กรมชลประทาน

ข่าวกรมชลประทาน

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำกรมชลประทาน

โทร. / โทรสาร  0 2243 6956 , 0 2241 3350

http://water.rid.go.th/wmsc ,  http://www.rid.go.th/

 

รมว.กษ.สมศักดิ์ฯ แถลงข่าวสถานการณ์น้ำ พร้อมย้ำเขื่อนที่มีน้ำเกินร้อยละ 80 ยังไม่ถึงขั้นวิกฤต

 

นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่จำนวน 31 แห่ง ณ วันที่ 19 ก.ย. 51 มีปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำรวมกันทั้งหมด 50,439 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 74 ของความจุอ่างฯทั้งหมด(68,489 ล้านลูกบาศก์เมตร) ยังรองรับปริมาณน้ำได้อีกกว่าร้อยละ 26 หรือ ประมาณ 18,049 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยเขื่อนที่สำคัญ ได้แก่ เขื่อนภูมิพล จ.ตาก มีปริมาณน้ำในอ่างฯ 7,384 ล้านลูกบาศก์เมตร(ลบ.ม.) คิดเป็นร้อยละ 55 ของความจุอ่างฯทั้งหมด ยังสามารถรองรับปริมาณน้ำได้อีกร้อยละ 45 หรือประมาณ 6,078 ล้านลูกบาศก์เมตร เขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์ มีปริมาณน้ำในอ่างฯ 7,634 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 80 ของความจุอ่างฯทั้งหมด รองรับปริมาณน้ำได้อีกกว่าร้อยละ 20 หรือประมาณ 1,876 ล้านลูกบาศก์เมตร เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จ.ลพบุรี มีปริมาณน้ำในอ่างฯ 585 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 61 ของความจุอ่างฯทั้งหมด ยังสามารถรองรับปริมาณน้ำได้อีกร้อยละ 39 หรือประมาณ 375 ล้านลูกบาศก์เมตร 

สภาพน้ำท่าในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ปัจจุบัน(19 ก.ย. 51) มีปริมาณไหลผ่านจังหวัดนครสวรรค์ 1,338 ลบ.ม./วิ.  ปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยา ประมาณ 1,711 ลบ.ม./วิ.  และปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนพระรามหก 390 ลบ.ม./วิ.  โดยรวมแล้วขณะนี้จะมีปริมาณน้ำไหลผ่านกรุงเทพมหานครและปริมณฑลอยู่ในเกณฑ์ 2,606 ลบ.ม./วิ. ซึ่งยังไม่มีผลกระทบต่อกรุงเทพมหานคร (กรุงเทพมหานครรับน้ำได้ประมาณ 3,000 ลบ.ม./วิ. นอกจากนี้ กรมชลประทาน ได้ใช้ประโยชน์จากโครงการลัดโพธิ์  อันเนื่องมาจากพระราชดำริ  ในการระบายน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาในช่วงจังหวะน้ำทะเลลง ประมาณวันละ 15.69  ล้านลูกบาศก์เมตรด้วย ทั้งนี้ เพื่อลดระดับน้ำในพื้นที่เจ้าพระยาตอนล่างและที่ผ่านกรุงเทพมหานคร 

สำหรับเขื่อนที่เก็บกักน้ำเกินร้อยละ 80 คือ เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนศรีนครินทร์ เขื่อนวชิราลงกรณ เขื่อนกิ่วลม เขื่อนน้ำอูน เขื่อนห้วยหลวง เขื่อนลำพระเพลิง เขื่อนขุนด่านปราการชล เขื่อนประแสร์ และเขื่อนหนองปลาไหล เป็นเขื่อนที่กรมชลประทานและการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) ได้ประสานร่วมกันในการเฝ้าระวัง แต่เขื่อนเหล่านี้ยังสามารถรับน้ำได้ และยังไม่อยู่ในขั้นวิกฤติ อย่างไรก็ตาม กรมชลประทาน และกฟผ. ได้มีการระบายน้ำออกจากเขื่อนเหล่านี้ในปริมาณที่น้อยกว่าปริมาณน้ำที่ไหลลงอ่างฯ โดยไม่ให้มีผลกระทบต่อพื้นที่ท้ายเขื่อนแต่อย่างใด นอกจากนี้ ยังได้มีการเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำในเขื่อนต่างๆ ทั่วประเทศ ให้สอดคล้องกับสภาวะของฝนที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน และจากการคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิดต่อไปแล้ว

*******************

19  กันยายน  2551