจจุบัน(27 ม.ค. 53) มีการใช้น้ำไปแล้ว 9,650 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 47 ของแผนจัดสรรน้ำทั้งประเทศ คงเหลือปริมาณน้ำที่จะนำมาใช้ได้ตามแผนอีกประมาณ 11,070 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ   53 ของแผนการจัดสรรน้ำทั้งประเทศ เฉพาะในเขตลุ่มน้ำเจ้าพระยา ได้วางแผนการใช้น้ำจากเขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยฯ เขื่อนป่าสักฯ และการผันน้ำจากลุ่มน้ำแม่กลองอีกส่วนหนึ่ง รวมกันเป็นจำนวน 8,000 ล้านลูกบาศก์เมตร ปัจจุบัน(27 ม.ค. 53) มีการใช้น้ำไปแล้ว 4,610 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 58 ของแผนจัดสรรน้ำทั้งหมดในลุ่มน้ำเจ้าพระยา คงเหลือปริมาณน้ำที่จะนำมาใช้ได้ตามแผนการจัดสรรน้ำตลอดช่วงฤดูแล้งที่เหลืออีกประมาณ 3 เดือน จำนวน 3,390 ล้านลูกบาศก์เมตร

ทั้งนี้ อ่างเก็บน้ำที่มีปริมาณน้ำอยู่ในเกณฑ์น้อย ได้แก่ เขื่อนแม่กวงฯ เขื่อนห้วยหลวง และเขื่อนลำพระเพลิง นั้น กรมชลประทาน ได้ประชุมทำความเข้าใจกับกลุ่มผู้ใช้น้ำ เพื่อให้งดทำการเพาะปลูกข้าวนาปรัง พร้อมทั้งขอความร่วมมือให้ช่วยกันประหยัดน้ำต่อไปแล้ว ซึ่งได้รับความร่วมมือจากกลุ่มผู้ใช้น้ำและเกษตรกรในพื้นที่เป็นอย่างดี

อนึ่ง เนื่องจากปี 52 ที่ผ่านมา เขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ เก็บกักน้ำรวมกันได้น้อยกว่าปี 51 ประมาณ 2,000 ล้านลูกบาศก์เมตร ส่งผลให้การจัดสรรน้ำและการกำหนดพื้นที่เพาะปลูกพืชฤดูแล้งในส่วนของลุ่มน้ำเจ้าพระยาลดน้อยลง ทั้งนี้จะเน้นการใช้น้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภค การรักษาระบบนิเวศน์ในลำน้ำ เป็นหลัก จึงต้องขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วนให้ช่วยกันประหยัดน้ำอย่างจริงจัง โดยเฉพาะเกษตรกรผู้ทำนาปรัง หากยังทำนาปรังต่อเนื่องเต็มพื้นที่เหมือนเช่นปีที่ผ่านมา จะทำให้ต้องใช้น้ำเพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลต่อปริมาณน้ำต้นทุนที่มีอยู่ลดน้อยลงตามไปด้วย และจะทำให้เกิดปัญหาการขาดแคลนน้ำอย่างแน่นอนในอนาคต ดังนั้น เกษตรกรจึงควรงดทำนาปรังครั้งที่ 2 หรือหันไปปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อยแทน เพื่อให้การใช้น้ำเป็นไปตามแผนการจัดสรรน้ำที่วางไว้

28  มกราคม  2553

หมายเหตุ -  แผนการจัดสรรน้ำและการเพาะปลูกพืชในช่วงฤดูแล้ง จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน ถึง 30 เมษายน ของทุกปี