เรื่องเล่าข่าวชลประทาน

ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำกรมชลประทาน   กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

โทร.สายด่วน 1460 / E-mail : wmsc.1460@gmail.com / http://water.rid.go.th/wmsc

----------------------------------------------------------------------------------

สถานการณ์น้ำและผลการเพาะปลูกพืชฤดูแล้ง : ยังคงเน้นย้ำให้ประหยัดน้ำและทำนาปรังเพียงครั้งเดียว

 

 

ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำกรมชลประทาน เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่(4 ม.ค. 53) มีปริมาตรน้ำรวมกันทั้งหมด 51,534 ล้านลูกบาศก์เมตร(ลบ.ม.) คิดเป็นร้อยละ 74 ของความจุอ่างฯทั้งหมด(69,595 ล้านลูกบาศก์เมตร) โดยเขื่อนภูมิพล จ.ตาก มีปริมาตรน้ำในอ่างฯ 8,440 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 63 ของความจุอ่างฯทั้งหมด เขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์ มีปริมาตรน้ำในอ่างฯ 5,345 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 56 ของความจุอ่างฯทั้งหมด เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน จ.พิษณุโลก มีปริมาตรน้ำในอ่างฯ 525 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 68 ของความจุอ่างฯทั้งหมด  สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำ ในพื้นที่ภาคเหนือ ส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์ปกติ

ในส่วนของการเพาะปลูกพืชฤดูแล้งปี 52/53 ในเขตชลประทานทั่วประเทศนั้น ได้มีการกำหนดพื้นที่เพาะปลูกพืชฤดูแล้งไว้รวมกันทั้งหมด 11.92 ล้านไร่ ล่าสุด(ณ 25 ธ.ค.52) มีการเพาะปลูกไปแล้ว 6.97 ล้านไร่ แยกเป็นพื้นที่ปลูกข้าวนาปรัง 3.09 ล้านไร่ พื้นที่เพาะปลูกพืชไร่-พืชผัก 0.10 ล้านไร่ และอื่นๆ อีกประมาณ 3.78 ล้านไร่

ทั้งนี้ เฉพาะในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ได้มีการกำหนดพื้นที่เป้าหมายในการเพาะปลูกพืชฤดูแล้งไว้ทั้งสิ้น 5.54 ล้านไร่ ปัจจุบันมีการเพาะปลูกไปแล้ว 3.60 ล้านไร่ แยกเป็น พื้นที่ปลูกข้าวนาปรัง 2.57 ล้านไร่ พืชไร่-พืชผัก 0.02 ล้านไร่ และพืชอื่นๆ 1.01 ล้านไร่

สำหรับผลการจัดสรรน้ำในเขตลุ่มน้ำเจ้าพระยา ซึ่งใช้น้ำจากเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ รวมกันจำนวน 6,000 ล้านลูกบาศก์เมตร ร่วมกับการใช้น้ำจากเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน จำนวน 400 ล้านลูกบาศก์เมตร เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ อีกจำนวน 600 ล้านลูกบาศก์เมตร และผันน้ำจากลุ่มน้ำแม่กลองอีก 1,000 ล้านลูกบาศก์เมตร รวมเป็นปริมาณน้ำทั้งสิ้น 8,000 ล้านลูกบาศก์เมตร นั้น ล่าสุด(4 ม.ค. 53) มีการนำน้ำไปใช้แล้วจำนวน 3,189 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 40 ของแผนจัดสรรน้ำทั้งหมดในลุ่มน้ำเจ้าพระยา  

                อย่างไรก็ตาม กรมชลประทาน ยังคงต้องขอความร่วมมือจากเกษตรกรให้ช่วยกันประหยัดน้ำ และให้ทำการเพาะปลูกพืชตามแผนที่ได้กำหนดไว้หรือเปลี่ยนไปปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อยแต่ให้ผลผลิตและราคาดีแทนการทำนาปรัง เพื่อให้การจัดสรรน้ำที่มีอยู่อย่างจำกัดเป็นไปอย่างเพียงพอ พร้อมทั้งขอให้มีการทำนาปรังเพียง 1 ครั้ง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาการขาดแคลนน้ำในช่วงฤดูแล้งนี้

 

**********************

4                  มกราคม  2553

หมายเหตุ -  แผนการจัดสรรน้ำและการเพาะปลูกพืชในช่วงฤดูแล้ง จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน ถึง 30 เมษายน ของทุกปี