กรมชลประทาน

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ข่าวกรมชลประทาน

ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำกรมชลประทาน

โทร.สายด่วน 1460 / E-mail : wmsc.1460@gmail.com /  http://water.rid.go.th/wmsc

 

 

 

 

 

 

สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ : ภาคเหนือฝนตกมากขึ้น อ่างเก็บน้ำส่วนใหญ่ยังรับน้ำได้อีกมาก

ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำกรมชลประทาน รายงานสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ทั่วประเทศว่า ปัจจุบัน(2 ก.ค. 52) มีปริมาตรน้ำรวมกันทั้งหมด 39,147 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 56 ของความจุอ่างฯรวมกันทั้งหมด ยังสามารถรับน้ำได้อีกกว่า 30,000 ล้านลูกบาศก์เมตร ปริมาณน้ำในเขื่อนต่างๆ ส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์ปกติ และยังมีพื้นที่รองรับน้ำได้อีกมาก ทั้งนี้  กรมชลประทาน ได้ส่งน้ำส่วนหนึ่งจากอ่างเก็บน้ำ เพื่อใช้ในการเพาะปลูกพืชฤดูฝนในเขตชลประทาน ที่เกิดปัญหาฝนทิ้งช่วงและน้ำไม่เพียงพอต่อการเพาะปลูก ทำให้มีพื้นที่รองรับน้ำเพิ่มมากขึ้น อีกทั้ง ยังได้เสริมการระบายน้ำเพื่อรักษาระบบนิเวศน์ในแต่ละลุ่มน้ำให้สอดคล้องกับสภาวะฝนที่ตกลงมาในแต่ละพื้นที่อีกด้วย

                สำหรับสภาพน้ำท่าในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ปัจจุบัน(2 ก.ค. 52) มีปริมาณไหลผ่านจังหวัดนครสวรรค์ 806 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที(วานนี้ 767 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที) มีปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยา 398 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที (วานนี้ 307 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที) ที่เขื่อนพระรามหกมีปริมาณน้ำไหลผ่าน 48 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที(วานนี้ 58 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที)  และมีปริมาณน้ำไหลผ่านกรุงเทพมหานคร จำนวน 414  ลูกบาศก์เมตร แนวโน้มระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเริ่มสูงขึ้น เนื่องจากฝนที่ตกทางตอนบนของลุ่มน้ำมีมากขึ้น แต่ในภาพรวมสภาพน้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง ยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ

อนึ่ง ตามที่กรมอุตุนิยมวิทยา ได้คาดหมายสภาวะอากาศว่า มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนกระจาย โดยเฉพาะภาคเหนือมีฝนฟ้าคะนองเกือบทั่วไป ร้อยละ 70 ของพื้นที่ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา น่าน อุตรดิตถ์ และตาก นั้น สถานการณ์น้ำในพื้นที่ภาคเหนือ ล่าสุด(2 ก.ค. 52) สภาพน้ำในเขื่อนที่สำคัญๆ อาทิ เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล จ.เชียงใหม่ มีปริมาตรน้ำในอ่างฯ 120 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 45 ของความจุอ่างฯ รองรับน้ำได้อีกกว่า 140 ล้านลูกบาศก์เมตร เขื่อนกิ่วลม จ.ลำปาง มีปริมาตรน้ำในอ่างฯ 64 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 57 ของความจุอ่างฯ รองรับน้ำได้อีกกว่า 47  ล้านลูกบาศก์เมตร เขื่อนภูมิพล จ.ตาก มีปริมาตรน้ำในอ่างฯ 5,785 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 43 ของความจุอ่างฯ รองรับน้ำได้อีกกว่า 7,600 ล้านลูกบาศก์เมตร เขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์ มีปริมาตรน้ำในอ่างฯ 4,233 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 45 ของความจุอ่างฯ รองรับน้ำได้อีกกว่า 5,200 ล้านลูกบาศก์เมตร เขื่อนแควน้อย จ.พิษณุโลก มีปริมาตรน้ำในอ่างฯ 190 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 25 ของความจุอ่างฯ รองรับน้ำได้อีกกว่า 500 ล้านลูกบาศก์เมตร

อย่างไรก็ตาม กรมชลประทาน ได้ให้โครงการชลประทานทั่วประเทศ เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่อย่างใกล้ชิด รวมทั้งเตรียมพร้อมในด้านของเครื่องจักร เครื่องมือ และเครื่องสูบน้ำ ที่พร้อมจะเข้าช่วยเหลือพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมได้อย่างทันท่วงที หากเกิดเหตุการณ์วิกฤติขึ้นมา

 

****************************

2  กรกฎาคม  2552