กรมชลประทาน

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ข่าวกรมชลประทาน

ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำกรมชลประทาน

โทร.สายด่วน 1460 / E-mail : wmsc.1460@gmail.com /  http://water.rid.go.th/wmsc

 

 

 

 

 

 

กรมชลฯชี้แจงกรณีน้ำท่วมเมืองอุบลราชธานี เกิดจากฝนตกหนัก ไม่ใช่การปล่อยน้ำจากเขื่อน

 

                ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำกรมชลประทาน ชี้แจงกรณี ความเข้าใจผิดว่าสาเหตุที่ทำให้เกิดน้ำท่วมเมืองอุบลราชธานี เกิดจากการปล่อยน้ำจากเขื่อนทางตอนบน อีกทั้งเขื่อนที่อยู่ด้านท้ายแม่น้ำมูลก็ปิดบานประตูไม่ระบายน้ำ นั้น

                กรมชลประทาน ขอชี้แจงว่า สถานการณ์น้ำท่วมในเขตจังหวัดอุบลราชธานี นั้น เกิดจากฝนที่ตกหนักเนื่องจากได้รับอิทธิพลจากพายุ “กิสนา” ที่เคลื่อนตัวเข้าสู่ประเทศไทย บริเวณจังหวัดอุบลราชธานี ตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน 2552 ที่ผ่านมา ส่งผลให้เกิดฝนตกหนักกระจายไปทั่วทั้งจังหวัดอุบลราชธานี และจังหวัดใกล้เคียง อาทิจังหวัดศรีสะเกษ จังหวัดบุรีรัมย์ และจังหวัดนครราชสีมา เป็นต้น โดยที่จังหวัดอุบลราชธานีได้รับผลกระทบจากพายุ “กิสนา” มากที่สุด วัดปริมาณฝนสูงสุดในวันที่ 30 ก.ย. 52 ตามอำเภอต่างๆได้ดังนี้ อ.เมือง 103 มิลลิเมตร อ.สว่างวีระวงศ์ 77.7 มิลลิเมตร อ.เดชอุดม 89 มิลลิเมตร อ.ม่วงสามสิบ 95.2 มิลลิเมตร อ.น้ำยืน 92 มิลลิเมตร อ.บุญฑริก 114.9 มิลลิเมตร อ.นาจะหลวย 127.2 มิลลิเมตร อ.ดอนมดแดง 82 มิลลิเมตร อ.สิรินธร 80 มิลลิเมตร และอ.สำโรง 100.8 มิลลิเมตร

                ปริมาณฝนที่ตกหนักดังกล่าวข้างต้น ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำเป็นบริเวณกว้าง และพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือ อ.วารินชำราบ และ อ.เมืองอุบลราชธานี ซึ่งมีแม่น้ำมูลไหลผ่าน และมีสภาพพื้นที่เป็นที่ลุ่มต่ำ มักเกิดน้ำท่วมเป็นประจำทุกปี ปัจจุบันระดับน้ำในแม่น้ำมูลที่ไหลผ่าน อ.เมือง และ อ.วารินชำราบ อยู่ในระดับสูง ส่งผลให้การระบายน้ำที่ท่วมขังเป็นไปได้ช้า ส่วนเขื่อนที่มีการกล่าวกันว่าปล่อยน้ำลงท่วมเมืองอุบลราชธานี นั้น ได้แก่เขื่อนลำปาว จ.กาฬสินธุ์ และเขื่อนสิรินธร จ.อุบลราชธานี ทั้งนี้ เขื่อนทั้งสองแห่ง ปัจจุบันแม้จะมีปริมาณน้ำในเขื่อนอยู่ในเกณฑ์มาก และจำเป็นต้องพร่องน้ำ แต่ปริมาณน้ำดังกล่าวนี้ ยังมีปริมาณไม่มากนัก เมื่อเทียบกับปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาในพื้นที่ด้านท้ายเขื่อน

                สำหรับเขื่อนทางตอนล่าง ที่มีการกล่าวถึงว่าไม่เปิดบานระบายน้ำ เพื่อให้น้ำในแม่น้ำมูลไหลลงสู่แม่น้ำโขงได้สะดวก นั้น ในที่นี้หมายถึงเขื่อนปากมูล จากการตรวจสอบพบว่า เขื่อนปากมูลได้เปิดบานระบาย โดยยกบานพ้นน้ำมาตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2552 แล้ว แต่เนื่องจากในช่วงฤดูฝนที่ผ่านมาปริมาณน้ำในแม่น้ำมูล ซึ่งรับน้ำจากทางตอนบนทั้งลำน้ำสาขาต่างๆ และแม่น้ำชีรวมกัน มีปริมาณน้ำอยู่ในเกณฑ์มากอยู่แล้ว กรอปกับน้ำที่ท่วมขังจากอิทธิพลของพายุ “กิสนา” ไหลลงมาสมทบด้วย ทำให้การระบายน้ำที่ท่วมขังเป็นไปได้ช้ายิ่งขึ้น

                อย่างไรก็ตาม กรมชลประทาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันเข้าไปช่วยเหลือประชาชนที่ประสบปัญหาน้ำท่วมขังแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการติดตั้งเครื่องสูบน้ำ เพื่อเร่งระบายน้ำที่ท่วมขังตามจุดต่างๆ การสนับสนุนเครื่องจักร เครื่องมือ และเจ้าหน้าที่ที่พร้อมเข้าไปช่วยเหลือประชาชนได้ตลอดเวลา   หากเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงไปอย่างไร จะแจ้งให้ทราบทันทีต่อไป

1  ตุลาคม  2552