กรมชลประทาน

ข่าวกรมชลประทาน

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำกรมชลประทาน

โทร. 1460  , โทรสาร  0 2243 6956 , 0 2241 3350

http://www.kromchol.com/ , http://www.rid.go.th/

 

กรมชลฯ ยืนยันภาคตะวันออกมีน้ำเพียงพอใช้ตลอดฤดูแล้งนี้

 

                                กรมชลประทาน ยืนยันปริมาณน้ำในภาคตะวันออกมีเพียงพอใช้ในทุกกิจกรรมตลอดช่วงฤดูแล้งปี 2550/2551 โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรม จะไม่มีปัญหาการขาดแคลนน้ำอย่างแน่นอน

                                นายธีระ วงศ์สมุทร อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำในภาคตะวันออก ณ วันที่   3 ธ.ค. 50 ในเขตจังหวัดชลบุรี มีปริมาณน้ำต้นทุนในอ่างเก็บน้ำรวมกันทั้งหมด 97.8 ล้านลูกบาศก์เมตร มีความต้องการใช้น้ำวันละ 0.465 ล้านลูกบาศก์เมตร  คาดการณ์ว่าเมื่อสิ้นฤดูแล้งและเริ่มเข้าสู่ฤดูฝนปลายเดือนพฤษภาคม 2551 ยังมีปริมาณน้ำคงเหลือในอ่างเก็บน้ำในเขตจังหวัดชลบุรีรวมกันประมาณ 74.5 ล้านลูกบาศก์เมตร ทำให้มีปริมาณน้ำเพียงพอสำหรับใช้ในกิจกรรมต่าง ๆ ในช่วงฤดูแล้งปี 2550/2551 และจะไม่มีปัญหาการขาดแคลนน้ำอย่างแน่นอน

                                สำหรับในเขตจังหวัดระยอง มีปริมาณน้ำต้นทุนจากลุ่มน้ำระยอง ซึ่งประกอบด้วยอ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล อ่างเก็บน้ำดอกกราย และอ่างเก็บน้ำคลองใหญ่ มีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ 230.58 ล้านลูกบาศก์เมตร มีความต้องการใช้น้ำประมาณวันละ 0.84 ล้านลูกบาศก์เมตร คาดการณ์ว่าเมื่อสิ้นฤดูแล้งและเริ่มเข้าสู่ฤดูฝนปลายเดือนพฤษภาคม 2551 ยังคงมีปริมาณน้ำเหลือในอ่างเก็บน้ำรวมกันประมาณ 120 ล้านลูกบาศก์เมตร ส่งผลให้มีปริมาณน้ำใช้อย่างเพียงพอ และไม่มีปัญหาการขาดแคลนน้ำเช่นเดียวกับจังหวัดชลบุรี นอกจากแหล่งน้ำต้นทุนตามที่ได้กล่าวมาข้างต้น จังหวัดระยอง ยังมีปริมาณน้ำต้นทุนจากอ่างเก็บน้ำประแสร์ ที่ปัจจุบัน(3 ธ.ค. 50) มีปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำจำนวน 215 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 87 ของความจุอ่างฯ สามารถส่งน้ำให้สวนผลไม้ได้ 54,000 ไร่(ปริมาณการใช้น้ำ 30 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี) และใช้ในการผลักดันน้ำเค็ม 60,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวันด้วย

                                ทั้งนี้ กรมชลประทาน จะบริหารจัดการน้ำในภาคตะวันออก โดยเน้นการจัดสรรน้ำสำหรับการอุปโภค-บริโภค และการเกษตรกรรม เป็นหลัก ส่วนภาคอุตสาหกรรม นั้น กรมชลประทาน ขอยืนยันว่า ในช่วงฤดูแล้งปี 2550/2551 การใช้น้ำของภาคอุตสาหกรรมจะไม่มีปัญหาอย่างแน่นอน เนื่องจากปริมาณน้ำต้นทุนที่มีอยู่ สามารถสนับสนุนการใช้น้ำในทุกภาคส่วนอย่างเพียงพอ สำหรับมาตรการแก้ไขปัญหาน้ำในพื้นที่เศรษฐกิจ ได้มีการดำเนินการไปแล้วหลายโครงการ อาทิ โครงการท่อเชื่อมน้ำระหว่างอ่างฯคลองใหญ่ไปลงอ่างฯหนองปลาไหล โครงการท่อเชื่อมน้ำระหว่างลุ่มน้ำบางปะกงไปลงอ่างฯบางพระ และโครงการก่อสร้างท่อดึงน้ำจากแม่น้ำระยองเข้าสู่ระบบท่อของ บริษัท East Water โดยตรง เป็นต้น ซึ่งสามารถแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำในพื้นที่ภาคตะวันออกในอนาคตด้วยได้เป็นอย่างมาก

 

3  ธันวาคม  2550