กรมชลประทาน

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ข่าวกรมชลประทาน

ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำกรมชลประทาน

โทร.สายด่วน 1460 / E-mail : wmsc.1460@gmail.com /  http://water.rid.go.th/wmsc

 

 

 

 

 

 

 

สถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว : คาดน้ำที่ขังในเขตกทม.จะเข้าสู่ปกติใน 2 – 3 วันนี้

 

ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำกรมชลประทาน รายงานสภาพน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาล่าสุด(16 ต.ค. 52) ที่จังหวัดนครสวรรค์มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 1,615 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที(วานนี้ 1,611 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที) และมีปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยา 1,519 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที(วานนี้ 1,451 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที) เขื่อนพระรามหก มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 453 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที(วานนี้ 429 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที) และมีปริมาณน้ำไหลผ่านกรุงเทพฯและปริมณฑล(วัดที่อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา) 1,680 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที(วานนี้ 1,703 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที) สถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาส่วนใหญ่เข้าสู่ภาวะปกติแล้ว ยกเว้นในพื้นที่ลุ่มต่ำ ในเขตจ.สิงห์บุรี อ่างทอง และพระนครศรีอยุธยา ยังคงมีน้ำท่วมขังริมตลิ่งบางแห่ง หากไม่มีฝนตกลงมาเพิ่มเติม คาดว่าจะเข้าสู่ภาวะปกติภายในสัปดาห์นี้

          สำหรับสภาพน้ำในเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จ.ลพบุรี ล่าสุด(16 ต.ค. 52) มีปริมาณน้ำในอ่างฯ 930 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 98 ของความจุอ่างฯ ขณะนี้ยังคงมีน้ำเหนือจากจังหวัดเพชรบูรณ์ ไหลลงสู่เขื่อนป่าสักฯในเกณฑ์ค่อนข้างมาก กอปรกับสถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว ดังนั้น เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาน้ำล้นอ่างฯ  จึงได้มีการพร่องน้ำส่วนหนึ่งในเขื่อนป่าสักฯ โดยให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำไหลลงอ่างฯ และการเก็บกักน้ำไว้เพื่อใช้ในฤดูแล้งที่จะมาถึงนี้ ซึ่งการพร่องน้ำออกมาจากเขื่อนป่าสักฯในครั้งนี้ จะไม่ให้เกิดผลกระทบต่อพื้นที่ทางตอนล่าง

                ในส่วนของการระบายน้ำที่ท่วมขังในเขตพื้นที่กรุงเทพฯฝั่งตะวันออกตอนล่าง นั้น ปัจจุบัน(16 ต.ค. 52) ได้มีการระบายน้ำที่ท่วมขังผ่านคลองสำโรง และคลองธรรมชาติต่างๆ ก่อนสูบระบายลงทะเล ผ่านสถานีสูบน้ำที่ตั้งอยู่ตามคลองชายทะเล คิดเป็นปริมาณน้ำที่ระบายทั้งสิ้นประมาณวันละ 17.38 ล้านลูกบาศก์เมตร และมีการระบายน้ำที่ท่วมขังบางส่วนผ่านคลองพระองค์ไชยานุชิตลงสู่แม่น้ำบางปะกงไหลลงสู่ทะเล อีกกว่าวันละประมาณ 1.36 ล้านลูกบาศก์เมตร

                นอกจากนี้ ยังได้ระบายน้ำที่ท่วมขังบริเวณรอบสนามบินสุวรรณภูมิ และพื้นที่ที่มีน้ำขังในเขตกรุงเทพฯ(ชั้นในของคันกั้นน้ำพระราชดำริ) ผ่านสถานีสูบน้ำสุวรรณภูมิ ในอัตราวันละประมาณ 2 ล้านลูกบาศก์เมตร แม้ว่าในขณะนี้โครงการระบายน้ำบริเวณสนามบินสุวรรณ จะดำเนินการยังไม่แล้วเสร็จ แต่ก็สามารถช่วยระบายน้ำที่ท่วมขังได้เป็นอย่างดี และในปี 2553 เมื่อโครงการฯแล้วเสร็จ จะสามารถเร่งระบายน้ำลงสู่ทะเล ได้ประมาณ 100 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที หรือประมาณวันละ 7 ล้านลูกบาศก์เมตร  ทั้งนี้ คาดว่าหากไม่มีฝนตกหนักลงมาเพิ่มเติม สถานการณ์น้ำขังในเขตกรุงเทพมหานครฝั่งตะวันออกตอนล่าง จะเข้าสู่ภาวะปกติใน 2 - 3 วันนี้  

 

**********************

16  ตุลาคม  2552