กรมชลประทาน

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ข่าวกรมชลประทาน

ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำกรมชลประทาน

โทร.สายด่วน 1460 / E-mail : wmsc.1460@gmail.com /  http://water.rid.go.th/wmsc

 

 

 

 

 

 “เอลนีโญ่” มาแรง ส่งผลฝนตกน้อย บริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับภาวะอากาศที่เปลี่ยนแปลง

ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำกรมชลประทาน รายงานสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ทั่วประเทศว่า ปัจจุบัน(21 ส.ค. 52) มีปริมาตรน้ำรวมกันทั้งหมด 45,020 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 65 ของความจุอ่างฯรวมกันทั้งหมด ยังสามารถรับน้ำได้อีกกว่า 24,000 ล้านลูกบาศก์เมตร ปริมาณน้ำในเขื่อนต่างๆ ส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์ปกติ แต่เขื่อนใหญ่บางแห่งมีปริมาณน้ำอยู่ในเกณฑ์น้อย เนื่องจากฝนตกบริเวณเหนืออ่างฯน้อย ทำให้มีปริมาณน้ำไหลลงอ่างฯน้อยตามไปด้วย เตือนเกษตรกรและประชาชนด้านท้ายอ่างฯ ใช้น้ำอย่างประหยัด เพื่อให้มีปริมาณน้ำสำรองไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้งหน้าที่จะถึงอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้

สำหรับปรากฏการณ์ “เอลนีโญ่” นั้น ได้รับรายงานจากกรมอุตุนิยมวิทยาว่า จากการติดตามอุณหภูมิของน้ำทะเลอธิบายได้ว่าปีนี้จะเกิดปรากฏ “เอลนีโญ่”  มีแนวโน้มเริ่มก่อตัวมาตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2552 และชัดเจนขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงตลอดระยะเวลา 3 เดือนที่ผ่านมา ลักษณะดังกล่าวที่เกิดขึ้นนี้ จะส่งผลให้มีปริมาณฝนตกน้อยลง และยังเป็นสัญญาณว่าในช่วงปลายปีนี้ อุณหภูมิในช่วงฤดูหนาวของประเทศไทยจะสูงกว่าปกติ และยังส่งผลให้พื้นที่ภาคใต้มีฝนตกน้อยอีกด้วย

จากสถานการณ์ดังกล่าวข้างต้น กรมชลประทาน ได้วางแผนรับมือโดยปรับแผนการบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสภาวะอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งจากการติดตามสภาพฝนตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา พบว่ามีฝนตกอยู่ในเกณฑ์น้อย ส่งผลให้มีน้ำไหลลงอ่างเก็บน้ำบางแห่งน้อยตามไปด้วย กรมชลประทาน จึงได้คาดการณ์ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำตลอดในช่วงฤดูฝนปี 2552 นี้ พบว่า อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่บางแห่ง มีแนวโน้มว่าปริมาณน้ำจะไม่เต็มอ่างฯ ประกอบด้วย เขื่อนแม่กวงอุดมธารา จ.เชียงใหม่ เขื่อนภูมิพล จ.ตาก เขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์ เขื่อนน้ำพุง จ.สกลนคร เขื่อนจุฬาภรณ์ จ.ชัยภูมิ เขื่อนอุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น เขื่อนลำตะคอง  เขื่อนมูลบน และเขื่อนลำแซะ จ.นครราชสีมา เขื่อนลำนางรอง จ.บุรีรัมย์ เขื่อนสิรินธร จ.อุบลราชธานี เขื่อนทับเสลา จ.อุทัยธานี เขื่อนศรีนครินทร์ และเขื่อนวชิราลงกรณ    จ.กาญจนบุรี เขื่อนขุนด่านปราการชล จ.นครนายก เขื่อนสียัด จ.ฉะเชิงเทรา เขื่อนบางพระ จ.ชลบุรี เขื่อนประแสร์          จ.ระยอง เขื่อนรัชชประภา จ.สุราษฎร์ธานี และเขื่อนบางลาง จ.ยะลา ซึ่งจะต้องพิจารณาปรับแผนการบริหารจัดการน้ำให้เหมาะสมและรณรงค์ให้มีการใช้น้ำอย่างประหยัด รวมทั้ง เก็บกักน้ำให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อให้มีปริมาณน้ำสำรองให้มากที่สุด สำหรับใช้ในช่วงฤดูแล้งหน้านี้  จึงขอให้เกษตรกรในพื้นที่ท้ายอ่างเก็บน้ำดังที่กล่าวมา ให้ใช้น้ำอย่างประหยัด และเกิดประสิทธิภาพสูงสุดต่อไปด้วย

*************************

21  สิงหาคม  2552