กรมชลประทาน

ข่าวกรมชลประทาน

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำกรมชลประทาน

โทร. / โทรสาร  0 2243 6956 , 0 2241 3350

http://water.rid.go.th/wmsc ,  http://www.rid.go.th/

 

 “เกษตรฯ” หนุนเกษตรกรห้วยหวดฯ ใช้น้ำสร้างอาชีพสนองกระแสพระราชดำรัสในหลวง  หลังพบสถิติการปลูกพืชฤดูแล้งลด เหตุสภาพดินไม่เอื้อ  เตรียมเสริมอาชีพทางเลือกใหม่สู่เกษตรกร

                                วันนี้ ( 7 พฤษภาคม 2551) นายสมศักดิ์  ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยนายเฉลิมเกียรติ  แสนวิเศษ  เลขาธิการคณะกรรมการพิเศษฯ (กปร.) นายอารมย์  ขำคมกุล เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ นายธีระ วงศ์สมุทร อธิบดีกรมชลประทาน พร้อมด้วยคณะ เดินทางตรวจเยี่ยมพื้นที่โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยหวดฯ และพื้นที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานฯ พร้อมรับฟังการบรรยายสรุปสภาพปัญหาการเพาะปลูกของเกษตรกรในพื้นที่ จากนั้นคณะได้เดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์ไปยังประตูระบายน้ำน้ำก่ำ อ.ธาตุพนม จ.นครพนม และตรวจเยี่ยมพื้นที่ก่อสร้างโครงการน้ำก่ำฯ เพื่อรับฟังการบรรยายสรุปสถานการณ์น้ำ และการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ จ.นครพนมตามลำดับ

                                นายสมศักดิ์  ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยในโอกาสลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสภาพแหล่งกักเก็บน้ำ และการระบายน้ำในพื้นที่ จ.สกลนคร และ  จ.นครพนมว่า โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยหวดฯ อ.เต่างอย จ.สกลนคร เกิดขึ้นจากพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  ที่ได้เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรบริเวณลุ่มน้ำห้วยหวด  และทรงเยี่ยมราษฎร ณ บริเวณสำนักสงฆ์วินัยสะดวก  ในท้องที่หมู่บ้านห้วยหวด  ตำบลเต่างอย อำเภอเต่างอย จังหวัดสกลนคร  เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2524   พร้อมทั้งได้พระราชทานพระราชดำริว่า ควรพิจารณาโครงการและก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยหวดโดยเร่งด่วน เพื่อจัดหาน้ำให้กับพื้นที่เพาะปลูกของราษฎรหมู่บ้านจัดสรรห้วยหวด  บ้านจันทร์เพ็ญ บ้านบึงสา  และบ้านโคกงอย รวมเป็นพื้นที่ประมาณ 13,180 ไร่ เพื่อช่วยให้ราษฎรสามารถทำการเพาะปลูกได้ทั้งในฤดูฝนและฤดูแล้ง และมีน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคได้ตลอดปี นอกจากนี้ ยังส่งน้ำเพิ่มเติมให้กับอ่างเก็บน้ำห้วยยางและอ่างเก็บน้ำห้วยทรายซึ่งอยู่ทางตอนล่างได้อีกด้วย

                                แต่ในปัจจุบันพบว่าปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำห้วยหวดฯ มีปริมาณน้ำอยู่ในอ่างฯจำนวน 15.295 ล้านลบ.ม. มีการจัดสรรน้ำตามคลองจำนวน 7 สาย รวมความยาวประมาณ 21.348 กิโลเมตร เพื่อส่งน้ำให้พื้นที่เพาะปลูกประมาณ 8,000 ไร่ ยังถูกใช้ไม่เต็มศักยภาพนัก โดยเฉพาะในช่วงฤดูแล้ง เนื่องจากมีปัญหาคุณภาพดิน ด้วยที่ดินส่วนใหญ่ในเขตชลประทานมีลักษณะเป็นดินปนทราย  ไม่สามารถอุ้มน้ำไว้ได้ในฤดูแล้ง เกิดการรั่วซึมในแปลงเพาะปลูกได้ง่าย ขณะเดียวกันผลผลิตทางการเกษตรที่ได้จากการเพาะปลูกพืชในฤดูแล้ง มีผลผลิตต่ำไม่คุ้มค่ากับการลงทุน ซึ่งก็เป็นผลพวงมาจากปัญหาคุณภาพดิน  ทั้งนี้ จากสถิติการปลูกพืชฤดูแล้งย้อนหลังไปเมื่อ 4 ปีที่ผ่านมา (ตั้งแต่ปี 2548 - 2551) เกษตรกรมีการปลูกพืชฤดูแล้งในเขตชลประทานเฉลี่ยประมาณ 396 ไร่ แสดงให้เห็นว่าเกษตรกรไม่ค่อยนิยมการปลูกพืชฤดูแล้ง ดังนั้น กระทรวงเกษตรฯ โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงจะได้มีการหารือร่วมกับกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการพิจารณาแนวทางการพัฒนาอาชีพที่เหมาะสมต่อสภาพพื้นดิน และสภาพแวดล้อม เพื่อลดต้นทุนการผลิตให้แก่เกษตรกร และใช้น้ำที่กักเก็บไว้ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดต่อไป

7  พฤษภาคม 2551