เรื่องเล่าข่าวชลประทาน

ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำกรมชลประทาน   กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

โทร.สายด่วน 1460 / E- mail : wmsc.1460@gmail.com / http://water.rid.go.th/wmsc

----------------------------------------------------------------------

น้ำในอ่างฯลดลงต่อเนื่อง เตือนให้ช่วยกันประหยัดอย่างจริงจัง ลดเสี่ยงขาดน้ำได้ในอนาคต

ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำกรมชลประทาน เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่(22 ม.ค. 53) มีปริมาตรน้ำรวมกันทั้งหมด 49,746  ล้านลูกบาศก์เมตร(ลบ.ม.) คิดเป็นร้อยละ 71 ของความจุอ่างฯทั้งหมด(69,595 ล้านลูกบาศก์เมตร) โดยเขื่อนภูมิพล จ.ตาก มีปริมาตรน้ำในอ่างฯ 7,911 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 59 ของความจุอ่างฯทั้งหมด เขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์ มีปริมาตรน้ำในอ่างฯ 5,072 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 53 ของความจุอ่างฯทั้งหมด เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน จ.พิษณุโลก มีปริมาตรน้ำในอ่างฯ 474 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 62 ของความจุอ่างฯทั้งหมด  สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำส่วนใหญ่ลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่ยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ

ในส่วนของการเพาะปลูกพืชฤดูแล้งปี 52/53 ในเขตชลประทานทั่วประเทศนั้น ได้มีการกำหนดพื้นที่เพาะปลูกพืชฤดูแล้งไว้รวมกันทั้งหมด 11.92 ล้านไร่ ปัจจุบัน(ณ 22 ม.ค. 53) มีการเพาะปลูกไปแล้ว 9.92 ล้านไร่ คิดเป็นร้อยละ 83 ของแผนการเพาะปลูกพืชฤดูแล้งทั้งหมด เฉพาะในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ได้มีการกำหนดพื้นที่เป้าหมายในการเพาะปลูกพืชฤดูแล้งไว้ทั้งสิ้น 5.54 ล้านไร่ ขณะนี้ได้มีการเพาะปลูกไปแล้ว 5.39 ล้านไร่ คิดเป็นร้อยละ 97 ของแผนการเพาะปลูกพืชฤดูแล้งในลุ่มน้ำเจ้าพระยา

สำหรับแผนการจัดสรรน้ำในเขตลุ่มน้ำเจ้าพระยา ซึ่งใช้น้ำจากเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ รวมกันจำนวน 6,000 ล้านลูกบาศก์เมตร ร่วมกับการใช้น้ำจากเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน จำนวน 400 ล้านลูกบาศก์เมตร เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ อีกจำนวน 600 ล้านลูกบาศก์เมตร และผันน้ำจากลุ่มน้ำแม่กลองอีก 1,000 ล้านลูกบาศก์เมตร รวมเป็นปริมาณน้ำทั้งสิ้น 8,000 ล้านลูกบาศก์เมตร นั้น ปัจจุบัน(22 ม.ค. 53) มีการนำน้ำไปใช้แล้วจำนวน 4,310 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 54 ของแผนจัดสรรน้ำทั้งหมดในลุ่มน้ำเจ้าพระยา คงเหลือปริมาณน้ำที่สามารถจะนำมาใช้ได้ตามแผนการจัดสรรน้ำประมาณ 3,600 ล้านลูกบาศก์เมตร ทั้งที่ฤดูแล้งยังเหลือเวลาอีกกว่า 3 เดือน หากการใช้น้ำไม่เป็นไปตามแผนที่วางไว้จะส่งผลให้เกิดความเสี่ยงต่อการขาดแคลนน้ำในอนาคตได้

ทั้งนี้ กรมชลประทาน ยังคงรณรงค์สร้างความเข้าใจกับประชาชนและเกษตรกรทั้งในเขตและนอกเขตชลประทาน ถึงขีดจำกัดของปริมาณน้ำที่มีอยู่ในแต่ละพื้นที่ว่า มีปริมาณน้ำต้นทุนที่จะใช้ในช่วงฤดูแล้งนี้มากน้อยเพียงใด แม้ว่าจะสามารถจัดสรรน้ำให้ได้ตามแผนการใช้น้ำที่มีอยู่ก็ตาม แต่หากยังไม่ช่วยกันประหยัดและมีการใช้น้ำเกินแผนที่ได้กำหนดไว้ ปัญหาการขาดแคลนน้ำในอนาคตจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ดังนั้น จึงขอความร่วมมือจากเกษตรกรให้ช่วยกันใช้น้ำอย่างประหยัด และขอให้ทำนาปรังเพียงครั้งเดียว หรือหันไปปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อยแทนการทำนาปรังครั้งที่ 2 เพื่อให้การจัดสรรน้ำเป็นไปตามแผนที่ได้กำหนดไว้ 

อนึ่ง กรมชลประทาน ยังได้เตรียมเครื่องสูบน้ำ เพื่อสนับสนุนการใช้น้ำในช่วงฤดูแล้งจำนวน 1,200 เครื่อง และรถยนต์บรรทุกน้ำอีกจำนวน 295 คัน ซึ่งกระจายอยู่ทั่วประเทศที่พร้อมจะเข้าไปช่วยเหลือ หากได้รับการร้องขอ ปัจจุบันได้ส่งเครื่องสูบน้ำเข้าไปช่วยเหลือทั่วประเทศแล้ว จำนวน 375 เครื่อง

22            มกราคม  2553

หมายเหตุ -  แผนการจัดสรรน้ำและการเพาะปลูกพืชในช่วงฤดูแล้ง จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน ถึง 30 เมษายน ของทุกปี