กรมชลประทาน

ข่าวกรมชลประทาน

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำกรมชลประทาน

โทร. / โทรสาร  0 2243 6956 , 0 2241 3350

http://water.rid.go.th/wmsc ,  http://www.rid.go.th/

 

สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำและ พื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมริมแม่น้ำโขง

 

                        สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ทั่วประเทศ ล่าสุด(ณ วันที่ 18 ส.ค. 51) มีปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำรวมกันทั้งหมด 45,509 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 66 ของความจุอ่างฯทั้งหมด(68,489 ล้านลูกบาศก์เมตร) ยังรองรับปริมาณน้ำได้อีกกว่าร้อยละ 34 หรือ ประมาณ 22,980 ล้านลูกบาศก์เมตร

นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำและพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมในขณะนี้ว่า สภาพน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่(18 ส.ค. 51) ในพื้นที่ภาคเหนือ ที่เขื่อนภูมิพล จ.ตาก มีปริมาณน้ำในอ่างฯ 6,591 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 49 ของความจุอ่างฯทั้งหมด ยังสามารถรองรับปริมาณน้ำได้อีกร้อยละ 51 หรือประมาณ 6,871 ล้านลูกบาศก์เมตร เขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์ มีปริมาณน้ำในอ่างฯ 6,528 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 69 ของความจุอ่างฯทั้งหมด รองรับปริมาณน้ำได้อีกกว่าร้อยละ 31 หรือประมาณ 2,982 ล้านลูกบาศก์เมตร

ภาคอีสานที่เขื่อนห้วยหลวง จ.อุดรธานี มีปริมาณน้ำในอ่างฯ 44 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 37 ของความจุอ่างฯทั้งหมด ยังสามารถรองรับปริมาณน้ำได้อีกร้อยละ 63 หรือประมาณ 74 ล้านลูกบาศก์เมตร เขื่อนลำปาว  จ.กาฬสินธุ์  มีปริมาณน้ำในอ่างฯ 713 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 50 ของความจุอ่างฯทั้งหมด รองรับปริมาณน้ำได้อีกร้อยละ 50 หรือประมาณ  717 ล้านลูกบาศก์เมตร สำหรับพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออก เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์   จ.ลพบุรี มีปริมาณน้ำในอ่างฯ 252 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 26 ของความจุอ่างฯทั้งหมด ยังสามารถรองรับปริมาณน้ำได้อีกร้อยละ 74 หรือประมาณ 708 ล้านลูกบาศก์เมตร  และที่เขื่อนขุนด่านปราการชล จ.นครนายก มีปริมาณน้ำในอ่างฯ 170 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 76 ของความจุอ่างฯทั้งหมด รองรับปริมาณน้ำได้อีกร้อยละ 24 หรือประมาณ 54 ล้านลูกบาศก์เมตร

                สภาพน้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยา(18 ส.ค. 51)ที่จังหวัดนครสวรรค์มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 799 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที มีปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยา 642 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และมีปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนพระรามหก 186 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ทั้งนี้ แนวโน้มสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยา มีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากมีฝนตกชุกทางตอนบนของลุ่มน้ำ แต่สถานการณ์ยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ โดยจุดเฝ้าระวังที่สถานีบางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา วัดปริมาณน้ำได้ 1,070  ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที(เกณฑ์เฝ้าระวังปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาที่ไหลผ่านกทม.และปริมณฑลอยู่ที่ไม่เกิน 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที)

สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมพื้นที่จังหวัดที่อยู่ติดกับแม่น้ำโขง ล่าสุด(18 ส.ค. 51) ภาคเหนือที่ จ.เชียงราย ระดับน้ำในแม่น้ำโขง(เวลา 07.00 น./18 ส.ค. 51) ที่สถานีเชียงแสนวัดได้ 7.25 เมตร(ระดับตลิ่ง 11.80 เมตร) ต่ำกว่าตลิ่ง 4.55 เมตร ลดลงจากวานนี้(17 ส.ค. 51) 0.26 เมตร แนวโน้มระดับน้ำลดลง แต่ยังคงเหลือพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วม 1 อำเภอ คือ อ.เชียงของ ยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่การเกษตร ซึ่งเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำติดริมแม่น้ำ ในเขต ต.ศรีดอนชัย ต.สถาน ต.ครึ่ง ต.บุญเรือง และต.ห้วยซ้อ  แนวโน้มระดับน้ำในแม่น้ำอิงและแม่น้ำโขงที่จังหวัดเชียงรายลดลงอย่างต่อเนื่อง คาดว่าจะเข้าสู่สภาวะปกติใน 2 – 3 วันนี้

ในส่วนของภาคอีสาน ระดับน้ำในแม่น้ำโขง(เวลา 07.00 น./18 ส.ค. 51) ที่สถานีเชียงคาน อ.เชียงคาน จ.เลย วัดได้ 14.28 เมตร(ระดับตลิ่ง 17.40 เมตร)ต่ำกว่าตลิ่ง 3.12 เมตร ลดลงจากวานนี้ 0.90 เมตร แนวโน้มระดับน้ำลดลง ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมที่จังหวัดหนองคาย ระดับน้ำในแม่น้ำโขง(เวลา 07.00 น./18 ส.ค. 51) ที่สถานีหนองคาย วัดได้ 12.86 เมตร (ระดับตลิ่ง 12.20 เมตร) สูงกว่าตลิ่ง 0.66 เมตร ลดลงจากวานนี้ 0.44 เมตร แนวโน้มระดับน้ำที่จ.หนองคายลดลง แต่ยังคงมีน้ำท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำโขง 15 อำเภอ คืออ.เมือง ท่าบ่อ ศรีเชียงใหม่ โซ่พิสัย โพนพิสัย บุ่งคล้า พรเจริญ รัตนวาปี ปากคาด สังคม บึงกาฬ บึงโขงหลง ศรีวิไล  เฝ้าไร่ และเซกา  โครงการชลประทานหนองคาย ได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำจำนวน 12 เครื่อง เพื่อเร่งระบายน้ำที่ท่วมขังออกจากพื้นที่ต่าง ๆ แล้ว คาดว่าสถานการณ์น้ำในแม่น้ำโขงจะเข้าสู่ภาวะปกติในวันที่ 22 ส.ค. 2551 นี้

จังหวัดนครพนม ปริมาณน้ำในแม่น้ำโขงที่ไหลมาจากจังหวัดหนองคาย ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำโขงที่ จ.นครพนมสูงขึ้น  ล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรและบ้านเรือนราษฎรที่อยู่ติดริมแม่น้ำโขงและลำน้ำสาขา ระดับน้ำในแม่น้ำโขง(เวลา 07.00 น./18 ส.ค. 51) ที่สถานีนครพนม วัดได้ 12.63 เมตร (ระดับตลิ่ง 12.70 เมตร) ต่ำกว่าตลิ่ง 0.07 เมตร  ปัจจุบันยังคงเหลือพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วม 5  อำเภอ  ได้แก่ อ.โพนสวรรค์  ศรีสงคราม บ้านแพง ท่าอุเทน และนาทม  ระดับน้ำท่วมสูงประมาณ 0.20 – 0.60 เมตร แนวโน้มระดับน้ำในแม่น้ำโขงที่จังหวัดนครพนมลดลงอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ในเขตเทศบาลเมืองนครพนม ยังไม่ประสบปัญหาอุทกภัย มีเพียงน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำบางแห่ง คาดว่าสถานการณ์ในแม่น้ำโขงจะเข้าสู่ภาวะปกติในวันที่ 23  ส.ค. 2551

สำหรับจังหวัดมุกดาหาร ที่อยู่ถัดมาจากจังหวัดนครพนม ระดับน้ำในแม่น้ำโขงที่สูงขึ้น ทำให้เกิดน้ำเอ่อล้นตลิ่ง เข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำโขง 2 อำเภอ คือ อ.เมืองมุกดาหาร ระดับน้ำท่วมสูงประมาณ 0.25 – 0.40 เมตร  และอ.หว้านใหญ่ ระดับน้ำท่วมสูงประมาณ 0.25-0.40 เมตร ระดับน้ำในแม่น้ำโขงที่สถานีอ.เมืองมุกดาหาร(เวลา 06.00 น./18 ส.ค. 51) วัดได้ 12.71 เมตร(ระดับตลิ่ง 12.60 เมตร) สูงกว่าตลิ่ง 0.11 เมตร แนวโน้มระดับน้ำในแม่น้ำโขงที่จังหวัดมุกดาหารลดลง คาดว่าสถานการณ์ในแม่น้ำโขงจะเข้าสู่ภาวะปกติในวันที่ 24 ส.ค. 2551

ที่จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งแม่น้ำโขงไหลผ่านเป็นจุดสุดท้ายของประเทศไทย ระดับน้ำที่สถานีโขงเจียม อ.โขงเจียม (เวลา 07.00 น./18 ส.ค. 51) วัดได้ 13.64 เมตร (ระดับตลิ่ง 16.20 เมตร) ระดับน้ำยังคงต่ำกว่าตลิ่ง 2.56 เมตร ลดลงจากเมื่อวาน 0.03 เมตร แนวโน้มระดับน้ำทรงตัวและลดลง

                อย่างไรก็ตาม ตามประกาศของกรมอุตุนิยมวิทยา ยังคงให้ประชาชนที่มีบ้านเรือนอาศัยอยู่ใกล้พื้นที่ลุ่มแม่น้ำโขงและลุ่มแม่น้ำสาขาต่างๆในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เช่นจังหวัดมุกดาหาร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี ขอให้ระมัดระวังอันตรายจากสภาวะน้ำล้นตลิ่ง และน้ำท่วมฉับพลันในระยะ 1-2 วันนี้ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มีพายุโซนร้อน “นูริ” ในมหาสมุทรแปซิฟิค กำลังเคลื่อนตัวผ่านประเทศพิลิปปินส์ แต่ยังไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทย

 

18  สิงหาคม  2551