กรมชลประทาน

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ข่าวกรมชลประทาน

ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำกรมชลประทาน

โทร.สายด่วน 1460 / E-mail : wmsc.1460@gmail.com /  http://water.rid.go.th/wmsc

 

 

 

 

 

 

 

สถานการณ์น้ำในเขื่อนขนาดใหญ่ : น้ำเหนือไหลหลาก ส่งผลเจ้าพระยาสูงขึ้น แต่ไม่ส่งผลกระทบน้ำท่วม

 

                ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำกรมชลประทาน เปิดเผยว่า สภาพน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ล่าสุด(30 ก.ย. 52) มีปริมาณไหลผ่านจังหวัดนครสวรรค์ 1,538 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที  ปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยา 1,288 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ที่เขื่อนพระรามหกมีน้ำไหลผ่าน 48  ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และมีปริมาณน้ำไหลผ่านกรุงเทพมหานครและปริมณฑล 945 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา มีแนวโน้มสูงขึ้น เนื่องจากในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีฝนตกกระจายจากอิทธิพลของร่องความกดอากาศต่ำที่พาดผ่านบริเวณภาคเหนือตอนล่าง ส่งผลให้เกิดฝนตกชุกกระจาย ทำให้มีน้ำเหนือไหลหลากลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา แต่ยังไม่ส่งผลกระทบให้เกิดน้ำท่วมในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาแต่อย่างใด ทั้งนี้ กรมชลประทาน ได้ติดตามและเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง เพื่อวิเคราะห์และประเมินสถานการณ์น้ำ ก่อนนำไปเป็นข้อมูลในการบริหารจัดการน้ำหลาก เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนให้ได้มากที่สุด

สำหรับปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ทั่วประเทศว่า ปัจจุบัน(30 ก.ย. 52) มีปริมาตรน้ำรวมกันทั้งหมด50,139 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 72 ของความจุอ่างฯรวมกันทั้งหมด ยังสามารถรับน้ำได้อีกกว่า 19,000 ล้านลูกบาศก์เมตร ปริมาณน้ำในเขื่อนต่างๆ ส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์ปกติ

สภาพน้ำในเขื่อนที่สำคัญ อาทิ เขื่อนภูมิพล จ.ตาก มีปริมาตรน้ำในอ่างฯ 7,451 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 55 ของความจุอ่างฯ รองรับน้ำได้อีกกว่า 6,000 ล้านลูกบาศก์เมตร เขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์ มีปริมาตรน้ำในอ่างฯ 5,819 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 61 ของความจุอ่างฯ รองรับน้ำได้อีกกว่า 3,600 ล้านลูกบาศก์เมตร

ส่วนในภาคอีสานและภาคตะวันออก ซึ่งได้รับผลกระทบจากอิทธิพลของพายุ “กิสนา” ในขณะนี้ นั้น ปริมาณน้ำในเขื่อนต่างๆ ยังสามารถรองรับน้ำได้อีกมาก อาทิ เขื่อนสิรินธร จ.อุบลราชธานี มีปริมาตรน้ำในอ่างฯ 1,587 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 81 ของความจุอ่างฯ รองรับน้ำได้อีก 378 ล้านลูกบาศก์เมตร เขื่อนลำปาว จ.กาฬสินธุ์ มีปริมาตรน้ำในอ่างฯ 1,187 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 90 ของความจุอ่างฯ รองรับน้ำได้อีก 142 ล้านลูกบาศก์เมตร เขื่อนลำตะคอง จ.นครราชสีมา มีปริมาตรน้ำในอ่างฯ 150 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 48 ของความจุอ่างฯ รองรับน้ำได้อีก 164 ล้านลูกบาศก์เมตร เขื่อนลำนางรอง จ.บุรีรัมย์ มีปริมาตรน้ำในอ่างฯ 51 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 42 ของความจุอ่างฯ รองรับน้ำได้อีก 69 ล้านลูกบาศก์เมตร

เขื่อนคลองสียัด จ.ฉะเชิงเทรา มีปริมาตรน้ำในอ่างฯ 238 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 57 ของความจุอ่างฯ รองรับน้ำได้อีก 182 ล้านลูกบาศก์เมตร  เขื่อนบางพระ จ.ชลบุรี มีปริมาตรน้ำในอ่างฯ 52 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 44 ของความจุอ่างฯ รองรับน้ำได้อีก 65 ล้านลูกบาศก์เมตร

อย่างไรก็ตาม ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วม ให้เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดด้วย หากเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงไปอย่างไร จะแจ้งให้ทราบทันทีต่อไป

***********************

30  กันยายน  2552