กรมชลประทาน

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ข่าวกรมชลประทาน

ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำกรมชลประทาน

โทร.สายด่วน 1460 / E-mail : wmsc.1460@gmail.com /  http://water.rid.go.th/wmsc

 

 

 

 

 

 

ฝนตกน้อย กรมชลฯปรับแผนการบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสภาวะอากาศที่เปลี่ยนแปลง

 

                กรมชลประทาน จัดประชุมโครงการชลประทานทั่วประเทศ ปรับแผนการบริหารจัดน้ำ หลังจากมีการคาดการณ์ว่าฝนปีนี้มีแนวโน้มใกล้เคียงหรือต่ำกว่าเกณฑ์เฉลี่ย พร้อมขอให้เกษตรกรผู้ใช้น้ำจากอ่างเก็บน้ำบางแห่งที่มีแนวโน้มเก็บกักน้ำได้น้อย ให้ใช้น้ำอย่างประหยัด

                นายวีระ  วงศ์แสงนาค รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ในช่วงต้นปี 2552 หลายหน่วยงานได้คาดการณ์ฤดูฝนปี 2552 ว่า จะเป็นปีที่มีฝนดีปีหนึ่ง แต่จากการติดตามสภาพฝนที่ตกในช่วงที่ผ่านมา พบว่าปริมาณฝนสะสมมีปริมาณไม่มากนัก ประกอบกับการคาดการณ์สภาพภูมิอากาศของหลายหน่วยงานในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม และมีแนวโน้มว่าปริมาณฝนที่ตกในช่วงฤดูฝนต่อจากนี้ไป อาจจะใกล้เคียงหรือต่ำกว่าเกณฑ์เฉลี่ย ทำให้มีความกังวลว่าในช่วงฤดูฝนที่เหลืออีกประมาณ 3 เดือนข้างหน้า ปริมาณฝนที่ตกจะมีมากน้อยหรือใกล้เคียงกับค่าปกติ กรมชลประทาน จึงได้เชิญโครงการชลประทานทั่วประเทศ ประชุมร่วมกันในวันนี้(30 ก.ค. 52) เพื่อหาแนวทางในการบริหารจัดการน้ำในฤดูในปี 2552 อีกครั้งหนึ่ง และเพื่อให้การบริหารจัดการน้ำสามารถดำเนินการได้สอดคล้องกับสภาพภูมิอากาศที่อาจเปลี่ยนแปลงไป

                ปัจจุบัน(30 ก.ค. 52) สภาพน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวมกันทั้งหมด จำนวน 44,824 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 61 ของความจุอ่างฯทั้งหมด ทั้งนี้ จากการคาดการณ์สภาพน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ในช่วงฤดูฝนปี 2552 นี้ มีอ่างเก็บน้ำที่มีแนวโน้มปริมาณน้ำเต็มอ่างฯ ดังนี้ เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล จ.เชียงใหม่ เขื่อนกิ่วลมและเขื่อนกิ่วคอหมา จ.ลำปาง เขื่อนแควน้อย จ.พิษณุโลก เขื่อนกระเสียว จ.สุพรรณบุรี เขื่อนหนองปลาไหล จ.ระยอง เขื่อนแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี เขื่อนปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์  ซึ่งจะต้องบริหารจัดการน้ำให้เป็นไปตามเกณฑ์ควบคุมระดับน้ำที่วางไว้ของแต่ละอ่างฯอย่างเคร่งครัด และการระบายน้ำจะต้องไม่ส่งผลกระทบให้เกิดน้ำท่วมพื้นที่ทางด้านท้ายอ่างฯ ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนในพื้นที่อ่างเก็บน้ำดังกล่าวข้างต้น ให้ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดต่อไปด้วย  

ส่วนอ่างเก็บน้ำที่คาดการณ์ว่าจะมีปริมาณน้ำไม่เต็มอ่างฯ ประกอบด้วย เขื่อนแม่กวงอุดมธารา จ.เชียงใหม่ เขื่อนภูมิพล จ.ตาก เขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์ เขื่อนน้ำพุง จ.สกลนคร เขื่อนจุฬาภรณ์ จ.ชัยภูมิ เขื่อนอุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น เขื่อนลำตะคอง  เขื่อนมูลบน และเขื่อนลำแซะ จ.นครราชสีมา เขื่อนลำนางรอง จ.บุรีรัมย์ เขื่อนสิรินธร จ.อุบลราชธานี เขื่อนทับเสลา จ.อุทัยธานี เขื่อนศรีนครินทร์ และเขื่อนวชิราลงกรณ จ.กาญจนบุรี เขื่อนขุนด่านปราการชล จ.นครนายก เขื่อนสียัด จ.ฉะเชิงเทรา เขื่อนบางพระ จ.ชลบุรี เขื่อนประแสร์ จ.ระยอง เขื่อนรัชชประภา จ.สุราษฎร์ธานี และเขื่อนบางลาง จ.ยะลา ซึ่งจะต้องพิจารณาปรับแผนการบริหารจัดการน้ำให้เหมาะสมและรณรงค์ให้มีการใช้น้ำอย่างประหยัด รวมทั้ง เก็บกักน้ำให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อให้มีปริมาณน้ำสำรองให้มากที่สุด สำหรับใช้ในช่วงฤดูแล้งหน้านี้  จึงขอให้เกษตรกรในพื้นที่ท้ายอ่างเก็บน้ำดังที่กล่าวมา ให้ใช้น้ำอย่างประหยัด และเกิดประสิทธิภาพสูงสุดต่อไปด้วย

****************************

30  กรกฎาคม  2552