กรมชลประทาน

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ข่าวกรมชลประทาน

ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำกรมชลประทาน

โทร.สายด่วน 1460 / E-mail : wmsc.1460@gmail.com /  http://water.rid.go.th/wmsc

 

 

 

 

 

 

 

ระดับน้ำในแม่น้ำแม่กลองสูงขึ้น แต่จะไม่ล้นตลิ่ง คาดว่าเข้าสู่ภาวะปกติในช่วงบ่ายวันนี้(16 ส.ค. 52)

 

ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำกรมชลประทาน เปิดเผยว่า จากกรณีที่เกิดแหล่งผลิตก๊าซในอ่าวไทยและแหล่งผลิตก๊าซในยานาดา ประเทศพม่า มีปัญหาทางเทคนิค ส่งผลให้โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมซึ่งใช้ก๊าซเป็นเชื้อเพลิง ต้องลดกำลังการผลิตลง ทำให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) ต้องเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าพลังน้ำจากเขื่อนศรีนครินทร์ เขื่อนวชิราลงกรณ เข้าไปช่วยระบบเพื่อไม่ให้การใช้ไฟฟ้าภายในประเทศต้องประสบปัญหา ทำให้ต้องเร่งระบายน้ำจากเขื่อนดังกล่าวเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำแควน้อย แม่น้ำแควใหญ่และแม่น้ำแม่กลองมีระดับสูงขึ้นและเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำบางแห่งตามที่เป็นข่าวไปแล้ว นั้น

สถานการณ์ล่าสุด(16 ส.ค. 52) ระดับน้ำในแม่น้ำแควใหญ่ด้านท้ายเขื่อนท่าทุ่งนาลงไป มีระดับน้ำสูงสุดที่สถานีบ้านหนองบัว อ.เมืองกาญจนบุรี เมื่อเวลา 05.00 น.ของวันนี้(16 ส.ค. 52)วัดได้ 7 เมตร(ระดับตลิ่งอยู่ที่ 8 เมตร)แล้วเริ่มลดลง ปัจจุบันเวลา 12.00 น. ระดับน้ำลดลงเหลือ 5.66 เมตร ทั้งนี้ จากการประสานกับ กฟผ. ได้รับแจ้งว่าแหล่งผลิตก๊าซในประเทศพม่า สามารถส่งก๊าซเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าได้แล้วบางส่วน อีกทั้ง ในวันนี้เป็นวันอาทิตย์ ซึ่งเป็นวันหยุดทำการของทั้งภาครัฐและเอกชน ทำให้อัตราการใช้ไฟฟ้าลดลง กฟผ.ได้ลดการระบายน้ำจากเขื่อนศรีนครินทร์และเขื่อนท่าทุ่งนาจากเมื่อวานที่ระบายประมาณ 48 ล้านลูกบาศก์เมตร ลงเหลือประมาณ 20 ล้านลูกบาศก์เมตร ส่งผลให้ระดับน้ำตั้งแต่ท้ายเขื่อนท่าทุ่งนาลงมา จะมีระดับน้ำลดลงโดยลำดับ และคาดว่าจะเข้าสู่ภาวะปกติในช่วงบ่ายของวันนี้(16 ส.ค. 52)

อย่างไรก็ตาม ปริมาณน้ำที่ระบายเพิ่มมากขึ้นตั้งแต่เมื่อวาน(15 ส.ค. 52) จะไหลลงสู่แม่น้ำแม่กลองในอัตราประมาณ 1,350 – 1,400 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที กรมชลประทาน ได้บริหารจัดการน้ำโดยใช้เขื่อนแม่กลองรับน้ำบางส่วนเข้าคลองชลประทานทั้งฝั่งซ้ายและฝั่งขวา ในอัตรารวมกันทั้งสองฝั่ง จำนวน 300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อลดปริมาณน้ำที่จะไหลผ่านเขื่อนแม่กลอง ส่งผลให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำแม่กลองด้านท้ายเขื่อนอยู่ในเกณฑ์ประมาณ 1,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำแม่กลองตั้งแต่ท้ายเขื่อนแม่กลองลงไปสูงขึ้น แต่จะไม่ทำให้เกิดน้ำเอ่อล้นตลิ่ง(ระดับน้ำที่จะส่งผลกระทบน้ำล้นตลิ่งอยู่ที่ 1,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที) จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำแม่กลองด้านท้ายเขื่อนแม่กลองลงไป ให้เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดต่อไปด้วย

 

*************************

16  สิงหาคม  2552