กรมชลประทาน

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ข่าวกรมชลประทาน

ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำกรมชลประทาน

โทร.สายด่วน 1460 / E-mail : wmsc.1460@gmail.com /  http://water.rid.go.th/wmsc

 

 

 

 

 

 

 

รมว.กษ. พร้อมด้วย ปลัด กษ. และอธิบดีกรมชลฯ เดินทางตรวจสภาพน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา

 

                วันนี้(7 ต.ค. 52)  นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย  นายยุคล  ลิ้มแหลมทอง  ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  นายชลิต  ดำรงศักดิ์  อธิบดีกรมชลประทาน และคณะได้เดินทางตรวจสภาพน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณเขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาท  เพื่อหาแนวทางในการบริหารจัดการน้ำเหนือที่กำลังไหลหลากอยู่ในขณะนี้ 

ปัจจุบัน(7 ต.ค. 52) สภาพน้ำที่จังหวัดนครสวรรค์มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 2,186 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที มีปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยา 2,115 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และมีปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนพระรามหก 544 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลให้มีปริมาณน้ำไหลผ่านกรุงเทพฯและปริมณฑลในเกณฑ์ประมาณ 1,915 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งไม่ส่งผลกระทบต่อกรุงเทพฯและปริมณฑล

สำหรับปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา เมื่อเปรียบเทียบกันระหว่างปี 2552 กับปี 2549 ณ ช่วงเวลาเดียวกัน จะเห็นว่าปริมาณน้ำที่ไหลผ่านจังหวัดนครสวรรค์ ในปีนี้จะมีปริมาณน้ำน้อยกว่าปี 2549 จำนวน 1,709 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และมีน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยา น้อยกว่าปี 2549 จำนวน 708 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยคาดว่าปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาปี 2552 นี้ จะอยู่ในเกณฑ์ใกล้เคียงกับปี 2551 ที่ผ่านมา

ดังนั้น จะเห็นได้ว่าปริมาณน้ำเหนือที่ไหลหลากในแม่น้ำเจ้าพระยาปี 2552 นี้ มีปริมาณน้ำน้อยกว่าเมื่อเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมปี 2549 ค่อนข้างมาก และจากการเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด คาดการณ์ว่า ปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาที่จังหวัดนครสวรรค์จะอยู่ในเกณฑ์ประมาณ 2,100 - 2,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และเมื่อไหลลงมารวมกับปริมาณน้ำจากแม่น้ำสะแกกรัง จ.อุทัยธานี อีกประมาณ 300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จะทำให้มีปริมาณน้ำไหลมาถึงเขื่อนเจ้าพระยาในเกณฑ์ประมาณ 2,400 – 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ทั้งนี้ เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบกับประชาชนริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาตั้งแต่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยาลงมา กรมชลประทานได้บริหารจัดการน้ำ ด้วยการรับน้ำเข้าระบบชลประทานทั้งฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา ตามความสามารถที่จะรับน้ำได้ ในเกณฑ์รวมกันประมาณ 450 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยไม่ให้เกิดปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ชลประทานทั้งสองฝั่ง คาดว่าจะมีปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาในช่วงวันที่ 7-8 ตุลาคม 2552 ในเกณฑ์สูงสุดประมาณ 2,100 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จากนั้นระดับน้ำจะลดลงโดยลำดับในระยะต่อไป

                อนึ่ง กรมชลประทาน ขอยืนยันว่าปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาปี 52 นี้ มีปริมาณน้ำใกล้เคียงกับปี 2551 ที่ผ่านมา  แม้จะส่งผลกระทบต่อพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำเจ้าพระยาบ้าง แต่จะไม่เกิดเหตุการณ์น้ำท่วมรุนแรงเช่นปี 2549 อย่างแน่นอน อย่างไรก็ตาม ขอให้ประชาชนเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดด้วย หากเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงไปอย่างไร จะแจ้งให้ทราบทันทีต่อไป

 

***************************

7  ตุลาคม  2552