นายกิตติ์ชญชาต เสมคำ

ผู้อำนวยการโครงการ

ประวัติความเป็นมาของโครงการ

           ในแผ่นดินของสมเด็จพระจอมเกล้าอยู่หัว(รัชกาลที่4) ทรงมีประสงค์ที่ให้ที่จะให้มหาชัย ซึ่งอยู่ใกล้เคียงกับกรุงเทพมหานคร ได้มีทางคมนาคมติดต่อไปมาค้าขายได้สะดวกดังนั้นในปี พ.ศ.2405 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้ พระภาษีสมบัติบริบูรณ์ (พ่อยิ้ม) เป็นแม่กองทำการขุดลอก คลองภาษีเจริญ ตั้งแต่บ้านดอนไก่ดี แขวงเมืองสมุทรสาคร มาออกคลองบางกอกใหญ่ ริมวัดปากน้ำ แขวงกรุงเทพมหานคร เป็นระยะทางยาว 500 เส้น กว้าง 7 วา ลึก 5 ศอก และต่อมาในปี พ.ศ.2409 ก็ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ให้เจ้าพระยาศรีสุริยวงค์ (ช่วง บุญนาค) เป็นผู้อำนวยการขุดลอกคลองดำเนินสะดวก แขวงเมืองราชบุรี เป็นระยะทางยาว 950 เส้น กว้าง 7 วา ลึก 5 ศอก อีกคลองหนึ่ง ทั้งสองคลองนี้ มีพระราชประสงค์เพื่อประโยชน์ ในการคมนาคมเป็นส่วนใหญj
กรุงเทพมหานคร รัชกาลที่ 4

ครั้งต่อมาประเทศไทย เริ่มส่งข้าวเป็นสินค้าขาออกที่สำคัญ  เพื่อนำรายได้ที่เป็นเงินตราต่างประเทศมาทำนุบำรุงบ้านเมืองให้เจริญก้าวหน้าและทันสมัยยิ่งขึ้น จึงมีความจำเป็นต้องใช้การชลประทาน เข้าช่วยเหลือในการทำนา ดังนั้นในปี พ.ศ.2445 รัฐบาลของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว(รัชกาลที่ 5) จึงได้ขอยืมตัวผู้เชี่ยวชาญเรื่องการชลประทาน จากรัฐบาลฮอลันดา ชื่อ มิสเตอร์ เย โฮมัน วันเดอร์ ไฮเด มาทำการสำรวจ เมื่อทำการสำรวจเสร็จแล้ว ก็ได้เสนอความเห็นกับรัฐบาล ให้สร้างเขื่อนที่จังหวัดชัยนาท เพื่อทดน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาให้มีระดับสูง แล้วขุดคลองส่งน้ำจากเขื่อนนำไปจ่ายให้กับ พื้นที่เพาะปลูกทั้งสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาจนถึงชายทะเล แต่จะต้องใช้งบประมาณเป็นจำนวนมาก และรัฐบาล ในขณะนั้นมีความจำเป็นที่จะต้องใช้เงินเพื่อทำนุบำรุงประเทศในด้านอื่น ๆ ก่อน ได้ขุดซ่อมคลองดำเนินสะดวกเสร็จในปี พ.ศ.2447 แล้วเปิดให้ประชาชนนำเรือผ่านไปมา โดยเก็บค่าธรรมเนียมเดินเรือ และสร้างประตูระบายน้ำ ประตูน้ำที่คลองภาษีเจริญ และคลองดำเนินสะดวก เพื่อเก็บกักน้ำไว้ใช้ในการเพาะปลูก การคมนาคมและการขนส่ง ประตูน้ำในคลองภาษีเจริญทางด้านแม่น้ำเจ้าพระยา มีชื่อว่าประตูน้ำภาษีเจริญ ส่วนทางด้านในแม่น้ำท่าจีน มีชื่อว่าประตูน้ำกระทุ่มแบน สำหรับประตูน้ำในคบองดำเนินสะดวก ทางด้านแม่น้ำท่าจีน มีชื่อว่า ประตูน้ำบางยาง ทางด้านแม่น้ำแม่กลอง มีชื่อว่า ประตูน้ำบางนกแขวก และได้เรียกกิจการชลประทานคลองภาษีเจริญ และคลองดำเนินสะดวกนี้ว่า “โครงการภาษีเจริญดำเนินสะดวก”

 

รัชกาลที่ 5 เสร็จประพาสต้นคลองดำเนินสะดวก
 ในปี พ.ศ.2472 กรมชลประทานได้ก่อสร้างประตูระบายน้ำบางยาง ประตูระบายน้ำบางนกแขวก ประตูระบายน้ำคลองแพ้ว เพื่อใช้ประโยชน์ในการเก็บกักน้ำช่วยเหลือพื้นที่เพาะปลูก ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น
                  ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 ฝ่ายสัมพันธมิตรได้ทิ้งระเบิดอาคารชลประทาน 3 แห่ง คือ ประตูระบายน้ำบางนกแขวก ประตูน้ำบางยาง และประตูน้ำกระทุ่มแบน เพื่อตัดเส้นทางคมนาคมทางน้ำของญี่ปุ่น ซึ่งใช้สำหรับขนส่งอาวุธยุทโทปกรณ์ สะเบียงอาหารไปยังจังหวัดกาญจนบุรี และผ่านไปยังพม่า เมื่อสิ้นสงคราม อาคารชลประทานดังกล่าวได้รับการซ่อมแซมเพื่อให้สามารถใช้งานได้ต่อไป สำหรับชื่อของโครงการ ได้เปลี่ยนชื่อเรียกมาตลอด คือ
พ.ศ. 2476 มีชื่อว่า หน่วยรักษาน้ำที่ 6
พ.ศ. 2491 มีชื่อว่า แผนกโครงการชลประทาน 8 (บางยาง)
พ.ศ. 2496 มีชื่อว่า แผนกโครงการชลประทาน 9 (บางยาง)
พ.ศ. 2502 มีชื่อว่า แผนกโครงการชลประทานหลวงบางยาง
ซึ่งในขณะนั้น เนื้อที่ของโครงการชลประทานหลวงบางยางกว้างใหญ่มาก มีเนื้อที่ดูแลรับผิดชอบ ถึง 1,024,035 ไร่ แต่ในสมัยนั้นพื้นที่เพาะปลูกช่วงตั้งแต่ใต้คลองดำเนินสะดวกลงไปจะทำการเพาะปลูกได้เฉพาะในฤดูฝนเท่านั้น ในฤดูแล้งระดับน้ำเค็มจะหนุนขึ้นสูงถึงคลองดำเนินสะดวก ไม่สามารถทำการเพาะปลูกได้
ประตูน้ำบางนกแขวก
ประตูน้ำบางยาง

ในปี พ.ศ.2507 กรมชลประทานได้เปิดโครงการแม่กลองใหญ่ขึ้น และได้ดำเนินการก่อสร้างคันกั้นน้ำเค็มสายสมุทรสงคราม-สมุทรสาคร พร้อมอาคารบังคับน้ำตามคลองต่างๆ ขึ้นและทำการขุดลอกคลองระบายน้ำ เพื่อให้ระบบชลประทานในเขตโครงการชลประทานหลวงบางยางสมบูรณ์ยิ่งขึ้น และสามารถทำการ เพาะปลูกได้ตลอดปี แต่คันกั้นน้ำเค็มดังกล่าวไม่สามารถดำเนินการก่อสร้างให้เสร็จสมบูรณ์ได้ เนื่องจากราษฎรบางรายคัดค้านไม่ยินยอมให้ทำการก่อสร้าง ถึงแม้การก่อสร้างจะไม่เสร็จตามแผนงานที่วางไว้ แต่ก็สามารถช่วยให้การเพาะปลูกในเขตโครงการชลประทานหลวงบางยาง โดยเฉพาะช่วงใต้คลองดำเนินสะดวก สามารถทำการเพาะปลูกได้ตลอดทั้งปี

           ในปี พ.ศ. 2517 กรมชลประทานได้แบ่งพื้นที่เขตชลประทานใหม่ โดยให้โครงการชลประทานหลวงบางยาง มีหน้ารับผิดชอบควบคุมพื้นที่ระหว่างแม่น้ำท่าจีนกับแม่น้ำแม่กลองช่วงตั้งแต่ใต้คลองดำเนินสะดวกลงไปจนจรดชายทะเล คิดเป็นพื้นที่โครงการ 348,000 ไร่ เป็นพื้นที่ชลประทาน 130,000 ไร่ และได้เปลี่ยนชื่อโครงการฯ เป็น “โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาดำเนินสะดวก” ส่วนพื้นที่ตอนบนได้โอนให้กับโครงการส่งน้ำฯ นครปฐม นครชุม ราชบุรีฝั่งซ้าย และพื้นที่ฝั่งซ้ายแม่น้ำท่าจีนโอนให้โครงการส่งน้ำฯ ภาษีเจริญ

              ในปี พ.ศ.  2535-2536     โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาดำเนินสะดวกได้วางแผนปรับปรุงพื้นที่เพาะปลูกบริเวณคลองแพ้ว-ท่าแร้ง โดยการก่อสร้างคันกั้นน้ำเค็มบนคันคลองระบายน้ำ D.7 ฝั่งขวา ไปจนจรดทำนบซองคลองท่าแร้ง แล้วอาศัยถนนเข้าวัดบางน้ำวน เป็นคันไปจนจรดถนนธนบุรี-ปากท่อ และสร้างอาคารบังคับน้ำตามแนวคัน ทำให้พื้นที่เพาะปลูกบริเวณดังกล่าวกลายเป็นพื้นที่น้ำจืด และพื้นที่ชลประทานได้เพิ่มขึ้นเป็น 145,000 ไร่

               ในปี พ.ศ. 2541 ได้มีการประชุมการกำหนดขอบเขตโครงการฯ ซึ่งผลการประชุมกรมชลประทาน โดยรองอธิบดีฝ่ายบำรุงรักษา ได้อนุมัติในหลักการให้กำหนดขอบเขตความรับผิดชอบของโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาดำเนินสะดวก โดยอาศัยคันกั้นน้ำเค็มเป็นขอบเขต และดูแลคลองระบายน้ำท้ายประตูระบายน้ำต่าง ๆ ไปจนจรดคลองสุนัขหอน พื้นที่โครงการในปัจจุบันมี 157,560 ไร่ (252.10 ตร.กม.) และพื้นที่ชลประทาน 126,000 ไร่ (201.60 ตร.กม.)