กรมชลประทาน

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ข่าวกรมชลประทาน

ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำกรมชลประทาน

โทร.สายด่วน 1460 / E-mail : wmsc.1460@gmail.com /  http://water.rid.go.th/wmsc

 

 

 

 

 

 

 

สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ : อ่างฯบางแห่งน้ำยังคงน้อย ขอให้ร่วมมือกันประหยัดน้ำ

 

ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำกรมชลประทาน รายงานสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ทั่วประเทศว่า ปัจจุบัน(24 ก.ย. 52) มีปริมาตรน้ำรวมกันทั้งหมด 48,696 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 70 ของความจุอ่างฯรวมกันทั้งหมด ยังสามารถรับน้ำได้อีกกว่า 21,000 ล้านลูกบาศก์เมตร ปริมาณน้ำในเขื่อนต่างๆ ส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์ปกติ

สภาพน้ำในเขื่อนที่สำคัญ อาทิ เขื่อนภูมิพล จ.ตาก มีปริมาตรน้ำในอ่างฯ 6,937 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 52 ของความจุอ่างฯ รองรับน้ำได้อีกกว่า 6,500 ล้านลูกบาศก์เมตร เขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์ มีปริมาตรน้ำในอ่างฯ 5,703 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 60 ของความจุอ่างฯ รองรับน้ำได้อีกกว่า 3,800 ล้านลูกบาศก์เมตร

ส่วนในภาคอีสาน เขื่อนห้วยหลวง จ.อุดรธานี  มีปริมาตรน้ำในอ่างฯ 55 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 46 ของความจุอ่างฯ รองรับน้ำได้อีก 63 ล้านลูกบาศก์เมตร เขื่อนลำปาว จ.กาฬสินธุ์ มีปริมาตรน้ำในอ่างฯ 1,198 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 84 ของความจุอ่างฯ รองรับน้ำได้อีก 232 ล้านลูกบาศก์เมตร เขื่อนลำตะคอง จ.นครราชสีมา มีปริมาตรน้ำในอ่างฯ 142 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 48 ของความจุอ่างฯ รองรับน้ำได้อีก 172ล้านลูกบาศก์เมตร เขื่อนลำนางรอง จ.บุรีรัมย์ มีปริมาตรน้ำในอ่างฯ 47 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 40 ของความจุอ่างฯ รองรับน้ำได้อีก 72 ล้านลูกบาศก์เมตร

สำหรับพื้นที่ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ที่เขื่อนทับเสลา จ.อุทัยธานี  มีปริมาตรน้ำในอ่างฯ 41 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 26 ของความจุอ่างฯ รองรับน้ำได้อีก 119 ล้านลูกบาศก์เมตร เขื่อนบางพระ จ.ชลบุรี มีปริมาตรน้ำในอ่างฯ 45 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 38 ของความจุอ่างฯ รองรับน้ำได้อีก 72 ล้านลูกบาศก์เมตร เขื่อนปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์  มีปริมาตรน้ำในอ่างฯ 259  ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 75 ของความจุอ่างฯ รองรับน้ำได้อีก 88 ล้านลูกบาศก์เมตร

                อย่างไรก็ตาม สภาพน้ำในอ่างเก็บน้ำบางแห่งยังคงอยู่ในเกณฑ์น้อย เนื่องจากฝนตกเหนืออ่างฯน้อย ส่งผลให้ปริมาณน้ำไหลลงอ่างฯน้อยตามไปด้วย กรอปกับขณะนี้เข้าสู่ช่วงปลายฤดูฝนแล้ว กรมชลประทาน จึงได้เร่งเก็บกักน้ำไว้ในอ่างเก็บน้ำต่างๆที่มีน้ำอยู่ในเกณฑ์น้อย ให้มีปริมาณน้ำสำรองไว้ใช้ในฤดูแล้งหน้านี้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ พร้อมกับลดปริมาณการใช้น้ำจากอ่างฯเหล่านี้ โดยจะให้ใช้น้ำเฉพาะในส่วนที่จำเป็นเท่านั้น เพื่อป้องกันและบรรเทาปัญหาการขาดแคลนน้ำ ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในช่วงฤดูแล้งที่จะถึงนี้  ดังนั้น จึงขอความร่วมมือให้เกษตรกรและประชาชน ติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่ของตนอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้ง ขอให้ช่วยกันใช้น้ำอย่างประหยัด และเกิดประโยชน์สูงสุดด้วย

 

*************************

24  กันยายน  2552