กรมชลประทาน

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ข่าวกรมชลประทาน

ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำกรมชลประทาน

โทร.สายด่วน 1460 / E-mail : wmsc.1460@gmail.com /  http://water.rid.go.th/wmsc

 

 

 

 

 

กรมชลฯ เตือนจังหวัดในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง รับมือน้ำเหนือไหลหลาก แต่ไม่รุนแรงมากนัก

ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ตามที่พายุ “กิสนา” ได้พัดผ่านประเทศไทยทำให้มีฝนตกหนักในพื้นที่ฝั่งตะวันตกของภาคเหนือตอนล่าง และภาคกลางในช่วงวันที่ 30 กันยายน ถึง 3 ตุลาคม 2552 ที่ผ่านมา ส่งผลให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำวังและแม่น้ำปิงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว  จากการติดตามและตรวจสอบสถานการณ์น้ำ คาดการณ์ว่าในช่วงวันที่ 6 – 7 ตุลาคม 2552  ปริมาณน้ำจากแม่น้ำปิง แม่น้ำวัง แม่น้ำยม และแม่น้ำน่าน จะไหลลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาที่จังหวัดนครสวรรค์ ในเกณฑ์สูงสุดประมาณ 2,100 – 2,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งปริมาณน้ำดังกล่าวนี้ จะไหลมารวมกับปริมาณน้ำจากแม่น้ำสะแกกรัง จ.อุทัยธานี อีกประมาณ 300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ลักษณะเช่นนี้จะมีผลให้มีปริมาณน้ำไหลถึงเขื่อนเจ้าพระยาในช่วงวันที่ 7 – 8 ตุลาคม 2552 รวมกันแล้วอยู่ในเกณฑ์ประมาณ 2,400 – 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

                ดังนั้น เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบกับประชาชนริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาตั้

งแต่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยาลงมา กรมชลประทานได้บริหารจัดการน้ำ ด้วยการรับน้ำเข้าระบบชลประทานทั้งฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา ตามความสามารถที่จะรับน้ำได้ ในเกณฑ์รวมกันประมาณ 450 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยไม่ให้เกิดปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ชลประทานทั้งสองฝั่ง คาดว่าจะมีปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาในช่วงวันที่ 7-8 ตุลาคม 2552 ในเกณฑ์สูงสุดประมาณ 2,100 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งจะส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ตั้งแต่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยามีระดับน้ำสูงขึ้นจากปัจจุบัน(5 ต.ค.52) ดังนี้ จังหวัดชัยนาท ในช่วงวันที่ 7-8  ตุลาคม  2552 ระดับน้ำบริเวณท้ายเขื่อนเจ้าพระยาจะสูงขึ้นอีกประมาณ  70 เซนติเมตร, จังหวัดสิงห์บุรี ในช่วงวันที่ 8-9 ตุลาคม 2552 ระดับน้ำจะสูงขึ้นอีกประมาณ 1 เมตร, จังหวัดอ่างทองในช่วงวันที่ 8-9 ตุลาคม 2552 ระดับน้ำจะสูงขึ้นอีกประมาณ 90 เซนติเมตร ทั้งนี้ ก่อนที่น้ำจะไหลถึงจังหวัดอ่างทอง นั้น กรมชลประทานได้บริหารจัดการน้ำโดยการแบ่งรับน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาเข้าสู่แม่น้ำลพบุรีและคลองบางแก้วในเกณฑ์ประมาณ 150 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที อ้อมเมืองอ่างทองไปลงแม่น้ำป่าสักแล้วไหลสู่แม่น้ำเจ้าพระยาที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งจะช่วยให้ระดับน้ำที่จังหวัดอ่างทองเพิ่มสูงขึ้นไม่มากนัก, จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในช่วงวันที่ 9-10 ตุลาคม 2552 ระดับน้ำจะสูงขึ้นประมาณ 1.10 เมตร

                สภาพน้ำท่าในแม่น้ำเจ้าพระยา ปัจจุบัน(5 ต.ค. 52) มีปริมาณน้ำไหลผ่านจังหวัดนครสวรรค์ 1,971 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เขื่อนเจ้าพระยามีปริมาณน้ำไหลผ่าน 1,840 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และที่เขื่อนพระรามหกมีปริมาณน้ำไหลผ่าน 357 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลให้มีปริมาณน้ำไหลผ่านกรุงเทพฯและปริมณฑลในเกณฑ์ 1,632 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

                อนึ่ง กรมชลประทาน ได้ประสานกับจังหวัดต่างๆในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา เพื่อให้แจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา และผู้ที่อาจจะได้รับผลกระทบบ้าง ให้รับทราบข้อมูลปริมาณน้ำไหลผ่านและระดับน้ำ พร้อมทั้งขอให้เตรียมขนย้ายสิ่งของไปไว้ในที่สูงต่อไปแล้ว หากเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงไปอย่างไร จะแจ้งให้ทราบทันทีต่อไป

 

*******************************

 

5  ตุลาคม  2552